โควิด-19: ล็อกดาวน์ซานยา “ฮาวายเมืองจีน” ป่วน นักท่องเที่ยวติดค้าง 8 หมื่นคน

sanya

ที่มาของภาพ, Getty Images

จีนยังคงบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวกว่า 80,000 คน ต้องติดค้างอยู่ในโรงแรมและรีสอร์ตในเมืองซานยา เมืองท่องเที่ยวทางทะเลชื่อดังที่มีฉายาว่า “ฮาวายเมืองจีน” หลังจากทางการจีนประกาศล็อกดาวน์ทั้งเมืองเนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นกว่า 200 คน 

ซานยาเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมที่อยู่บนเกาะไหหลำทางตอนใต้ของจีน ช่วงนี้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวจึงมีนักเดินทางและนักเล่นกระดานโต้คลื่นเดินทางมาพักผ่อนที่นี่จำนวนมาก 

ทางการจีนประกาศล็อกดาวน์เมืองซานยาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา (6 ส.ค.) ตามนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” หลังจากมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 263 ราย เที่ยวบินกว่า 80% ถูกยกเลิก รถไฟหยุดให้บริการ สถานบันเทิงถูกสั่งปิดเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แต่ห้างสรรพสินค้าและร้านขายยายังเปิดให้บริการตามปกติ

นักท่องเที่ยวทุกคนจะเดินทางออกจากเมืองได้ก็ต่อเมื่อแสดงผลตรวจหาเชื้อเป็นลบทั้งหมด 5 ครั้ง ในระยะเวลา 7 วัน นับจากนี้

มาตรการล็อกดาวน์นี้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนต้องติดค้างอยู่ในที่พักทั้งโรงแรมและรีสอร์ตเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

เกาะไหหลำไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมานานกว่า 2 ปี แล้ว จึงมีเพียงนักท่องเที่ยวจากในประเทศเดินทางมา

“ทริปที่เลวร้ายที่สุด”

หยาง จิง นักธุรกิจชาวจีนจากมณฑลเจียงซี วางแผนมาเที่ยวซานยากับสามีและลูกตั้งแต่ปีที่แล้ว เธอเลือกมาที่นี่เพราะนอกจากจะมีทะเลและชายหาดที่สวยงามแล้ว ซานยายังควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้อย่างยอดเยี่ยม ตลอดปี 2564 มีรายงานพบผู้ติดเชื้อที่มีอาการแค่ 2 รายเท่านั้น

แต่เมื่อเธอเดินทางมาถึงกลับพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางการเมืองจึงประกาศล็อกดาวน์ และทำให้เธอต้องติดค้างอยู่ที่เมืองนี้ร่วมกับนักท่องเที่ยวอีกหลายหมื่นคน

หยางและครอบครัวพักที่โรงแรงระดับสี่ดาวแห่งหนึ่ง เมื่อถูกสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกจากเมือง เธอจึงต้องพักที่นี่ต่อไปโดยจ่ายค่าที่พักเอง หยางบอกว่าทั้งสามคนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทบทุกมื้อเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย 

“นี่เป็นทริปพักผ่อนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉัน” หยางให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ 

แม้ผู้บริหารท้องถิ่นเมืองซานยาจะขอให้ผู้ประกอบการโรงแรมที่พักลดราคาค่าที่พัก 50% ให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ แต่นักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่าโรงแรมยังคงเรียกเก็บราคาเต็ม

“เรากำลังหาช่องทางร้องเรียนและปกป้องสิทธิของเรา แต่ถึงตอนนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานไหนติดต่อหรือมาดูแลเราเลย” เฉ่า นักท่องเที่ยวจากมณฑลเจียงซู ซึ่งเดินทางมาพักผ่อนกับสมาชิกในครอบครัวอีก 6 คน กล่าว

“พูดง่าย ๆ ว่าเราจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว” เธอบอก

เซี่ยงไฮ้

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ทางการจีนสั่งล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้เป็นเวลานานถึง 2 เดือน เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศจีนและเดินทางมาฮันนีมูนที่ซานยาบอกว่า ปัญหาที่เพิ่มขึ้นมาตอนนี้คือค่าอาหาร ค่าส่งอาหาร รวมทั้งตั๋วเครื่องบินราคาแพงขึ้นมาก อาหารก็หาซื้อยากขึ้นด้วย

“เราได้แต่หวังว่าซานยาจะไม่เป็นเหมือนเซี่ยงไฮ้” 

ก่อนหน้านี้ทางการจีนประกาศล็อคดาวน์เซี่ยงไฮ้เป็นเวลานานถึง 2 เดือน เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 

จีนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไม่เกิน 15,000 คน นับตั้งแต่เริ่มต้นการระบาด และเป็นประเทศใหญ่ประเทศเดี่ยวที่ยังคงใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นเพื่อกดให้จำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ ขณะที่นักวิจารณ์มองว่ามาตรการปิดเมืองและการปูพรมตรวจหาเชื้อจะส่งผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจจีน