โควิด-19 : ทักษิณ ชินวัตร บอกคลับเฮาส์ ติดโอมิครอน แม้ฉีดวัคซีนแล้ว 4 เข็ม

นายทักษิณ ชินวัตร

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol / BBCThai

อดีตนายกรัฐมนตรีไทยที่ลี้ภัยในต่างแดนระบุว่าเขาติดโรคโควิด-19 รอบที่ 2 แม้ฉีดวัคซีนถีง 4 เข็มแล้ว โดยครั้งล่าสุดติดเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอน

นายทักษิณ ชินวัตร กล่าวทางคลับเฮาส์ เมื่อ 18 ม.ค. ว่า การใช้เครื่องตรวจดีเอ็นเอนัดจ์ ที่เขาร่วมลงทุนพัฒนาและรัฐบาลอังกฤษซื้อไปใช้ตั้งแต่ ส.ค. 2020 ทำให้ทราบว่า อาการระคายคอ ไข้สูง ที่เขาเป็นก่อนหน้านั้นพบว่า เป็นเชื้อโอมิครอน

นายทักษิณกล่าวว่า เขาฉีดวัคซีนมาแล้ว 4 เข็ม 2 เข็มแรกเป็นซิโนฟาร์ม อีก 2 เข็มเป็นไฟเซอร์ แต่ยังติดได้ และบอกกับผู้ฟังว่า "อย่าวิตกมาก แต่ก็อย่าประมาท"

เขาเล่าว่าอาการวันแรก คือระคายคอ ตามด้วยมีไข้ แม้กินยาลดไข้ แล้วไข้ไม่ลด จึงไปตรวจด้วยวิธี RT-PCR และใช้ตลับตรวจ DnaNudge ทำให้ทราบว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอน

ก่อนหน้านี้เมื่อต้น ต.ค. ปีที่แล้ว นายทักษิณกล่าวกับบีบีซีไทยว่า เขาติดโควิดรอบแรก ตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค. เขาเริ่มมีอาการไข้ ไม่ได้กลิ่น และไม่รู้รสชาติอาหาร จึงเข้ารับการตรวจหาเชื้อ แล้วพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในการตรวจครั้งแรก หลังจากนั้น จึงเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล 2 แห่ง คือ ในนครดูไบ และอาบูดาบี ซึ่งเป็นการรักษาตามอาการ ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และออกจากโรงพยาบาลได้ในราววันที่ 12-13 ก.ย. หลังตรวจหาเชื้อถึง 7 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่พบเชื้อแล้ว

"ผมออกจากโรงพยาบาลมาได้ยี่สิบกว่าวันแล้ว หายดีแล้ว" อดีตนายกรัฐมนตรีที่เผชิญคดีอาญาที่เขาบอกว่าเป็นเรื่องกลั่นแกล้งทางการเมือง กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

DNA Nudge kit

ที่มาของภาพ, Imperial College London

คำบรรยายภาพ, นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ตลับตรวจหาเชื้อแบบรวดเร็วที่ทักษิณลงทุนได้ผลแม่นยำ

การติดเชื้อทั้งที่ได้รับวัคซีนแล้วเป็นเรื่องปกติ

เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบันเรากำลังพบกรณีคนติดโควิดซ้ำ หรือการติดโควิดทั้งที่ฉีดวัคซีนแล้วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนี่สามารถอธิบายได้ด้วย 3 ปัจจัย

ปัจจัยแรก เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย นั่นคือการที่ผู้คนจำนวนมากไปรวมตัวกันเฉลิมฉลองในเทศการคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งนี่เพิ่มความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อโรคโควิด

ปัจจัยที่สอง คือเป็นเวลาเกือบ 1 ปีมาแล้วนับแต่เริ่มมีการฉีดวัคซีนต้านโควิดให้ผู้คน และบรรดาผู้เชี่ยวชาญก็ได้เรียนรู้ว่า ภูมิคุ้มกันที่ได้จากการฉีดวัคซีนนั้นไม่ได้ยั่งยืนตลอดไป

นพ. เรนาโต คะฟูรี กุมารแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อชั้นแนวหน้าของบราซิล บอกกับทีมข่าวบีบีซีเกี่ยวกับประสิทธิผลของวัคซีนต้านโควิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการติดโควิดของผู้ที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว ว่า "เมื่อเวลาผ่านไป เราได้เห็นแล้วว่าระดับการปกป้องเริ่มลดลง และการลดลงนี้จะมีมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน และอายุของแต่ละบุคคล"

"นี่ตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ซึ่งอันดับแรกจะต้องฉีดให้แก่คนชราและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ จากนั้นจึงค่อยให้แก่ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั้งหมด"

ปัจจัยที่สาม เกี่ยวเนื่องกับการอุบัติของเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งติดต่อกันได้ง่ายขึ้น และดูเหมือนว่าจะทำให้ภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีน หรือการติดเชื้อครั้งก่อนหน้ามีประสิทธิภาพลดลง

"ด้วยเหตุผลนี้ จึงควรมองว่าการติดเชื้อทั้งที่ได้รับวัคซีนไปแล้วนั้น เป็นเรื่องปกติ และพวกเราจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับสถานการณ์นี้" นพ. คะฟูรี กล่าว