จับตา 7-10 ตุลาคม ฝนตกหนัก กทม.-ปริมณฑล ผู้ว่าฯ เตือน “เจอของจริง”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
น้ำรอระบายบนถนนท่วมทะลักเข้าไปภายในรถเมล์ จนคนวิจารณ์ว่า "เหมือนนั่งเรือ" ฝนตกเพียงไม่นานน้ำท่วมถึงเอวในย่านที่อยู่อาศัยเมืองทองธานี จนถูกขนานนามว่า “ทะเล” นี่คือสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ต.ค. แต่ยังไม่ถึงจุดที่น่าวิตกสุดที่คาดว่าจะมาถึงช่วง 4 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 7-10 ต.ค. นี้
วันนี้ 5 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า จะมีฝนตกลดลงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ยังคงมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
สภาพอากาศเช่นนี้ เป็นผลจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ โดยมีลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้าปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ภาคใต้ และอ่าวไทย
พยากรณ์อากาศจนถึงเช้าวันที่ 6 ต.ค.
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
- ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
- ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
- ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
- ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
- ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
น้ำรอการระบายท่วมข้ามคืน
จากเหตุน้ำท่วมวันที่ 3 ต.ค. ข้ามวันเข้าสู่ 4 ต.ค. ระดับน้ำในหลายพื้นที่ยังคงไม่ลดลง โดยที่บริเวณหน้าเมืองทองธานี ถึงสะพานข้ามแยกคลองประชา ถนนแจ้งวัฒนะ ยังคงมีน้ำท่วมขังสูงถึงทางเท้า จนผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์โพสต์วิจารณ์ว่า “นึกว่านั่งเรือ”
ขณะที่ 1197 สายด่วนจราจรรายงานตรงกันว่า ถนนแจ้งวัฒนะ จากเมืองทอง มุ่งหน้าไปแยกหลักสี่ ยังมีน้ำท่วมบนถนน
ด้านสำนักงานเขตหลักสี่รายงานผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กถึงจุดเฝ้าระวังที่พบปัญหาน้ำท่วมขัง จากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาวานนี้ (3 ต.ค.) ถึง 165.5 มิลลิเมตร
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 1
กทม.-ปริมณฑล เตรียมเจอของจริง ?
ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์” ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 3 ต.ค. ไม่ได้เป็นผลกระทบจากพายุโนรู แต่เกิดจากร่องมรสุมทางฝั่งตะวันตกจากมหาสมุทรอินเดีย เสริมด้วยอากาศเย็นจากมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้ช่วงเย็นมีฝนตกหนักเฉลี่ยทุกพื้นที่เกิน 100 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
พร้อมเตือนว่า “ปรากฎการณ์นี้ยังคงอยู่ ค่ำนี้คืนนี้ก็จะมีกลุ่มฝนเป็นระลอกอีก” เพราะมวลอากาศเย็นดังกล่าวยังคงอยู่ แต่จะค่อย ๆ อ่อนกำลังลง สิ่งที่รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไว้ในช่วง 4-10 ต.ค. มีดังนี้
- 4-7 ต.ค. - ฝนยังตกอยู่ และมีโอกาสจะเกิดเหตุการณ์เหมือนวันที่ 3 ต.ค. อีก
- 8 ต.ค. – ฝนตกมากขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวมถึงภาคอีสาน เหนือ กลาง และตะวันออก
- 9-10 ต.ค. - มวลอากาศเย็นรุนแรงจากจีนเริ่มเข้ามา ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีอากาศแห้งขึ้น แต่ช่วงแรกที่เข้ามาจะก่อให้เกิดฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักขึ้น
ส่วนเหตุผลที่ฝนตกใน กทม. และปริมณฑล หนักในช่วงนี้ เป็นเพราะ “ร่องมรสุมมันอยู่ในแนวภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกเลย” และ “กรุงเทพฯ มีโอกาสจะเจอแบบเมื่อวันที่ 3 ต.ค. อีก มันจะเกิดปรากฎการณ์แบบนี้เสมอ”
การคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา สอดคล้องกับที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยอมรับว่า สถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในจุดเปราะบางที่สุด จากน้ำเหนือไหลลงมา ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุนเพิ่มเติม คาดว่าจะสูงสุดช่วง 7-10 ต.ค. นี้
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 2
แนวทางรับมือของชัชชาติ
วานนี้ (3 ต.ค.) นายชัชชาติ ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงมหาดไทยถึงแนวทางจัดการน้ำ โดย กทม. เสนอทำทางด่วนน้ำในเขตลาดกระบัง จากคลองลำปลาทิวลงมาทางทิศตะวันออก ไปออกที่คลองร้อยคิว เป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร เพราะจุดนี้น้ำระบายออกยาก
แต่กรมชลประทานเสนอแนวทางที่ต่างกันว่า ให้ระบายน้ำออกทางคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต แต่เสริมคันคลองไปถึงบางปะกง ส่งผลให้แนวทางจัดการน้ำยังไม่ได้ข้อสรุป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัยสภาพอากาศ ช่วงวันที่ 4-13 ต.ค. ดังนี้
4-9 ต.ค. - ฝนทางตอนบนของภาคเหนือและภาคอีสาน จะเริ่มเบาลงบ้าง แต่ภาคกลาง (กทม. และปริมณฑล) ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังมีฝนตกต่อเนื่อง มีตกหนัก เนื่องมาจากมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมทางตอนบน ทำให้ร่องมรสุมพาดผ่านภาคอีสานสานตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก
ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย และมีลมตะวันออก ลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดปกคลุมภาคอีสานเสริมอีกแรง
จึงยังต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในระยะนี้
คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
10 -13 ต.ค. – จะมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะแรก (10 ต.ค.) หลังจากนั้นฝนจะเริ่มลดลงชัดเจน ทิศทางลมเริ่มเปลี่ยนแปลงทิศทาง เนื่องจากมีมวลอากาศเย็น แผ่ลงมาปกคลุม ทางภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน จึงทำลมเริ่มเปลี่ยนทิศ เป็นลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น เป็นสัญญาณการเริ่มเปลี่ยนแปลงฤดูกาล











