ปารีณา ไกรคุปต์: ศาลฎีกาสั่งให้พ้นตำแหน่ง ส.ส.-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ฐานผิดจริยธรรมร้ายแรงกรณีครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ศาลฎีกามีคำสั่งให้ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ พ้นจากตำแหน่งสภาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ส่งผลให้ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตลอดชีวิต จากการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีครอบครองที่ดินปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จ.ราชบุรี โดยมิชอบ
คดีนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้วินิจฉัยว่า น.ส.ปารีณาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ หลังจากผลการไต่สวนพบว่า น.ส. ปารีณาได้ร่วมกับนายทวี ไกรคุปต์ บิดา เข้ายึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 711-2-93 ไร่ เมื่อ 18 ปีก่อน
ศาลฎีกาประทับรับคำร้องคดีนี้เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2564 ส่งผลให้ น.ส. ปารีณา ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนราษฎร จนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาในวันนี้ (7 เม.ย.) โดย น.ส. ปารีณาไม่ได้เดินทางมาศาล แต่ส่งทนายความมาแทน
- ปารีณา ไกรคุปต์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังศาลฎีการับคำร้อง ป.ป.ช. คดีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ปมรุกป่าสงวนราชบุรี
- มติ ป.ป.ช. ชี้มูล "ปารีณา" ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ครอบครองที่ดินรัฐกว่า 700 ไร่
- ทวี ไกรคุปต์ : เชียร์เปรม กล่าวหาสุเทพ ร่วมพรรคทักษิณ ประท้วงรัฐประหาร 2549 ส่งลูกสาวลงเอยที่พลังประชารัฐ
- ความเหมือนที่แตกต่างระหว่างคดีรุกป่าของคนจนกับนักการเมือง
ศาลพิพากษาว่า น.ส.ปารีณาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. นับจากวันที่ 25 มี.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป มีผลให้ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิ์รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. สว. ผู้บริหารท้องถิ่น และดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 วรรคสี่ และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 มาตรา 81, 87 และมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ข้อ 3 ข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง ทั้งนี้ คำพิพากษาให้มีผลทันที และให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป
คดีของ น.ส. ปารีณานับเป็นคดี ส.ส. ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงคดีแรกที่ศาลมีคำพิพากษา และหลังจากนี้จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 3 ราชบุรี แทน น.ส. ปารีณา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สรุปคำวินิจฉัยและคำพิพากษา
คดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2564 ที่ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนใน จ.ราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม
คำร้องของ ป.ป.ช.: น.ส.ปารีณาดำรงตำแหน่ง ส.ส. ไม่ได้มีอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก จึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินเพื่อทำประโยชน์ น.ส.ปารีณามีที่ดิน 29 แปลง เนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ และมีทรัพย์สินที่ยื่นไว้กับป.ป.ช. กว่า 163 ล้านบาท จึงไม่ได้ผู้ยากไร้ที่ทำกิน เป็นผู้ขาดคุณสมบัติครอบครองที่ดินเขตปฏิรูปตั้งแต่แรก การกระทำของ น.ส.ปารีณาถือว่าไม่รักษาเกียรติภูมิของชาติ เป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม มีพฤติการณ์เสื่อมเสีย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระฯ ไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ
คำชี้แจงของ น.ส.ปารีณา: ได้เข้าครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2484 ก่อนที่มีการประกาศเป็น พ.ร.บ.ป่าไม้ และพ.ร.บ.ป่าสงวน ในปี 2507 โดยนายทวี ไกรคุปต์ บิดา ได้ซื้อที่ดินต่อจากชาวบ้านผู้มีสิทธิ์มาทำฟาร์มสัตว์เลี้ยง และปลูกพืช โดยบิดาได้ยกที่ดินให้ดูแลกิจการ เพื่อนำเงินไปเลี้ยงดูบิดาตั้งแต่ 2555 ตนไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวน จึงไม่มีเจตนาบุกรุก แผ้วถางป่า และกรมป่าไม้ไม่เคยปักหมุดเขตป่าสงวน ทำให้ประชาชนที่เคยครอบครองที่ดินไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวน เพราะมีการมาประกาศภายหลัง การที่กรมป่าไม้ดำเนินคดีกับตนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งต่อมาได้คืนที่ให้ทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข
ประเด็นวินิจฉัยของศาลฎีกา:
- น.ส.ปารีณาครอบครองที่ดิน 665 ไร่ 1 งาน 53 ตร.ว. เป็นพื้นที่สีส้ม โดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ใด ขณะที่ที่ดินบริเวณโดยรอบมีการยื่นขอออกเอกสารสิทธิ สปก. 4-01 หลายแปลง น.ส.ปารีณาย่อมต้องทราบว่ามีการปฏิรูปที่ดินเช่นเดียวกับคนอื่น เมื่อสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศให้มีการยื่นขอปฏิรูปที่ดินเมื่อเดือน มิ.ย. 2562 โดยผู้มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต้องมีอาชีพเป็นเกษตรกรและไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ซึ่งสำนักงานปฏิรูปที่ดินฯ จะจัดสรรที่ดินให้ไม่เกินคนละ 50 ไร่ แต่ น.ส. ปารีณาก็ไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน เพราะมีที่ดินมากกว่าคนอื่น การเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินอาจมีผลให้สูญเสียที่ดินได้
- การที่ น.ส.ปารีณาครอบครองที่ดินต่อจากบิดา โดยรู้ว่าเป็นที่เกษตรกรรม มีเจตนาไม่ส่งคืนเพื่อจัดสรรให้เกษตรกรและเลี่ยงการเข้ากระบวนการปฏิรูปมาตลอด จนมีการตรวจสอบ ผู้คัดค้านจึงคืนที่ดินให้ทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข หาใช่สมัครใจส่งมอบเองตามที่อ้าง
- การครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา เป็นการปิดโอกาสเกษตรกรรายอื่นไม่สามารถได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินได้
- น.ส. ปารีณามีรายได้จากการเป็น ส.ส. 4 สมัย ใช้เวลาทำงานส่วนใหญ่ในรัฐสภา มีทรัพย์สินรวมกว่า 163 ล้านบาท ไม่เป็นคนยากจน มีกรรมสิทธิ์ที่ดินของตัวเองหลายสิบแปลง ไม่ใช่เกษตรกรอาชีพ ดังนั้น การครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินโดยทราบว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติและรู้อยู่ว่าไม่มีเอกสารสิทธิ์ ย่อมเป็นเรื่องที่ ส.ส. ซึ่งควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนไม่พึงปฏิบัติ
- การกระทำของ น.ส.ปารีณา เสื่อมเสียเกียรติและมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 17 ที่ระบุถึงการรักษาชื่อเสียงของตำแหน่งหน้าที่ ส.ส. และไม่ประพฤติตนหรือดำเนินการอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง
- น.ส.ปารีณาไม่อาจอ้างหน้าที่เลี้ยงดูบิดามารดาอันเป็นหน้าที่ส่วนตนเพื่อก่อภาระแก่สังคมโดยรวมได้ อีกทั้งยังเป็นผู้มีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ ควรต้องปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย แม้ต่อมาจะส่งมอบที่ดินคืนให้แก่สำนักงานปฏิรูปที่ดินฯ ก็ไม่ทำให้การฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมที่เกิดขึ้นมาแล้วกลับกลายเป็นไม่เกิดขึ้นได้
คำพิพากษา: พิพากษาว่า น.ส.ปารีณาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามข้อกฎหมายต่อไปนี้
-รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) วรรคสามและวรรคสี่ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามกมาทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 และ 87
-มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 3, 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง
ให้ น.ส.ปารีณาพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ราชบุรี นับแต่วันที่ 25 มี.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคสี่ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา

ปารีณาโพสต์เพลง "คนดีไม่มีวันตาย" หลังรับทราบคำพิพากษา น.ส. ปารีณาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อ จนกระทั่งเวลา 01.30 น. เธอจึงได้โพสต์ข้อความแรกบนเฟซบุ๊ก พร้อมภาพการทำงานของเธอประกอบเพลง "คนดีไม่มีวันตาย"
ส่วนหนึ่งของข้อความที่เธอโพสต์ระบุว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีบนถนนการเมือง ตั้งใจทำหน้าที่ผู้แทนทั้งในสภาและนอกสภาอย่างเต็มที่ ทุ่มเทจิตใจ และทุนทรัพย์ให้กับพวกพ้องและพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ได้รับการยอมรับ และชนะเลือกตั้งตลอด ไม่เคยสอบตก แต่ถูกพิพากษาลงโทษอย่างรุนแรง ไม่สามารถสมัครอะไรได้ตลอดชีวิต
เธอกล่าวถึง คดีความเกี่ยวกับที่ดิน ส.ป.ก. ว่า ตอนยื่นทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ได้แจ้งว่าครอบครองทำประโยชน์อยู่บนที่ดิน ภบท. 5 ต่อมา ส.ป.ก. ได้ประกาศเขตที่ดิน ส.ป.ก. จังหวัดราชบุรี เมื่อทราบว่าเป็นที่ดิน ส.ป.ก. จึงได้ทำเรื่องส่งคืนน.ส.ปารีณาระบุความผิดของเธอเปรียบได้กับการลงโทษสูงสุด
"ปารีณาถูกพิพากษาเปรียบเสมือนทำผิดร้ายแรงถูกประหารชีวิต (ทางการเมือง) จากที่ดินพ่อให้มา และนี่คือคดีที่จะเป็นบรรทัดฐานต่อนักการเมืองและข้าราชการต่อไป"อดีต ส.ส.ราชบุรี กล่าวอีกว่า แม้ไม่สามารถเป็นผู้แทนราษฎรได้อีกต่อไป แต่จะยึดมั่นอุดมการณ์ต่อไป พร้อมระบุว่าจะได้พบกันอีก"แต่พบกันอีกเร็ว ๆ นี้นอกสภานะคะ" น.ส.ปารีณาระบุ
ปารีณา = "ผู้กล้าที่ตายกลางสนามรบ"
นายทิวา การกระสัง ทนายความของ น.ส.ปารีณา ให้สัมภาษณ์ภายหลังฟังคำพิพากษาว่ายอมรับผลของคำพิพากษา แต่ขอชี้แจงว่า น.ส.ปารีณาไม่ได้บุกรุกที่ป่าสงวนตั้งแต่แรก แต่เป็นการรับที่ดินต่อจากบิดา
นายทิวากล่าวว่า คำตัดสินวันนี้ส่งผลให้ น.ส.ปารีณาไม่สามารถเป็นนักการเมืองได้และต้องพักผ่อนไปอีก 10 ปี ส่วนที่ระบุว่ามีการตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดไปนั้น ต้องดูว่าคำว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคุณสมบัติอะไร เช่นเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติการเลือกตั้ง และหากถูกตัดสิทธิ์ลง ส.ส. ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้
"อยากให้รู้ว่าที่ผ่านมา น.ส.ปารีณาโดนมาเยอะ นี่คือผลของผู้กล้าที่ตายกลางสนามรบ เป็นเรื่องปกติ แต่วีรบุรุษไม่เคยตายกลางสนามรบ ซึ่งนี่คือการเมืองไทย" นายทิวากล่าว
นายทิวายังกล่าวอีกว่า หลังจากการฟังคำพิพากษาตนไม่ได้มีการพูดคุยกับ น.ส.ปารีณา แต่ทางด้าน น.ส.ปารีณาได้เตรียมการทำฟาร์มไก่ใหม่ ส่วนเรื่องของคดีก็ต้องดูว่าตามกฎหมายสามารถยื่นอุทธรณ์ ไปยังที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาได้หรือไม่ หากทำได้ก็จะลองยื่นอุทธรณ์ดู ซึ่งในส่วนของคดีอาญาทางการเมืองทั่วไปสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ในกรณีผิดจริยธรรมเป็นการพิพากษาคดีแรก จึงต้องศึกษาดูข้อกฎหมายก่อนว่าจะใช้ระเบียบเดียวกันหรือไม่

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ปิยบุตร: "การตัดสิทธิสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิตไม่ควรมี"
รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกคณะก้าวหน้า อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ และอดีตอาจารย์นิติศาสตร์กฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ @Piyabutr_FWP ว่าไม่เห็นด้วยกับกรณีศาลฎีกาตัดสิน น.ส. ปารีณา และเห็นว่าการที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กำหนดให้กรณีนักการเมืองละเมิดจริงธรรมอย่างร้ายแรงไปให้ศาลฎีกาตัดสินและมีโทษประหารชีวิตทางการเมือง เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ด้วยเหตุว่า มาตรฐานจริยธรรมเป็นเรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณ เป็นเรื่องภายในองค์กร ต้องให้แต่ละองค์กรกำหนดและชี้ขาดกันเอง หน่วยงานอื่น ๆ เขาก็ทำกันเอง ลงโทษกันเอง
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
อีกทั้ง มาตรฐานทางจริยธรรมไม่ใช่เรื่องเกณฑ์ทางกฎหมาย ไม่ใช่ถูกหรือผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่องความเหมาะสม จึงไม่ควรให้ศาลชี้ขาด ลงโทษ ศาลเกี่ยวข้องได้แบบเข้าไปทบทวน เช่น ข้าราชการถูกลงโทษทางวินัยก็อาจฟ้องศาลให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษได้ เป็นการตรวจสอบว่าคำสั่งลงโทษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่กรณีนักการเมืองกลับนำมาตรฐานจริยธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระออกมาปรับใช้ และยังให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาชี้มูล ส่งให้ศาลฎีกาชี้ขาด นอกจากนี้ยังมีการกำหนดอัตราโทษสูง
"การตัดสิทธิสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิตไม่ควรมี นี่คือการทำลายสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรง ประหารชีวิตทางการเมือง" รศ.ดร.ปิยบุตร กล่าว
อดีต ส.ส. อนาคตใหม่ กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 เอามาใช้สองกรณี คือ ติดคุกเพราะคอร์รัปชั่น และละเมิดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งผู้ร่างเที่ยวเอาไปโฆษณาว่านี่คือ รัฐธรรมนูญปราบโกง แต่จริง ๆ แล้วการโกงก็ยังมีและเพิ่มขึ้น ส่วนช่องทางนี้ก็เอาไว้เล่นงานนักการเมืองกันไปมา
"ผมจึงไม่เห็นด้วยกับกรณีศาลฎีกาตัดสินคุณปารีณา และเสนอว่าเราไม่ควรดีใจกับเรื่องแบบนี้ ตรงกันข้าม เราควรรณรงค์ชี้ปัญหาพิษภัยรัฐธรรมนูญ 60 และต่อสู้กับ 'นิติสงคราม' ครับ"
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่ากรณีนี้จะเป็นบรรทัดฐานเกี่ยวกับจริยธรรมร้ายแรงของนักการเมือง เพราะศาลตัดสินไปตามกฎหมาย หากในอนาคตมีคดีที่คล้ายคลึงเกิดขึ้น ก็มีโอกาสที่จะรับโทษเช่นเดียวกันกับคดีนี้
ส่วนที่บางฝ่ายมองว่า ศาลไม่ควรตัดสินโดยใช้หลักจริยธรรม ควรใช้คดีทางอาญาหรือทางแพ่งมากกว่า นายวิษณุกล่าวว่า จะกล่าวเช่นนั้นไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน และหากจะแก้เรื่องการตัดสิทธิตลอดชีวิต ก็เป็นเรื่องของอนาคตทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย
ลำดับเหตุการณ์คดี "ฟาร์มไก่ปารีณา"
25 พ.ค. 2562 น.ส.ปารีณา เข้าปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.
29 ต.ค. 2562 น.ส.ปารีณาออกมาให้สัมภาษณ์ว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนใน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ขอให้ช่วยเรียกคืนที่ดิน 500 ไร่จากทั้งหมดกว่า 3,000 ไร่ของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยเธออ้างว่ามีประชาชนร้องเรียนว่าที่ดิน 500 ไร่นี้เป็นที่ดินที่ชาวบ้านได้รับจัดสรรเป็นที่ทำกิน ซื้อขายไม่ได้และชาวบ้านต้องการใช้เป็นป่าชุมชน ต่อมาสมพรได้ชี้แจงว่าที่ดินแปลงนี้มีกรรมสิทธิ์หลายแบบ และเธอพร้อมที่จะส่งมอบที่ดินที่เป็นที่ทำกินของประชาชนคืนให้
หลังจาก น.ส. ปารีณาเปิดประเด็นเรื่องที่ดินของนางสมพร นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ ได้ฉวยโอกาสนี้เปิดประเด็นตีกลับ โดยบอกว่าในพื้นที่เดียวกันนี้ อาจมีที่ดินอื่น ๆ ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือที่ดินของ น.ส. ปารีณา
13 พ.ย. 2562 นายเรืองไกรยื่นเรื่องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบที่ดินกว่า 1,700 ไร่ของ ปารีณา ที่ใช้ทำฟาร์มไก่ชื่อ "เขาสนฟาร์ม" ที่สงสัยว่ารุกพื้นที่ป่าสงวน
หลังการร้องเรียน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ในขณะนั้น ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบพื้นที่ที่ดินฟาร์มไก่ 1,700 ไร่ ของ น.ส. ปารีณา โดยมีผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้เป็นประธาน การตรวจสอบพบว่าพื้นที่บางส่วนอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชีและเขตป่าอนุรักษ์ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ 2484 คำนวณค่าเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 36.2 ล้านบาท จึงได้แจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อเดือน ธ.ค. 2562
ทั้งนี้ คณะทำงานตรวจสอบได้รับคำอธิบายจากครอบครัวของ น.ส.ปารีณาว่า เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่นี้ตั้งแต่ พ.ศ.2489 ก่อนที่กรมป่าไม้จะมอบให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินในปี 2536 และยืนยันว่าครอบครองที่ดินผืนนี้โดยสุจริตมากว่า 10 ปี
ขณะที่นายทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี ผู้เป็นพ่อของ น.ส.ปารีณา เชื่อว่าข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นนี้เป็น "เกมการเมือง" และบอกว่าสงสารลูกสาวที่ต้องมาเจอกับเกมการเมืองเช่นนี้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
10 ก.พ. 2564 ป.ป.ช. มีมติว่า น.ส. ปารีณาฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
"กรณีที่ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง และกรณีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งอันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง..." มติ ป.ป.ช. ระบุ พร้อมกับสรุปพฤติการณ์ของ น.ส. ปารีณา ดังนี้
- 2546-2562 ขอใช้ไฟฟ้าต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจอมบึง และชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินต่อ อบต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อประกอบกิจการปศุสัตว์
- 2549-2556 ชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 5) ทั้ง 29 แปลง ต่อ อบต.รางบัว ซึ่งมีการกระจายการถือครองที่ดินโดยอาศัยชื่อบุคคลอื่นซึ่งเป็นแรงงานที่อยู่ในฟาร์มมาถือครองที่ดินในเอกสาร ภ.บ.ท. 5 จำนวนหนึ่ง
- 2555 โอนที่ดินกลับมาเป็นชื่อของ น.ส. ปารีณา ทั้งหมด
- 2557 อบต.รางบัว ยกเลิกการเก็บภาษีบำรุงท้องที่ แต่ น.ส. ปารีณายังคงยึดถือ ครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยไม่มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.
- 2555-2562 ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อ อบต.รางบัว และยื่นขอใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม "เขาสนฟาร์ม" และ "เขาสนฟาร์ม 2" บนที่ดินดังกล่าวต่อกรมปศุสัตว์
- 2561 ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด เพื่อประกอบกิจการ
- เมื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 น.ส. ปารีณายังคงยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าว โดยอ้างเอกสารแบบแสดงรายการที่ดินฯ (ภ.บ.ท. 5) ทั้ง 29 แปลงที่ถูกยกเลิกไปแล้ว และมิได้รับอนุญาต

7 เม.ย. 2565 ศาลฎีกาพิพากษาว่า น.ส. ปารีณามีความผิดฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ส่งผลให้พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ปิดฉากการทำหน้าที่ในสภาที่เธออยู่มา 1 ปี 10 เดือน
วิบากกรรมทางกฎหมายคดีที่เกี่ยวเนื่อง
นอกจากคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง นักการเมืองหญิงวัยย่าง 46 ปี ยังมีวิบากกรรมทางกฎหมายรออยู่อีกหลายคดี ดังนี้
หนึ่ง คดีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ กรณีไม่แจ้งการครอบครองที่ดิน จ.ราชบุรี ซึ่ง ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาไปเมื่อ 7 ก.ย. 2563
โทษสูงสุดในคดีนี้คือ จำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และถูกให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้
สอง คดีบุกรุกที่ดินป่าสงวน เนื้อที่ 711-2-93 ไร่ โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) แจ้ง 4 ข้อกล่าวหา คือ
1) ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และมาตรา 31 ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนชาติ โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
2) ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
3) ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน ร่วมกันเข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่อสร้างหรือเผาป่า กระทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจจานุเบกษา หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต
4) ความผิดตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาล ในเขตน้ำบาดาลใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสิทธิหรือไม่มีสิทธิครอบครองที่ดิน ในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
โทษสูงสุดในคดีนี้คือ จำคุก 20 ปี และปรับ 2 ล้านบาท











