ภูมะเขือ-ช่องบก-พื้นที่ปราสาทหิน สำคัญอย่างไร เหตุใดทหารสองฝ่ายพยายามยึด

Mandatory Credit: Photo by KITH SEREY/EPA/Shutterstock (15415979c)
Cambodian soldiers ride on a self-propelled multiple rocket launcher in Oddar Meanchey province, northwest of Cambodia, 27 July 2025. Fighting between Thai and Cambodian forces continued on 27 July, marking the fourth consecutive day of border clashes. According to a spokesperson for Cambodia's Ministry of Defense, the conflict has displaced more than 80,000 people. Authorities have shut down 600 schools across five provinces, impacting around 150,000 students and over 6,000 teachers.
Border Clashes enter fourth day as Over 80,000 people are displaced, hundreds of schools shut, Oddar Meanchey Province, Cambodia - 27 Jul 2025

ที่มาของภาพ, EPA

    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ไทยประณามว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงทันทีและไม่มีเงื่อนโข โดยอ้างว่าเกิดเหตุปะทะแนวชายแดนต่อเนื่องจนถึงตอนนี้ ขณะที่ทางกัมพูชายืนยันว่ายังคงปฏิบัติตามข้อตกลงซึ่งเป็นไปด้วยดี

ในการแถลงข่าวเช้าวันนี้ (30 ก.ค.) พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา บอกว่ารัฐบาลกัมพูชาและกองทัพยังคงยึดมั่นตามเงื่อนไขทั้งหมดที่ระบุไว้ในข้อตกลงหยุดยิง คือ ระงับการยิงทั้งหมด ไม่มีการระดมพลหรือเพิ่มกำลังทหาร และประจำการอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันของตนภายในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 28 ก.ค.

ด้านกองทัพบกของไทยออกมาระบุว่าฝ่ายไทยปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด แต่ฝ่ายกัมพูชาต่างหากที่ละเมิดข้อตกลง พร้อมกับระบุไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ต่อสื่อมวลชนอย่างละเอียด ขาดเพียงภาพประกอบเหตุการณ์จากสถานที่จริงเท่านั้น

แม้ยังไม่มีบุคคลที่สามที่เป็นกลางเข้ามายืนยันว่าการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นโดยฝ่ายกัมพูชาจริงหรือไม่ แต่บริเวณที่เกิดเหตุปะทะกำลังบอกอะไรกับเรา

ฝ่ายไทยบอกว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงตรงจุดใดบ้าง ?

รายงานจากศูนย์เฉพาะกิจชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ระบุว่านับตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 28 ก.ค. เป็นต้นมา มีการโจมตีหลายระลอกจากฝ่ายกัมพูชาที่ส่งเข้ามาในเขตแดนของไทย โดยใช้อาวุธหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นโดรน, ปืนใหญ่, ปืนไรเฟิล, และปืนครก โดยพื้นที่ในสุดที่พบว่าฝ่ายกัมพูชาส่งยุทโธปกรณ์เข้ามาในลักษณะผิดปกติ คือ การส่งโดรนเข้ามาบินวนในพื้นที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา

จากนั้นเกิดการปะทะเกือบตลอดแนวทิวเขาพนมดงรักซึ่งทอดยาวตั้งแต่ จ.บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ ไปจนถึง จ.อุบลราชธานี และเป็นแนวพรมแดนธรรมชาติซึ่งกั้นระหว่างไทย-กัมพูชา โดยอีกฝั่งคือ จ.พระวิหาร และ จ.อุดรมีชัย

รายงานดังกล่าวระบุฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มต้นการโจมตีก่อนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณจุดปราสาทตาควาย พื้นที่ซำแต พื้นที่พลาญยาว พื้นที่ช่องตาเฒ่า ผามออีแดง พื้นที่ช่องบก ภูมะเขือ และช่องคานม้า โดยการปะทะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเช้าของวันที่ 29 ก.ค.

.

ที่มาของภาพ, ศบ.ทก.

คำบรรยายภาพ, แผนที่ที่ทางการไทยบอกว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 28 ก.ค.

ทว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 29 ก.ค. เป็นต้นมา ไม่พบรายงานการปะทะระหว่างสองฝ่าย อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างแม่ทัพภาคของทั้งสองประเทศ ตามข้อตกลงประการที่สองที่เกิดขึ้นในกรุงลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่มีนายอันวาร์ อิบราฮิม ประธานอาเซียน เป็นตัวกลางในการประสานงานการเจรจาหยุดยิงเมื่อวันจันทร์

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น กองทัพบกของไทยรายงานว่าในช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 29 ก.ค. เกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดนใน จ.ศรีสะเกษ โดยระบุว่าทางกองทัพกัมพูชาใช้ปืนเล็กยิงเข้ามาในแนวฝั่งกำลังไทยบริเวณพื้นที่ช่องคานม้า ตามมาด้วยพื้นที่ภูมะเขือและห้วยตามาเรียบนพื้นที่เขาพระวิหาร ในห้วงเวลาประมาณ 22.00 น. เป็นต้นมา ซึ่งพบการยิงระเบิดและปืนเล็กเป็นระยะ ๆ จนถึงช่วงเช้าของวันนี้ (30 ก.ค.)

นอกจากนี้ ยังพบลูกระเบิดที่ยิงมาจากกัมพูชาและตกลงในพื้นที่ผามออีแดงในช่วงเวลา 05.17 น. ของวันที่ 30 ก.ค. ด้วยเช่นกัน

พื้นที่จุดปะทะตามที่ฝ่ายไทยรายงาน มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์อย่างไร ?

การปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ทหารและพลเรือนของทั้งสองฝ่ายเสียชีวิต และส่งผลกระทบต่อผู้คนนับแสนตามชายแดนที่ต้องอพยพจากถิ่นฐานเพื่อความปลอดภัย

บีบีซีไทยพบว่าหากนำจุดที่ทางฝ่ายไทยอ้างว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงมาเปรียบเทียบกับแผนที่ความร้อน (heat map) แสดงความเคลื่อนไหวของกองกำลังบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่วิเคราะห์โดยนายนาธาน รูเซอร์ จากสถาบันวิเคราะห์นโยบายเชิงยุทธศาสตร์ของออสเตรเลีย (ASPI) เห็นได้ว่าความเข้มข้นของกิจกรรมกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ไม่กี่แห่งเหมือนกัน นั่นคือ บริเวณช่องบก ภูมะเขือ และปราสาทตาเมือนธม-ปราสาทตาควาย ซึ่งการวิเคราะห์ของเขาระบุว่าส่วนใหญ่ทางกัมพูชาเป็นฝ่ายยกระดับความตึงเครียดทางทหารในพื้นที่ก่อน

.

ที่มาของภาพ, ASPI

คำบรรยายภาพ, แผนที่ความร้อน (heat map) แสดงความเคลื่อนไหวของกองกำลังบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่วิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิเคราะห์นโยบายเชิงยุทธศาสตร์ของออสเตรเลีย (ASPI)

นายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร บอกกับบีบีซีไทยว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว "ชาวบ้านไม่ได้อิน" กับการปะทะในพื้นที่พิพาทดังกล่าว เนื่องจากพวกเขาไม่เคยได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่เหล่านั้นอยู่แล้ว

"ถามคนแถวนี้ เขาก็บอกใครจะขึ้นไปภูมะเขือ ไปเอาอะไรแถวนั้น ไม่เห็นอยากได้ จะเอาไปทำไม ยึดไปทำไม มันมีประโยชน์ทางการทหาร แต่มันไม่มีประโยชน์ต่อชาวบ้าน ทางทหารผมก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่ามันมีประโยชน์" สุภลักษณ์กล่าว

จากการให้สัมภาษณ์สั้น ๆ กับบีบีซีไทย พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก บอกว่าแต่ละจุดที่ยังคงเกิดการปะทะกันจนถึงตอนนี้ เป็นพื้นที่ที่ "ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ"

สำหรับภูมะเขือเป็นจุดที่อยู่ไม่ไกลจากปราสาทเขาพระวิหาร ถือเป็นภูมิประเทศสำคัญทางทหารที่ "กัมพูชาเคยมีบทบาทมาก่อน"

"และเขาก็ยังคงคิดเช่นนั้น" พล.ต.วินธัย กล่าว

กำลังพลของไทยสามารถยึดพื้นที่ภูมะเขือได้เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยสามารถตรวจยึดยุทโธปกรณ์ของฝ่ายตรงข้ามได้ด้วย จากข้อมูลที่กองทัพภาคที่ 2 รายงาน

ด้านนายอนาลโย กอสกุล ที่ปรึกษา กมธ. การทหาร สภาผู้แทนราษฎร บอกกับบีบีซีไทยว่าภูมะเขือเคยเป็นฐานที่มั่นที่ทางกัมพูชายึดครองมานานแล้ว

เขาบอกว่าบริเวณนี้เป็น "พื้นที่สูงข่ม" ซึ่งหมายถึงพื้นที่สูงจุดเดียวรองจากบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร กองกำลังของฝ่ายใดที่ตั้งอยู่บริเวณนี้ได้ จะสามารถตรวจตราความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามได้โดยรอบ

"หากคิดในทางทฤษฎี เขาก็อยากได้คืน เพราะหากให้ไทยตรวจการในพื้นที่สูงได้มันก็อาจเป็นอันตรายต่อการวางกำลังของเขา โดยเฉพาะในแถววัดแก้วสิกขาคีรีสวาระซึ่งทางกัมพูชายึดครองอยู่" นายอนาลโย กล่าว

ขณะเดียวกัน พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) บอกกับบีบีซีไทยว่าจุดภูมะเขือทำให้กัมพูชาสามารถตรวจการความเคลื่อนไหวของทางฝั่งไทยได้

"หากทหารไทยมาเขาก็รู้ ก็ถือว่าเป็นเทคนิคทางการทหาร" พล.ท.พงศกร กล่าว

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ปราสาทตาควาย

สำหรับความต้องการยึดครองพื้นที่บริเวณกลุ่มปราสาทหิน ได้แก่ ปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธม ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่พิพาทที่ทางฝ่ายกัมพูชาต้องการนำเข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลกนั้น ทั้งสามคนบอกกับบีบีซีไทยตรงกันว่าเป็นความต้องการชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ในเชิงสถานที่ทางประวัติศาสตร์

"เขามองว่าปราสาทหินแบบนี้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน มันก็เป็นของเขา" นายอนาลโยวิเคราะห์ "โดยเฉพาะบริเวณปราสาทตาควายที่เกิดการสู้รบมากที่สุดในช่วง 5 วันที่ผ่านมา"

นายอนาลโยเชื่อว่าในห้วงที่เกิดการปะทะที่ผ่านมา "ทางกองทัพไทยน่าจะมีจุดประสงค์ในการผลักกัมพูชาออกจากเส้นปฏิบัติการที่ไทยยึดถือทั้งหมด" ซึ่งดูเหมือนว่าทางไทยทำได้เกือบสมบูรณ์ และเห็นว่าในเมื่อเขตแดนยังไม่มีข้อยุติ จึงเป็นเรื่องปกติที่แต่ละฝ่ายจะต้องพยายามช่วงชิงยุทธศาสตร์ไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะเชื่อว่าจะสร้างความได้เปรียบเมื่อการเจรจามาถึง

ทั้งนี้ ทางไทยและกัมพูชาตกลงให้มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา หรือจีบีซี (General Border Committee - GBC) ในวันที่ 4 ส.ค. นี้ โดยมีกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ

ด้านอดีตรองเลขา สมช. กล่าวต่อว่าหากดูเกมบนเวทีโลก จะพบว่ากัมพูชาไม่สามารถโน้มน้าวคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ให้ออกคำแนะนำที่ระบุว่าไทยกับกัมพูชาควรไปจบข้อพิพาทเขตแดนที่ศาลโลกตามที่กัมพูชาหวัง แม้ว่าพยายามโจมตีไทยให้เกิดความเสียหายร้ายแรงมากที่สุดเมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เป้าพลเรือนในไทยถูกโจมตีหลายแห่ง ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศหลายประการ

"เมื่อเปิดแนวสู้รบไปเรื่อย ๆ ฮุน มาเนต [นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา] เห็นแล้วว่าสู้ฝ่ายไทยไม่ได้ นั่นหมายความว่าเขากำลังเสียทั้งสองแนวรบ คือ ทั้งบนเวทีโลกและแนวหน้า ถ้าเสียทั้งสองเรื่องเช่นนี้ ย่อมหมายถึงการเสียบารมีผู้นำทั้งต่อตัวฮุน เซน และ ฮุน มาเนต ทั้งที่สถานการณ์ทั้งหมดที่สร้างขึ้นมาก็เพื่อต้องการให้ฮุน มาเนต ได้เป็นผู้ประสบชัยชนะ" พล.ท.พงศกร กล่าว

"ทางกัมพูชาต้องการยึดให้ได้สักที่หนึ่ง อย่างน้อยก็สามารถมีสักหนึ่งที่ สำหรับการนำไปประกาศชัยชนะ" พล.ท.พงศกร ระบุกับบีบีซีไทย

.

ที่มาของภาพ, ROYAL THAI ARMY

คำบรรยายภาพ, กองทัพบกเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค. พบทุ่นระเบิดสภาพใหม่เพิ่มเติมจำนวน 2 ทุ่น ในพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ใกล้กับจุดเกิดเหตุเดิม

สำหรับพื้นที่ช่องบก ซึ่งอยู่บริเวณชายแดน จ.อุบลราชธานี ของไทย และ จ.พระวิหาร ของกัมพูชา เป็นหนึ่งใน 4 พื้นที่พิพาทที่ทางกัมพูชาต้องการนำขึ้นไปยังศาลโลกเช่นกัน โดยพื้นที่ดังกล่าวคาบเกี่ยวกับพื้นที่มอมเบย (Mombei) หรือสามเหลี่ยมมรกต

พลโทพงศกร บอกว่า บริเวณนี้เป็นสมรภูมิการรบสำคัญในห้วงทศวรรษที่ 2520-2530 ซึ่งกองทัพของเวียดนามเข้ามาสู้รบกับกองทัพเขมร 3 ฝ่าย

การวิเคราะห์ของ ASPI ระบุว่าในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. 2568 ภาพถ่ายทางดาวเทียมแสดงให้เห็นว่ากองกำลังของกัมพูชาเริ่มตั้งฐานทัพใหม่ในพื้นที่ช่องบก โดยพยายามขยายขอบเขตการควบคุมดินแดนมากกว่าเดิม

จากนั้นในวันที่ 28 พ.ค. เกิดการปะทะช่วงเช้าตรู่ใกล้กับบริเวณดังกล่าว จากการรายงานของฝ่ายไทย แต่ทั้งสองประเทศก็อ้างว่าอีกฝ่ายเป็นผู้เปิดฉากยิงก่อน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของกำลังพลของกัมพูชา 1 นาย

ต่อมาวันที่ 16 ก.ค. ไทยกล่าวหาว่ากัมพูชาลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในพื้นที่ช่องบกซึ่งเป็นเขตอธิปไตยของไทย ส่งผลให้กำลังพลของไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 นาย โดยหนึ่งในจำนวนนี้กลายเป็นผู้พิการถาวร

ขณะเดียวกัน กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทย และบอกว่ากองกำลังของไทยลาดตระเวนออกนอกเส้นทางที่ตกลงกันไว้ตาม MoU 2543 ทำให้ประสบกับทุ่นระเบิดที่หลงเหลือจากสมัยสงคราม

รายงานเพิ่มเติมโดย ปวีณา นิลบุตร