สุนทร วิลาวัลย์ : 40 ปีที่สร้างตำนาน “บ้านใหญ่ปราจีนบุรี” ก่อนตกเป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับ

ที่มาของภาพ, ประชาสัมพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี
สุนทร วิลาวัลย์ บิดารัฐมนตรี ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ และไม่ปรากฏเบาะแสว่าเขาไปกบดานอยู่ที่ไหน ท่ามกลางการกระจายกำลังกันเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุดเพื่อตามจับตัวของเขา หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 และยังหลบหนีอยู่
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด 2 พ่อลูกตระกูลวิลาวัลย์ ทั้ง กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาการ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย, สุนทร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง กรณีถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐออกโฉนดที่ดินบุกรุกป่าเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พื้นที่ จ.ปราจีนบุรี กว่า 150 ไร่
คดีบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กำลังจะหมดอายุความในเวลา 16.30 น. ของวันนี้ (13 มิ.ย.) หากยังจับกุมตัวไม่ได้ ก็จะไม่สามารถดำเนินคดีได้
- ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด รมช. ศึกษาฯ "ครูพี่โอ๊ะ" และพ่อ คดีรุกป่าเขาใหญ่ 13 วัน ก่อนหมดอายุความ
- ศาลฎีกาสั่งปารีณา ไกรคุปต์ พ้นตำแหน่ง ส.ส.-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ฐานผิดจริยธรรมร้ายแรงกรณีครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.
- ความเหมือนที่แตกต่างระหว่างคดีรุกป่าของคนจนกับนักการเมือง
- เสียงจากชาวบ้านซับหวาย น้ำตาคนจนหลังถูกทวงคืนผืนป่า
บีบีซีไทยชวนทำความรู้จัก สุนทร วิลาวัลย์ หรือ "โกทร" ผู้สร้างตำนานการเมือง "บ้านใหญ่ปราจีนบุรี" ซึ่งวันนี้ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 หลังไม่ยอมเข้าพบพนักงานอัยการตามนัดหมาย และขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีคดี
4 ทศวรรษ สังกัด 6 พรรคการเมือง
สุนทร วิลาวัลย์ วัย 83 ปี ใช้เวลากว่า "ครึ่งชีวิต" ในโลกการเมือง เขาค่อย ๆ สร้างเครือข่ายการเมือง สั่งสมอำนาจ-บารมี จนกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในพื้นที่
ย้อนกลับไปเมื่อ 42 ปีก่อน สุนทรเข้าสู่สนามการเมืองด้วยตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองปราจีนบุรี ในปี 2523 ก่อนขยับชั้นเป็น ส.ส.ปราจีนบุรี ในอีก 3 ปีต่อมา ภายใต้สังกัดพรรคชาติไทย
นักการเมืองที่คนในพื้นที่เรียกว่า "โกทร" (โก เป็นภาษาจีนไหหลำ แปลว่า พี่) สะสมสถิติการเป็นผู้แทนราษฎรมาเรื่อย ๆ รวมแล้ว 8 สมัย โดยเปลี่ยนพรรคต้นสังกัดไปมาอย่างน้อย 6 พรรค ประกอบด้วย พรรคชาติไทย, พรรคราษฎร, พรรคความหวังใหม่, พรรคไทยรักไทย, พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคภูมิใจไทย

ที่มาของภาพ, ประชาสัมพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี
ต่อมาในปี 2563 สุนทรย้ายกลับไปลงเล่นการเมืองสนามท้องถิ่น ได้รับเลือกให้เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี จากการลงสนามในนามอิสระ ภายใต้แรงสนับสนุนแบบไม่เปิดหน้าของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยถือเป็นการนั่งเก้าอี้ "นายกเล็ก" ต่อจากน้องสาวแท้ ๆ อย่าง บังอร วิลาวัลย์ อดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี 4 สมัย
แต่ถึงกระนั้นไม่ได้ทำให้บารมีของสุนทรลดลง สะท้อนผ่านงานเลี้ยงวันเกิดในวัย 80 ปี ที่จัดขึ้นภายใต้ชื่อ "80 ปี โกทร สุนทร วิลาวัลย์ สมาร์ท เสมอ" ที่มีนักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นไปร่วมงานจำนวนมาก
2 พ่อลูก ผู้มีดีกรีเป็น รมช.
สุนทรเคยนั่งเก้าอี้เสนาบดีครั้งแรกและครั้งเดียวเมื่อครั้งอายุ 57 ปี หลังย้ายเข้าสังกัดพรรคความหวังใหม่ โดยได้รับตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข ในรัฐบาล พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อปี 2539
อีก 23 ปีต่อมา เขาส่ง กนกวรรณ บุตรสาว ขึ้นแท่น รมช.ศึกษาธิการ ได้สำเร็จ โดยเป็น 1 ใน 7 รมต. ในโควต้าของพรรคภูมิใจไทย ในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน
ว่ากันว่า "โกทร" มี "สัญญาใจ" กับ เนวิน ชิดชอบ ผู้มากบารมีของภูมิใจไทย ว่าหากนำพรรคกวาด ส.ส.ปราจีนบุรียกจังหวัด 3 คน จะได้ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี เป็นผลให้ลูกสาวสุดรักของสุนทร ได้เป็น "ครูโอ๊ะ" ตั้งแต่บัดนั้น

ที่มาของภาพ, Facebook/พี่โอ๊ะ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์
ต้นเหตุยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย
นักการเมืองรายนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้พรรคมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) ที่มี อนงค์วรรณ เทพสุทิน ภรรยาของ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นหัวหน้าพรรค สิ้นชื่อจากสารบบการเมืองไทยเมื่อปี 2551 ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ "แจกใบแดง" หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสุนทร ว่าที่ ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 1 มฌ. เมื่อ 8 ม.ค. 2551 จากพฤติการณ์แจกทรัพย์สิน ซึ่งถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550
เนื่องจากสุนทรเป็นรองหัวหน้าพรรค มฌ. จึงเป็นเหตุให้พรรคต้นสังกัดของเขาถูกยุบพรรคโดยคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 2 ธ.ค. 2551 พร้อมสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กก.บห. รวม 29 ชีวิต เป็นเวลา 5 ปี

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุตอนหนึ่งว่า สุนทรมีบทบาทสําคัญในพรรค "จึงเป็นผู้มีหน้าที่ต้องควบคุมและสอดส่องดูแลให้สมาชิกของพรรคการเมืองที่ตนบริหารอยู่กระทําการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่กลับเป็นผู้มากระทําความผิดเสียเอง อันเป็นความผิดที่ร้ายแรงและเป็นภัยคุกคามต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของประเทศ" จึงมีเหตุอันสมควรที่จะต้องยุบพรรค
ใครเป็นใครในตระกูล วิลาวัลย์
หาก "โกทร" คือผู้เปิดตำนานบ้านใหญ่ปราจีนบุรี ลองมาดูกันว่านักการเมืองในตระกูลวิลาวัลย์มีใครและดำรงตำแหน่งอะไรกันบ้าง
- กนกวรรณ วิลาวัลย์ บุตรสาว เข้าสู่การเมืองปี 2543 ในฐานะ ส.อบจ.ปราจีนบุรี, รองนายก อบจ.ปราจีนบุรี ปี 2547, ส.ส.ปราจีนบุรี ทรท. ปี 2548 และปัจจุบันขยับชั้นเป็น รมต.
- อำนาจ วิลาวัลย์ หลานชาย ผันตัวเองจากแวดวงธุรกิจเข้าสู่แวดวงการเมือง ในฐานะสมาชิกเทศบาลเมืองปราจีนบุรี เมื่อปี 2543 และได้รับเลือกเป็น ส.ท. 2 สมัยซ้อน ก่อนขยับชั้นเป็น ส.ส.ปราจีนบุรี ในการเลือกตั้งซ่อมเมื่อปี 2554 โดยถือเป็น ส.ส.คนแรกของภูมิใจไทย ซึ่งหัวหน้าพรรค ภท. ใช้คำว่า "ต้องประคบประหงมเป็นอย่างดี" และปัจจุบันก็ยังเป็น ส.ส.ปราจีนบุรี สังกัด ภท.
- บังอร วิลาวัลย์ น้องสาว เป็นนายก อบจ.ปราจีนบุรี คนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง และชนะเลือกตั้ง 4 สมัยซ้อน ทว่าในปี 2563 เธอถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีทุจริตโครงการก่อสร้างของ อบจ.ปราจีนบุรี 15 โครงการ เมื่อปี 2555 วงเงิน 52.5 ล้านบาท
"โกทร" มั่งคั่ง 645 ล้าน
เมื่อตรวจสอบความมั่งคั่งของเจ้าของ "บ้านใหญ่ปราจีนบุรี" จากบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่สุนทรแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคราวเข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.ปราจีนบุรี เมื่อ 15 ก.พ. 2564 พบว่า เขามีทรัพย์สินกว่า 645.5 ล้านบาท

ที่มาของภาพ, ประชาสัมพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี
ในจำนวนนี้ เป็นทรัพย์สินของสุนทร 635.2 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 10.2 ล้านบาท เป็นของคู่สมรสที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ 13 มิ.ย. 2557
สำหรับรายการทรัพย์สินที่สุนทรแจ้งต่อ ป.ป.ช. มี ดังนี้
- เงินสด 1,000,000 บาท
- เงินฝาก 307,714 บาท
- ที่ดิน 631,460,340 บาท
- โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1,150,000 บาท
- ยานพาหนะ 5 แสนบาท
- สิทธิและสัมปทาน 211,123 บาท
- ทรัพย์สินอื่น 1,555,000 บาท
ขณะเดียวกัน สุนทรแจ้งว่ามีหนี้สิน 4,000,000 บาท
สำนักข่าวอิศรารายงานเพิ่มเติมว่า รายการทรัพย์สินประเภทที่ดินซึ่งอยู่ในครอบครองของสุนทรและคู่สมรสที่เสียชีวิตแล้ว มีมูลค่ารวมกัน 640.4 ล้านบาท โดยเป็นที่ดินในชื่อของสุนทร 220 แปลง ประกอบด้วย โฉนด น.ส. 3 ก. น.ส. 3 และของคู่สมรสที่เสียชีวิต 5 แปลง ทั้งนี้ที่ดินเกือบทั้งหมดอยู่ใน อ.ประจันตคาม อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.นาดี อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี และมีบางส่วนอยู่ที่ อ.เมืองสระแก้ว
นอกจากนี้ ยังมีเรือนโรงและสิ่งปลูกสร้างอีก 19 รายการ มูลค่ารวม 2.4 ล้านบาท โดยเป็นบ้านเดี่ยวในชื่อของสุนทร ตั้งอยู่ที่ ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 2 หลัง ปลูกสร้างบนโฉนดเดียวกัน มูลค่าหลังละ 2 แสนบาท, ห้องแถว จำนวน 13 หลัง ปลูกสร้างบนโฉนดเดียวกัน มูลค่าหลังละ 5 หมื่นบาท, ตึกเดี่ยวที่ปลูกสร้างบนโฉนดเดียวกับห้องแถว 1 หลัง มูลค่า 1.5 แสนบาท ส่วนคู่สมรสที่เสียชีวิต มีบ้านเดี่ยว 3 หลัง ปลูกสร้างบนโฉนดเดียวกัน มูลค่ารวม 1.25 ล้านบาท









