รู้จักบุตรสาวคิม จอง-อึน "ตัวเก็ง" ผู้นำสูงสุดหญิงคนใหม่ของเกาหลีเหนือ

ที่มาของภาพ, Xinhua
- Author, ลูอิส บาร์รูโช
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
ภาพล่าสุดที่ปรากฏในสื่อของทางการจีน เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เดินทางมาถึงกรุงปักกิ่งของจีน พร้อมกับ "คิม จู-แอ" บุตรสาววัยแรกรุ่นคนโปรดที่ติดตามมาด้วย
ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กำลังก้าวออกจากรถไฟสู่ชานชาลาของสถานีรถไฟกรุงปักกิ่ง โดยมีบุตรสาวของเขาตามติดอยู่ด้านหลัง เธอผู้นี้เคยได้รับการขนานนามว่าเป็น "ตัวเก็ง" ที่มีโอกาสสูงสุดในการสืบทอดตำแหน่งผู้นำของบิดา
คิม จอง-อึน และบุตรสาว เดินทางข้ามพรมแดนจีน-เกาหลีเหนือ เมื่อวันอังคารที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ด้วยรถไฟหุ้มเกราะของท่านผู้นำโสมแดง เพื่อมาเข้าร่วมพิธีสวนสนามแสดงแสนยานุภาพของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง "วันแห่งชัยชนะ" ในวันที่ 3 ก.ย. ซึ่งทำให้เขาได้พบปะอย่างใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน, ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย, รวมทั้งผู้นำระดับโลกอีกหลายคน และนับเป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าร่วมการพบปะทางการทูตแบบพหุภาคีด้วย
ในตอนที่เจ้าหน้าที่ของทางการจีนและกองทหารอารักขาในเครื่องแบบ พากันมาต้อนรับคิม จอง-อึน ที่สถานีรถไฟ สื่อมวลชนได้สังเกตเห็นคิม จู-แอ ยืนหลบอยู่ด้านหลังของบิดา บุตรสาววัยรุ่นของผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือผู้นี้ เคยถูกสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ (National Intelligence Service - NIS) ซึ่งเป็นหน่วยสืบความลับของโสมขาว ระบุว่ามีโอกาสจะได้เป็นทายาทสืบทอดตำแหน่งผู้นำของคิม จอง-อึน มากที่สุด
ปัจจุบันเรารู้ข้อมูลอะไรบ้างเกี่ยวกับ คิม จู-แอ ? และเธอมีแนวโน้มจะมาสืบทอดอำนาจต่อจากบิดามากแค่ไหน ? บีบีซีจะพาไปทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น
ต้องยอมรับว่า คิม จอง-อึน ปิดเงียบเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว จนเข้าขั้นความลับสุดยอด ทำให้เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวของเขาเลย ตัวอย่างเช่นเขาปกปิดไม่ให้สาธารณชนรู้จัก "รี ซอล-จู" ภรรยาของเขาอยู่พักหนึ่งหลังพิธีสมรส กว่าที่ชาวเกาหลีเหนือและทั่วโลกจะได้ยลโฉมเธอในการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรก ก็เป็นในปี 2012 แล้ว แม้สื่อของเกาหลีใต้รายงานว่า พวกเขาแต่งงานกันตั้งแต่ปี 2009 และมีบุตรด้วยกันคนแรกในปี 2010 ก็ตาม เชื่อกันว่ารี ซอล-จู เป็นมารดาของคิม จู-แอ ซึ่งเกิดในอีกไม่กี่ปีต่อมา (ปัจจุบันคาดว่าคิม จอง-อึน มีบุตรรวม 3 คน)
การดำรงอยู่ของ คิม จู-แอ เริ่มถูกพูดถึงในปี 2013 หลังนักบาสเกตบอลชาวอเมริกัน เดนนิส ร็อดแมน กล่าวถึงการเดินทางไปเกาหลีเหนือของเขา โดยร็อดแมนเล่าว่าได้ใช้เวลาพักผ่อนตากอากาศที่ชายทะเลกับครอบครัวคิม และได้ "อุ้มทารกของพวกเขา" ซึ่งร็อดแมนเรียกชื่อเด็กคนนั้นว่า จู-แอ

ที่มาของภาพ, Reuters

ที่มาของภาพ, EPA-EFE/REX/Shutterstock
กระทั่งสื่อเกาหลีเหนือก็ทำได้เพียง "ยอมรับเธอในฐานะบุตรสาวของ คิม จอง-อึน โดยไม่ระบุชื่อหรืออายุ" ฟีโอดอร์ เทอร์ทิตสกีย์ ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาการเมืองเกาหลีเหนือ จากมหาวิทยาลัยกุ๊กมินในกรุงโซลของเกาหลีใต้กล่าว "จากข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ เราไม่รู้อะไรอย่างอื่นเกี่ยวกับเธอเลย" เทอร์ทิตสกีย์ประเมินว่า เธอน่าจะมีอายุระหว่าง 10 ปี ถึงช่วงต้นวัยรุ่น
ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว สำนักข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้รายงานต่อรัฐสภาว่า คิม จู-แอ ไม่เคยเข้าเรียนในโรงเรียน แต่เธอเรียนหนังสือที่บ้านในกรุงเปียงยาง ข้อมูลยังชี้ว่าเธอชอบงานอดิเรกหลายอย่าง เช่นขี่ม้า, ว่ายน้ำ, และเล่นสกี ซึ่งนักการเมืองเกาหลีใต้ที่เข้าฟังรายงานดังกล่าว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คิม จอง-อึน ดูเหมือนจะพึงพอใจกับทักษะการขี่ม้าของลูกสาวมาก
สำนักข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ยังเปิดเผยด้วยว่า เธอมีพี่ชายและน้องอีกคน ซึ่งคนน้องนี้ยังไม่ทราบเพศ และทั้งสองไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะ

ที่มาของภาพ, Reuters
เปิดตัวต่อสาธารณะครั้งแรก
คิม จู-แอ ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก เมื่อเดือน พ.ย. 2022 เพื่อสังเกตการณ์การทดสอบขีปนาวุธเคียงข้างบิดา นับแต่นั้นเธอก็ออกงานคู่กับคิม จอง-อึน อีกหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางทหารหรือกิจกรรมทั่วไป
ไม่นานมานี้ เธอและบิดาต่างจุมพิตอีกฝ่ายที่แก้ม ระหว่างร่วมเฉลิมฉลองวันปีใหม่ที่สนามกีฬาในกรุงเปียงยาง
ย้อนไปในเดือน ธ.ค. 2023 พวกเขาได้เข้าร่วมการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปแบบเชื้อเพลิงแข็ง "ฮวาซอง-18" ซึ่งถือเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลที่ล้ำหน้าที่สุดของเกาหลีเหนือ
คิม จู-แอ ยังอยู่เคียงข้างบิดาในการปล่อยดาวเทียมสอดแนม "มัลลิกยอง 1" เมื่อเดือน พ.ย. 2023 ซึ่งเกาหลีเหนืออ้างว่า ดาวเทียมนี้สามารถมองเห็นทำเนียบขาวในสหรัฐฯ ได้
หลังเปิดตัวลูกสาวได้ไม่นาน เรดิโอฟรีเอเชีย (RFA) รายงานเมื่อ ก.พ. 2023 ว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือได้สั่งให้ประชาชนทุกคนในประเทศ ที่มีชื่อว่า คิม จู-แอ ให้เปลี่ยนชื่อของตนทันที โดยอ้างว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติพื้นฐาน สำหรับตระกูลของผู้นำสูงสุด
ผู้สังเกตการณ์ยังชี้ว่า ประชาชนเกาหลีเหนือถูกขอให้กล่าวถึงคิม จู-แอ ว่า "บุตรีที่เคารพ" แทนที่จะเรียกว่า "บุตรีผู้เป็นที่รัก" ซึ่งคำคุณศัพท์อย่าง "ที่เคารพ" นี้ สงวนไว้สำหรับบุคคลซึ่งเป็นที่รักและเคารพ ในระดับสูงสุดของเกาหลีเหนือเท่านั้น
ในกรณีของ คิม จอง-อึน นั้น ตัวเขาเองถูกเรียกว่า "เพื่อนร่วมชาติที่เคารพ" หลังจากสถานะของเขาในฐานะผู้สืบทอดอำนาจต่อจากบิดามั่นคงแล้วเท่านั้น

ที่มาของภาพ, Reuters
ว่าที่ผู้สืบทอดอำนาจ
เกาหลีเหนือเป็นรัฐที่โดดเดี่ยวตัวเอง และจนถึงตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่า การปรากฏตัวที่บ่อยครั้งขึ้นของ คิม จู-แอ มีนัยเช่นใด
แต่เป็นที่รู้กันว่า ชาวเกาหลีเหนือถูกพร่ำสอนมาโดยตลอดว่าคนตระกูลคิมสืบสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ และมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่ปกครองประเทศได้ นักวิเคราะห์จึงมองว่า การเปิดตัวบุตรสาวต่อสาธารณชนตั้งแต่วัยเด็ก อาจเป็นวิธีการของผู้นำเกาหลีเหนือ เพื่อสร้างฐานอำนาจให้คิม จู-แอ ก่อนที่เธอจะได้สืบทอดตำแหน่งผู้นำในอนาคต
ทว่ายังไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าการสืบทอดอำนาจอาจเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ ส่วนข่าวลือเรื่องสุขภาพที่ย่ำแย่ของคิม จอง-อึน ก็ถูกปัดตกไปแล้ว

ที่มาของภาพ, KCNA/EPA-EFE/REX/Shutterstock
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนมองว่า การควงลูกสาวออกงานบ่อย ๆ อาจเป็นวิธีการของคิม จอง-อึน เพื่อสร้างภาพหรือส่งสัญญาณว่า เขาเป็นชายผู้รักครอบครัว ในสังคมที่ชายเป็นใหญ่อย่างฝังลึก
"ในสมัยของอดีตผู้นำ ทั้งคิม จอง-อิล และ คิม อิล-ซุง เอง ต่างก็มีการโฆษณาชวนเชื่อถึงบทบาทของผู้นำสูงสุด ในฐานะพ่อและแม่ของคนทั้งชาติ" เอ็ดเวิร์ด โฮเวลล์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และผู้เชี่ยวชาญด้านคาบสมุทรเกาหลีกล่าว
"ดังนั้นผมคิดว่า การกระทำเชิงสัญลักษณ์เช่นนี้จะยังคงดำเนินอยู่ต่อไป ด้วยการให้ คิม จู-แอ ออกงานกับพ่อของเธอให้สาธารณชนได้เห็น"
นับตั้งแต่การสถาปนาเกาหลีเหนือในปี 1948 ประเทศนี้ก็ปกครองโดยบุรุษในตระกูลคิมมาโดยตลอด ดังนั้นหาก คิม จู-แอ ได้สืบทอดอำนาจต่อจากบิดา เธอจะเป็นสตรีคนแรกที่ขึ้นปกครองเกาหลีเหนือ
"การมีสายเลือดตระกูลคิมเป็นผู้ปกครอง ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการนำประเทศเกาหลีเหนือมาก แม้จะเป็นผู้หญิง แต่ก็ยังดีกว่าให้คนอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกตระกูลคิมขึ้นครองอำนาจ" โฮเวลล์กล่าว

ที่มาของภาพ, Reuters
แต่โฮเวลล์ก็เชื่อว่า ยังมีผู้ท้าชิงบัลลังก์โสมแดงอีกคน นั่นคือคิม ยอ-จอง น้องสาวของคิม จอง-อึน ที่ถูกกล่าวถึงในสื่อของรัฐเมื่อเดือน มี.ค. 2014 และตอนนี้เธอก็ดำรงตำแหน่งระดับสูงในพรรคแรงงานเกาหลีเหนือด้วย
"เธอแก่กว่าคิม จู-แอ หลายปี และมีประสบการณ์ทางการเมืองเกาหลีเหนือมากกว่า" โฮเวลล์กล่าว "ไม่ว่าจะเป็นบุตรสาวหรือน้องสาว ทั้งคู่ล้วนเป็นผู้หญิง แต่อย่างไรก็ตาม การมีชื่อนำหน้าว่าคิม ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด"
ด้านสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ ระบุว่ากำลังพิจารณา "ทุกความเป็นไปได้" ของการสืบทอดอำนาจในเกาหลีเหนือ เนื่องจากมีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย

ที่มาของภาพ, Reuters
ส่วนฟีโอดอร์ เทอร์ทิตสกีย์ เชื่อว่าคิม จอง-อึน กำลัง "โยนหินถามทางกับสังคม รวมถึงหยั่งความเห็นของชนชั้นนำ ว่าจะยอมรับว่าที่ผู้สืบทอดอำนาจคนนี้ได้หรือไม่" ด้วยการพา คิม จู-แอ ออกงานสาธารณะ อย่างไรก็ตาม การนำตัวลูกสาวออกมาปรากฏโฉมบ่อยครั้งเช่นนี้ นับเป็นเรื่องที่ชนชั้นนำในอดีตไม่ค่อยทำกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาวะที่ยังไม่สามารถยืนยันตัวผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการได้
อย่างไรก็ตามเทอร์ทิตสกีย์เห็นด้วยว่า ตอนนี้ยังเร็วเกินไป ที่จะพูดถึงเรื่องผู้สืบทอดอำนาจต่อจากคิม จอง-อึน
"ถ้าหากเขาถึงแก่อสัญกรรมตอนที่มีอายุเท่ากับบิดา ซึ่งก็คือ 70 ปี เวลานั้นจะมาถึงในปี 2054 และหากสมมติว่ารัฐเกาหลีเหนืออยู่รอดจนถึงวันนั้น โดยยังคงสภาพเหมือนกับในปัจจุบัน สังคมเกาหลีเหนือก็อาจจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว" เทอร์ทิตสกีย์กล่าว
"อีกข้อที่ต้องคำนึงถึง คือการยอมรับความเท่าเทียมทางเพศในความหมายทั่วไป กับการยอมรับผู้นำหญิงนั้น ถือเป็นคนละเรื่องที่แตกต่างกันมากทีเดียว"











