ศิลปะ : ภูริน พานิชพันธ์ หนุ่มเชียงใหม่ที่ยอมทิ้งงานในบริษัทระดับโลก เพื่อทำตาม “เสียงหัวใจ” สู่การเป็นศิลปินชั้นแนวหน้า

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
- Author, เรื่อง-ภาพ โดย ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
- Role, ผู้สื่อข่าววิดีโอ บีบีซีไทย
ลาออกจากไมโครซอฟต์ บวชเรียนเปลี่ยนมุมมองชีวิต ท่องเที่ยวรอบโลกใน 80 วัน นี่เป็นเพียงบางส่วนของ "การทำตามเสียงหัวใจ" ของชีวิตหนุ่มเชียงใหม่ ชื่อ ภูริน พานิชพันธ์ ที่ปูเส้นทางมาสู่การเป็นศิลปินแนวล้ำสมัย ซึ่งเป็นที่รู้จักในหลายประเทศ
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ค่อย ๆ แกะกระดาษและพลาสติกที่ห่อหุ้มผลงานศิลปะที่เขาเพิ่งประกอบขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อนำมาจัดแสดงในนิทรรศการศิลปะที่โรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ
เมื่อแกะกระดาษห่อออกจนหมด สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่ภาพวาดหรือภาพถ่าย แต่เป็นกระดาษสีขาวและดำรูปทรงแปลกจำนวนมาก ที่นำมาประกอบกันเป็นลวดลายที่แม้จะลายตา แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด
"Interactive Art (ศิลปะเชิงปฏิสัมพันธ์) ของผม มันจะไม่เหมือนทั่วไป" ภูริน เจ้าของผลงานอธิบาย

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
"มันจะมีความเป็นรูปธรรมสูง มีความจับต้องได้ เพราะผมเป็นคนชอบอะไรที่จับต้องได้"
ชายวัย 35 ปีคนนี้ มีงานหลักเป็นศิลปิน เดินสายจัดแสดงผลงานทั่วโลก และมีงานรองเป็นอาจารย์สอนวิชาออกแบบที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ทางตะวันออกของเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา
แต่ที่หลายคนอาจไม่รู้ คือ ก่อนจะก้าวสู่เส้นทางศิลปิน ภูรินผ่านการ "ตัดสินใจครั้งสำคัญ" ในชีวิตมาแล้วหลายครั้ง และเป็นการตัดสินใจ ที่คนรอบข้าง รวมทั้งครอบครัว "งุนงง" ไม่ว่าจะเป็นการลาออกจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟต์ที่หลายคนมองว่าเป็นอาชีพที่น่าอิจฉาและมีอนาคตไกล หรือการลาออกจากบริษัทด้านการออกแบบชั้นนำของวงการ เป็นต้น
"ผมตามเสียงหัวใจตัวเอง Follow your Heart; Follow your intuition เราไม่ไปใส่ใจเสียงของคนอื่น แต่เราใส่ใจเสียงของตนเอง"
หนุ่มเชียงใหม่ ไฟแรงสูง
ภูรินเกิดในครอบครัวอาจารย์ คุณพ่อ-วิถี พานิชพันธ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะ วัฒนธรรมและประเพณีล้านนา ผู้ก่อตั้งภาควิชาศิลปะไทยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนคุณแม่-สุคนธ์ เป็นอาจารย์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเดียวกัน
หลังจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ภูรินย้ายไปเรียนต่อชั้นมัธยมจนถึงระดับอุดมศึกษาในสหรัฐฯ เขาเลือกเรียนสาขาการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมที่ ม. คาร์เนกีเมลลอน เพราะมองว่า
"กราฟิกดีไซน์ทำเองก็ได้ ดาวน์โหลดโฟโตชอป หรือใช้อิลลัสเตรเตอร์ แต่เรื่องที่จะใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในโรงไม้ ผมตื่นเต้นกับอะไรพวกนั้น"
เขายังเลือกเรียนสาขาปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ (Human-Computer Interaction) ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งตัวเลือกนี้นับเป็นก้าวที่สำคัญของชีวิต คือการได้ฝึกงานกับไมโครซอฟต์ บริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ก่อนเข้าไปเป็นพนักงานเต็มตัวในฐานะ "นักออกแบบซอฟต์แวร์" (software designer)
"พ่อจะชอบพูดให้เพื่อนฟังว่า ภูรินทำงานให้บิล เกตส์ มหาเศรษฐีของสหรัฐฯ"
ลาออกจากไมโครซอฟต์
นักออกแบบซอฟต์แวร์ชาวไทยในไมโครซอฟต์ "ไม่ชอบ" งานที่คนรอบข้างชื่นชม เพราะรู้สึกว่าตัวเอง "มีความไฟแรงสูง" อยู่ในระบบที่ดูสะดวกสบายไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจลาออก

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
"ทุกคนจะงงว่า ภูรินทำอะไร เป็นบ้าหรือเปล่า" หนุ่มร่างสูงยิ้มแห้ง ส่วนมือยังคงจัดชิ้นงานศิลปะตามจุดต่าง ๆ ของห้อง
หลังจากนั้น เขากลับมาไทย ทดลองทำอะไรหลายอย่าง ทั้งทำเว็บไซต์ ศึกษาการก่อตั้งสตาร์ทอัพ แต่ไปได้ไม่สุดทาง เพราะ "ไม่มีประสบการณ์" แต่ที่ทำสำเร็จจริง ๆ ก่อนไปเรียนต่อปริญญาโท คือ สร้างบ้านของตัวเอง
"มีที่ดินเปล่า ๆ อยู่แถวอนุเสาวรีย์ชัยฯ เลยสร้างบ้านของตนเอง ไม่ได้ใช้เงินทุนเยอะเท่าไหร่" เมื่อสร้างเสร็จเขาเลือกเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เพราะ "ทำบ้านค่อนข้างเครียด อยากจะบวช เปลี่ยนมุมมองตัวเอง"
"บอกแม่ว่า ไม่รู้จะสึกเมื่อไหร่ หรืออาจไม่สึกก็ได้นะ" ภูรินหัวเราะ
เมื่อบวชจนรู้สึกว่าได้แง่คิดมากพอแล้ว ประมาณ 1 เดือนต่อมา เขาสึกและไปทำงานออกแบบให้บริษัทในไทยอยู่พักหนึ่ง แล้วเดินทางไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในซิลิคอนวัลเลย์
ค้นพบสิ่งที่สนใจจริง ๆ
ห้องพักอันโอ่โถงของโรงแรมได้รับการแปรสภาพเป็นแกลเลอรีศิลปะขนาดย่อมของภูริน เขาจัดวางชิ้นงานในจุดที่บางครั้งก็คาดไม่ถึง อาทิ เหนืออ่างอาบน้ำ เรียงรายในตู้เย็นมินิบาร์ แต่ที่มีขนาดใหญ่และโดดเด่นที่สุด ตั้งไว้บนกำแพงเหนือเตียง เมื่อเพ่งมองให้ดี จะเห็นคำภาษาไทยว่า "ความจริง"

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
เขาอธิบายว่า นี่เป็นผลงานศิลปะชุดใหม่ล่าสุด กับเทคนิคขาว-ดำ แบบให้ผู้ชมได้ปฏิสัมพันธ์กับชิ้นงาน มองจากซ้ายเป็นขาว มองจากด้านขวาเป็นดำ แล้วพิจารณาดูว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร
"นิยามของคำว่าความจริง มองไปด้านหนึ่งก็เป็นสีดำ มองอีกด้านหนึ่งก็เป็นสีขาว ความจริงมันแล้วแต่มุมมองของเราว่ามองไปด้านไหน [ความจริง] มันอาจจะไม่ตายตัว อาจไม่ขาว-ดำอย่างที่เราคิด"
เขาค้นพบความชอบในงานศิลปะเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive Art) ระหว่างเรียนอยู่ที่สแตนฟอร์ด หลังอาจารย์มอบหมายให้นักศึกษาใช้เวลา 2 อาทิตย์ ทำอะไรก็ได้ เพื่อแสดงผลงานของตัวเอง
ภูรินสร้างผลงานบนผนังขนาดใหญ่ มีไฟกดเปิด-ปิดได้ ถือเป็นงานอินเตอร์แอคทีฟอาร์ตชิ้นแรกของเขา
รอบโลกใน 80 วัน
เมื่อศึกษาจบ ภูรินได้เข้าทำงานกับบริษัทด้านออกแบบชั้นนำของสหรัฐฯ ไอดีโอ (IDEO) และมีงานอดิเรกเป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะของตนเอง

ที่มาของภาพ, Purin Phanichphant

ที่มาของภาพ, Purin Phanichphant
"พอจบ 3 ปี เริ่มคัน ๆ อยากเดินทางรอบโลก ซึ่งเป็นความฝันที่มีมานานแล้ว" นี่เป็นเหตุผลที่ลาออกจากบริษัทชั้นนำอีกครั้ง
การเดินทางของเขาเป็น "รอบโลกโดยไม่ใช้เครื่องบิน" เริ่มจากนั่งเรือขนส่งสินค้าจากซานฟรานซิสโก ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก เทียบท่าที่จีน ต่อรถไฟสายทรานไซบีเรียไปมอสโก แล้วเดินทางต่อไปยุโรป เมื่อถึงอังกฤษก็นั่งเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปถึงนิวยอร์ก แล้วนั่งรถไฟท่องเที่ยวระหว่างข้ามอเมริกา
"อะราวด์ เดอะ เวิลด์ อิน 80 เดย์ (รอบโลกใน 80 วัน) ที่สำคัญคือได้ประสบการณ์ที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่"
ตลอดการเดินทางนั้นภูรินไม่ได้ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาประสบการณ์ของตนเองที่ผ่านมา พร้อมตกผลึกได้ว่า เขาอยากเป็นศิลปินเต็มตัว เมื่อเสร็จสิ้นการเดินทางรอบโลก เขาจึงทำตาม "เสียงหัวใจตนเอง" อีกครั้ง
"ศิลปะร่วมสมัยไทยกำลังโต"
เดินออกไปนอกห้องของภูริน ห้องพักทุกห้องในชั้น 7 และ 8 อัดแน่นด้วยผลงานศิลปะ ที่มากกว่าหอจัดแสดงบางแห่งเสียอีก เพราะนี่คือนิทรรศการโฮเทล อาร์ต แฟร์ 2019 (Hotel Art Fair) นี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 แล้ว เน้นส่งเสริมการรวมตัวกันของผู้รักศิลปะ ศิลปิน และนักออกแบบ จากนานาประเทศ
ปาร์ก ซูมิน ผู้ช่วยวิจัย ห้องแสดงศิลปะอาร์ตเพลซในเกาหลีใต้ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า ต้องการนำผลงานศิลปะของศิลปินเกาหลี มาให้คนไทยรู้จักมากขึ้น เพื่อให้ตระหนักว่าเกาหลีใต้มีมากกว่าเพลงเคป๊อป และอาหาร

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC thai
"ฉันคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ศิลปะร่วมสมัย (contemporary art) กำลังเติบโตในไทย เราจึงอยากมาเห็นด้วยตาตนเอง จนถึงตอนนี้ เราค่อนข้างประทับใจมาก จึงอยากนำเสนอผลงานของศิลปินเกาหลีให้คนไทยได้เห็น"
แนวคิดการจัดนิทรรศการในปีนี้คือ "ทะลายพรมแดน" จึงเปิดกว้างให้ศิลปินทุกช่วงวัย เข้ามานำเสนอศิลปะได้อย่างอิสระ
นั่นรวมถึง นิธิ สถาปิตานนท์ อายุ 72 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทสถาปนิก 49 และได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ซึ่งหลังเกษียณแล้ว เขาได้สร้างสรรค์ภาพวาดด้วยมือ เชิงสถาปัตยกรรมเป็นกิจกรรมฆ่าเวลาอยู่ตลอด และนี่เป็นการนำผลงานมาจัดแสดงเป็นครั้งแรก

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC thai
"ผมมาดูงานเค้าหลายปีแล้ว มาเกือบจะทุกปี" นิธิ เล่า "รูปพวกนี้เป็นแนวสถาปัตยกรรม พอเกษียณแล้วเลยอยากเขียนอะไรสนุก ๆ เท่าที่เวลามี"
"หลังเกษียณแล้ว ไม่ต้องไปต่อรองกับลูกค้า ไม่ต้องเสนองาน ไม่มีเวลามาบีบ" ส่วนงานศิลปะมากมายที่ตกแต่งอยู่ทั่วห้องพัก "แค่คนได้เห็นก็ภูมิใจแล้ว"

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
งานหลักศิลปิน งานรองเป็นอาจารย์
สิ่งที่หนุ่มเชียงใหม่ที่อาศัยในซานฟรานฯ ชื่นชอบรองจากการทำงานศิลปะคือการสอน เพราะมองว่าเป็น "การคืนกลับให้โลก"
เขาเริ่มอาชีพสอนตั้งแต่สมัยทำงานที่ไอดีโอ โดยสอนวิชาออกแบบที่ ม. สแตนฟอร์ดอยู่ 4 ภาคเรียน เมื่อผันตัวเป็นศิลปิน จึงรับงานสอนที่ ม. แคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์
"ผมชอบการสอน เพราะว่าเวลาเห็นเด็กเข้าใจหลักการอะไรของเราแล้ว มันรู้สึกภูมิใจ เป็นไฟให้เราทำต่อไป" ภูรินกล่าว แต่ก็ยอมรับว่า ตัวเขาเองก็ไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
สำหรับคนที่ผ่านประสบการณ์และการตัดสินใจสำคัญหลายครั้งในชีวิต หากให้สรุปเป็นบทเรียนแก่นักศึกษา เขาอยากสอนว่า
"ค้นหาตัวเองว่าสนใจอะไรจริง ๆ แล้วถ้าค้นหาเจอแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด" และ "ถึงแม้จะล้มเหลว สะดุดอะไร แต่มันก็เป็นบทเรียนให้เราก้าวต่อไป"
คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จไหม?
ศิลปินอินเทอร์แอคทีฟอาร์ตชาวไทย ที่เคยจัดแสดงผลงานมาแล้วในหลายประเทศ หัวเราะกับคำถาม และตอบติดตลกว่า รอให้ถึงอายุ 70 ปีแล้ว ค่อยมาถามอีกครั้งดีกว่าไหม เพราะตอนนี้อายุ 35 ปี แต่ยังไม่คิดว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว
แต่หากให้นิยามความสำเร็จ ณ เวลานี้ ภูรินยอมรับว่า ทุกการตัดสินใจด้วยตนเองตั้งแต่ลาออกจากไมโครซอฟต์ จนนำมาถึงอาชีพในปัจจุบัน นั่นแหละเป็นความสำเร็จ

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
"ทำงานไมโครซอฟต์ซึ่งไม่ได้ชอบ" "ลาออกจากไอดีโอ" และ "ปฏิเสธโอกาสใหญ่ ๆ" แต่ถ้าไม่ได้ตัดสินใจเหล่านี้ "งานพวกนี้คงไม่ออกมา รู้สึกดีใจ และรู้สึกขอบภูมิใจ ที่ได้มาถึงจุดนี้"
ภูรินมองไปรอบนิทรรศการขนาดย่อมในห้องโรงแรมแล้วทิ้งท้ายว่า
"การได้ทำงานพวกนี้เรื่อย ๆ ทุกวัน จนถึงเวลาตาย ได้ทำอะไรที่มันหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของผม...ถ้าเกิดได้ทำให้มากที่สุดก่อนที่จะตาย ผมรู้สึกว่ามันเป็นความสำเร็จ"
*นิทรรศการของ ภูริน พานิชพันธ์ ศิลปิน-อาจารย์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ Hotel Art Fair 2019 ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย. 2562 ณ โรงแรม W Bangkok ย่านสาทร กรุงเทพฯ












