ผู้สมัครรับเลือกตั้งชาวอินโดนีเซีย ผู้ใช้เงินจากการรับจ้างทำงานบ้าน เป็นทุนในการใช้หาเสียง

Yuni Sri Rahayu is a domestic worker seaking a seat on Jakarta's city council
คำบรรยายภาพ, ยูนิ ศรี ราฮายู คือคนรับจ้างทำงานบ้านที่กำลังลงชิงชัยที่นั่งในสภากรุงจาการ์ตา
    • Author, รายา ลัมบันราว
    • Role, บีบีซีแผนกภาษาอินโดนีเซีย

ฉันอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่แออัดของ ยูนิ ศรี ราฮายู ซึ่งตั้งอยู่บนถนนที่หนาแน่นไปด้วยผู้คนและบ้านเรือน ทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา ห้องนั่งเล่นและห้องนอนเป็นห้องเดียวกัน แต่มันถูกกั้นเป็นสัดส่วนด้วยตู้เสื้อผ้าที่ทำจากไม้

“ฉันมีชีวิตปากกัดตีนถีบ แต่ก็ยังมองโลกในแง่บวก” ราฮายูบอกกับฉัน

การใช้ชีวิตในเมืองหลวงเป็นเรื่องท้าท้ายสำหรับผู้มีฐานะเช่นเธอ แต่เธอยังคงมุ่งมั่นที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่กำลังมาถึง

“คุณสามารถพูดได้ว่าเงินทุนหาเสียงของฉันมาจากการขัดส้วม” แม่หม้ายลูกสี่ผู้นี้ กล่าว

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอินโดนีเซียกว่า 200 ล้านคนจะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งวันที่ 14 ก.พ. นี้ เพื่อเลือกประธานาธิบดีคนต่อไป ตลอดจนสมาชิกสภานิติบัญญัติ และสมาชิกสภาในระดับชาติและภูมิภาค

รายาฮูกำลังแย่งชิงตำแหน่งในสภากรุงจาการ์ตาที่มีอยู่ 106 ที่นั่ง จากผู้สมัครจำนวนกว่า 1,800 คน

แม้ผู้สมัครส่วนใหญ่มักใช้เงินจำนวนหลายล้านหรือหลายพันล้านรูเปียห์สำหรับการหาเสียง แต่ราฮายูจัดสรรเงินค่าจ้างรายเดือนของเธอที่ได้อยู่ประมาณ 5 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 11,000 บาท) สำหรับการชิงชัยตำแหน่งในสภาครั้งนี้

มันไม่ต่างจากการต่อสู้ของเดวิดกับยักษ์โกไลแอธในตำนาน ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะชนะการเลือกตั้ง

Ms Rahayu heads out on her motorbike to canvass voters directly
คำบรรยายภาพ, ราฮายูขี่จักรยานยนต์เพื่อไปหาเสียงกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรง

“ฉันเป็น ‘ผู้สมัครดูห์อะฟา’” ราฮายู กล่าวถึงคำที่สื่อถึงคนชายขอบของสังคมหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในสถานะทางเศรษฐกิจที่ด้อยกว่า

ราฮายูตระเวนหาเสียงในช่วงวันหยุดซึ่งเธอมีไม่มากนัก โดยขี่จักรยานยนต์ซอกแซกไปตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ของกรุงจาการ์ตา เพื่อไปพบผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามบ้านทีละหลัง

เมื่อไปถึง เธอจะแนะนำตัวเองพร้อมกับแจกปฏิทินและสติกเกอร์รูปใบหน้าเธอ ของเหล่านี้จะมีรอยปั๊มนูนเป็นโลโก้สีส้มของพรรคแรงงานซึ่งเธอเป็นตัวแทน

“ขอคำสวดอวยพรและการสนับสนุนจากคุณ” ราฮายูกล่าว ขณะกำลังแจกเอกสารการเลือกตั้งอันมีค่าของเธอ

“ส่วนใหญ่แล้ว ฉันใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อแชร์โปสเตอร์หาเสียง เพราะมันมีราคาถูกกว่า” เธอบอก

บางคนให้การตอบรับเธอในเชิงบวก ขณะที่บางคนก็ไม่แยแส แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้ส่งผลต่อราฮายูมากนัก

“คนทำงานบ้านต้องมีตัวแทนในสภา เพื่อเราจะได้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสำหรับพวกเขา” เธอบอก

ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายเช่นเธอยอมรับว่า ตนเองไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง โดยสหภาพแรงงานเป็นผู้เสนอชื่อราฮายูเป็นผู้สมัครในนามพรรคแรงงาน

“ตอนแรก ฉันไม่อยากทำ” เธอบอก “แต่พวกเขาต้องการเติมเต็มสัดส่วนผู้สมัครหญิงให้ครบ 30% ตามข้อบังคับ ฉันผ่านขั้นตอนการลงทะเบียนมาอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก็ผ่านการทดสอบทุกอย่างในเวลาต่อมา”

ราฮายูซึ่งเป็นคนรับจ้างทำงานบ้านมาตั้งแต่ปี 2018 บอกว่า เธอเคยมีประสบการณ์ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และถูกด่าทอด้วยวาจารุนแรงในที่ทำงาน

Ms Rahayu is going door to door to press the flesh and meet potential voters
คำบรรยายภาพ, ราฮายูกำลังไปเยือนบ้านทีละหลังเพื่อแนะนำตัว และพบปะผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อาจเป็นฐานเสียงของเธอ

ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งอินโดนีเซีย ระบุว่า มีคนงานในอินโดนีเซียมากกว่า 135 ล้านคน โดย 60% เป็นแรงงานนอกระบบ ซึ่งรวมถึงอาชีพทำงานบ้านด้วย

มีข้อตกลงระดับท้องถิ่นที่ช่วยปกป้องพวกเขา แต่รัฐสภาแห่งชาติยังไม่ได้ลงสัตยาบันร่างกฎหมายแรงงาน มันจึงเป็นการง่ายที่นายจ้างจะเพิกเฉย

“คนทำงานบ้านต้องเผชิญกับความรุนแรงมากมาย บางคนถึงกับต้องจบชีวิตลง” ราฮายู กล่าว

“ฉันรู้มาว่ามีกรณีที่มีคนถูกน้ำร้อนลวก อีกคนถูกไฟดูด สถานการณ์ของแรงงานหญิง [นอกระบบ] ไม่โอเคเลย”

ข้อมูลจากเครือข่ายแห่งชาติเพื่อการรณรงค์ของคนทำงานบ้าน (JALA PRT) ระบุว่า ระหว่างปี 2012-21 แรงงานรับจ้างทำงานบ้านมากกว่า 400 คน ต้องเผชิญกับความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ

‘แค่คนธรรมดา’

Mr Slamet Widodo, 44, says he wants to advocate for disabled rights in his city
คำบรรยายภาพ, นายสลาเมต วิโดโด อายุ 44 ปี บอกว่า เขาต้องการเรียกร้องสิทธิให้ผู้พิการในเมืองที่เขาอยู่

ภายในเมืองโซโลทางตอนกลางของเกาะชวาซึ่งห่างจากกรุงจาการ์ตาประมาณ 100 กิโลเมตร นายสลาเมต วิโดโด คนทำสบู่วัย 44 ปี กำลังลงชิงชัยตำแหน่งในสภาเมือง

“ผมดูเหมือนผู้สมัครที่น่าสงสาร เพราะผมเป็นคนจน” วิโดโด กล่าว ขณะที่มือของเขากำลังแตะรถเข็น 

เขาป่วยเป็นโรคโปลิโอตอนเด็ก ทำให้ขาทั้งสองข้างเป็นอัมพาต วิโดโดเลี้ยงชีพด้วยการทำสบู่และขายสบู่เหลวบรรจุขวด

เขาหาเสียงด้วยการแจกขวดสบู่ที่มีสติกเกอร์ใบหน้าของเขา รวมถึงหมายเลขผู้สมัครและโลโก้พรรคที่เขาสังกัดติดอยู่ โดยพรรคนี้มีชื่อว่า พรรคความยุติธรรมจงเจริญ (Prosperous Justice Party)

“ผมแจกจ่ายสบู่ขวดให้กับบรรดาแม่บ้านที่ผมเจอ” เขาบอก

แต่การพิมพ์สติกเกอร์ก็มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเขาไม่มีเงินสำหรับสิ่งนี้ ดังนั้น วิโดโดจึงไม่พิมพ์สติกเกอร์ในจำนวนมากนัก

ในทุก ๆ วัน เขาพยายามกันเงินไว้จำนวน 10,000 รูเปียห์ (ประมาณ 23 บาท) และเมื่อเก็บเงินได้มากพอ จึงสั่งซื้อสติกเกอร์เป็นชุด ๆ

“ผมสั่งทำสติกเกอร์ก็ต่อเมื่อผมมีกำไร ถ้าผมหาเงินได้มากกว่านี้ ผมก็จะสั่งทำเพิ่ม” วิโดโด กล่าว

Mr Widodo has been making and selling soap from his house for the last 10 years
คำบรรยายภาพ, ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นายวิโดโดทำและขายสบู่จากบ้านตัวเอง

เรื่องราวของราฮายูและวิโดโดอาจดูเหมือนเป็นเรื่องงมเข็มในมหาสมุทร สำหรับการเมืองของอินโดนีเซีย แต่ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ยังมีผู้สมัครคนอื่น ๆ ที่มีพื้นเพป็นคนชายขอบและกำลังลงแข่งขันในการเลือกตั้งปี 2024 ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยทางพรรคแรงงานหาเสียงผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ว่า “ไม่มีคนมีชื่อเสียง ไม่มีคนดัง แค่คนธรรมดาเท่านั้น”

นอกจากนี้ ผู้สมัครจากทั้งหมด 24 พรรคการเมือง ยังมีความหลากหลายมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครจากกลุ่มคนข้ามเพศ ตัวแทนชุมชนพื้นเมือง หรือพนักงานรับส่งสินค้าออนไลน์ด้วยรถจักรยานยนต์ซึ่งรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ไรเดอร์

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่พวกเขาจะชนะจริง ๆ นั้น “อาจต่ำ” จากข้อมูลของฮารียะห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจากมหาวิทยาลัยแห่งอินโดนีเซีย โดยเธอบอกว่าพวกเขายังขาดแรงหนุน 3 ด้าน คือ ทุนทรัพย์ การเมือง และสังคม

สินทรัพย์ทางการเงินมีความสำคัญต่อการจัดหาเงินทุนสำหรับกิจกรรมการหาเสียงที่พรรคอาจอุดหนุนให้ไม่ครอบคลุม เช่น สื่อหาเสียง ค่าจ้างและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องมีต้นทุนทางการเมืองเพื่อช่วยให้สามารถวางตำแหน่งผู้สมัครบนบัตรเลือกตั้งได้อย่างมีกลยุทธ์ กล่าวคือยิ่งตำแหน่งอยู่สูงยิ่งดี

“ต้นทุนทางสังคม เช่น ความนิยม หรือการได้รับความยอมรับจากสาธารณะ ก็มีความสำคัญเช่นกัน” ฮารียะห์กล่าว “ถ้าเราคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์ มันเป็นเรื่องยากสำหรับผู้สมัครที่ไม่มีผู้อุปถัมภ์ [เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง]”

It's election season in Jakarta with posters on every street corner

ที่มาของภาพ, GETTY

คำบรรยายภาพ, โปสเตอร์หาเสียงติดอยู่ทั่วทุกมุมถนนในอินโดนีเซีย

ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความหนักใจให้กับราฮายู

“บ่อยครั้งที่ฉันรู้สึกขาดความมั่นใจในการลงแข่งขันกับผู้สมัครคนอื่น ๆ ซึ่งมีต้นทุนทางการเงินที่ดีกว่า มีความนิยมมากกว่า และมีเครือข่ายมากกว่า” เธอยอมรับ

“ฉันรู้จักผู้สมัครบางคนที่แจกจ่ายน้ำมันปรุงอาหาร ข้าวสาร หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง”

แต่เธอเชื่อว่าประสบการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีค่าสำหรับแรงงานทำงานบ้านในรุ่นถัดไปที่จะเดินตามรอยเท้าของเธอ

“อาจต้องใช้เวลา 10-15 ปี ที่คนทำงานบ้านอย่างเราจะได้เป็นสมาชิกสภา แต่อย่างน้อยมันได้เริ่มขึ้นแล้ว เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น”