สอบ TGAT: กรีนพีซ วิจารณ์ข้อสอบ TGAT "เมนูไหนสร้างก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด" คลุมเครือและกำกวม

การทำข้อสอบวัดสมรรถนะทั่วไป (Thai General Aptitude Test) หรือที่เรียกันว่า TGAT เพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย กลายเป็นประเด็นถกเถียงของคนในสังคมและสื่อออนไลน์นับตั้งแต่วันแรกด้วยคำถามที่ทำให้สังคมกังขาว่าควรเลือกคำตอบใดที่ถูกต้อง

คำถามนี้ถูกแชร์โดยผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ @6inthesun ที่ระบุว่า "เมนูใดต่อไปนี้สร้างก๊าซเรือนกระจกและส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนน้อยที่สุด" โดยตัวเลือกประกอบด้วย

  • ข้าวราดไก่ผัดกระเทียมพริกไทย
  • ราดหน้าหมู
  • สเต็กปลาแซลมอน
  • สุกี้ทะเลรวมมิตร

การถกเถียงคำตอบจากคำถามดังกล่าว รวมทั้งกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนคำถาม 200 ข้อ ที่จะต้องทำให้เสร็จภายในเวลา 3 ชั่วโมงก็เป็นประเด็นที่ทำให้ #dek66 #TGAT #TGAT3 ติดเทรนด์บนทวิตเตอร์ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. และข้อความดังกล่าวมีผู้รีทวีตกว่า 1.62 หมื่นครั้ง

นายชาลี เจริญลาภนพรัตน์ ผู้จัดการระบบ TCAS66 ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ วันที่ 11 ธ.ค. ว่า เป็นการวัดความรู้เรื่อง SDGs (Sustainable Development Goals) หรือแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนมีการกล่าวถึงเป้าหมาย 17 ประการ หนึ่งในนั้นคือเรื่องของการลดโลกร้อน

"โดยปกติแล้วเรามีส่วนร่วมได้หลายวิธี รวมทั้งเรื่องการรับประทานอาหาร อาหารแต่ละประเภทจะมีคาร์บอนฟุตพรินท์ หรือ การผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ อาหารทะเล หรือว่าปลาแซลมอนนะครับ เพราะฉะนั้นกุญแจสำคัญของเรื่องนี้คือ การตระหนักรู้ในเรื่องปริมาณ คาร์บอนฟุตพรินท์ เราก็ใช้ข้อมูลระดับโลกในการที่จะกำหนดข้อมูลของคาร์บอนฟุตพรินท์แต่ละชนิด"

ผู้จัดการระบบ TCAS66 ยืนยันว่า ข้อสอบนี้มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียวตามหลักวิชาการ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

ต่อมาสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ออกเอกสารชี้แจงประเด็นที่สื่อสังคมออนไลน์ให้ความสนใจข้อสอบ TGAT โดยอธิบายในลักษณะเดียวกันกับนายชาลี

กรีนพีซเห็นแย้งข้อสอบคลุมเครือ-กำกวม

แม้ว่าผู้จัดการระบบ TCAS66 ออกมาย้ำข้อสอบเป็นไปตามหลักวิชาการ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า เป็นเรื่องยากและซับซ้อนในรายละเอียดทั้งในแง่การผลิตวัตถุดิบ การขนส่งสินค้า หรือกระบวนการแปรรูปอาหาร จึงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินคำตอบที่ถูกต้องได้

หนึ่งในจำนวนนั้นคือ นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยกรีนพีซประจำประเทศไทย และผู้ร่วมก่อตั้งกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "ข้อสอบนี้สะท้อนให้เห็นระบบการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ ตั้งแต่การเน้นให้ท่องจำ ไปจนถึงการขาดการคิดวิเคราะห์เชิงระบบ"

เขาระบุว่าคำถามของข้อสอบมีความคลุมเครืออย่างยิ่ง และทำให้ตัวเลือกทั้ง 4 ยิ่งคลุมเครือหนักขึ้นไปอีก

ความคลุมเครือของคำถามคือ

  • (1) คำว่า "สร้างก๊าซเรือนกระจก" ซึ่งอาจเป็นชนิดของก๊าซเรือนกระจก (ซึ่งไม่ได้มีเพียงแต่คาร์บอนไดออกไซด์อย่างเดียว) ชนิดใดชนิดหนึ่ง/หลาย ๆ ชนิดก็ได้ หรือพิจารณาในแง่ Carbon Footprint ก็ได้
  • (2) ความคลุมเครือของคำว่า "ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน…" เพราะก๊าซเรือนกระจกแต่ละชนิดมีศักยภาพที่ทำให้เกิดโลกร้อน(Global Warming Potential) ต่างกันไป

พอคำถามมีความคลุมเครือ/กำกวม การหาคำตอบว่าข้อไหนถูกจึงเป็นเรื่องที่ไม่แฟร์ต่อผู้ทำข้อสอบ บางคนอาจคิดจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการได้มาซึ่งไก่ หมู ปลาแซลมอนและสัตว์ทะเล (หมึก กุ้ง ฯลฯ) ว่าเลี้ยงแบบอุตสาหกรรมหรือเลี้ยงแบบบ้าน ๆ บางคนอาจคิดจาก Carbon Footprint ของแต่ละเมนู บางคนอาจคิดไปไกลถึงห่วงโซ่อุปทาน(supply chain) ตั้งแต่ต้นจนจบของแต่ละเมนู

"การตั้งคำถามที่ชัดเจนและชาญฉลาดจึงมีความสำคัญ" เขาระบุ

โลกร้อนเกี่ยวกับอาหารที่เรากินอย่างไร

เมื่อปี 2019 คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (IPCC) เผยแพร่รายงานที่ศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์ 107 คน ในการประชุมที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากที่ดินและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่า การบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ในประเทศตะวันตกที่มีปริมาณสูงมาก เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

ในรายงานฉบับนี้ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของวงจรอาหารของมนุษย์ อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ฝนที่ตกมากขึ้น และสภาพอากาศแบบสุดขั้ว ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์

อย่างไรก็ตาม การผลิตอาหารก็ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนเช่นกัน เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมป่าไม้ กินสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมา ส่วนการเลี้ยงปศุสัตว์ก่อโลกร้อนด้วยการปล่อยก๊าซมีเทน รวมทั้งการทำให้พื้นที่ป่าลดลงจากการรูปแบบการเลี้ยงแบบปล่อยทุ่ง

ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติและวีแกนหลายคนเปลี่ยนวิถีการบริโภคของตัวเองส่วนหนึ่งเพราะเหตุผลด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ มีกลุ่มรณรงค์กลุ่มหนึ่งในสหราชอาณาจักรที่ชื่อว่า #nobeef พยายามรณรงค์ให้ผู้ค้าอาหารเอาเนื้อวัวและแกะออกจากเมนูอาหารที่จัดให้นักเรียน