มติ ป.ป.ช. ชี้มูล "ปารีณา" ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ครอบครองที่ดินรัฐกว่า 700 ไร่

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริจแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีความผิดฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีครอบครองที่ดินของรัฐกว่า 711 ไร่ เพื่อทำปศุสัตว์ โดยการสอบสวนของ ป.ป.ช. พบว่ามีการถือครองตั้งแต่ปี 2545-2546
ภายหลังมีมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยต่อไป ทั้งนี้ ป.ป.ช. จะส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาโดยตรง ไม่ต้องผ่านอัยการสูงสุด เมื่อศาลฎีกาประทับรับฟ้องจะเป็นเหตุให้ ส.ส. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. แถลงข่าวเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (10 ก.พ.) ชี้มูลกรณียึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ ในบริเวณพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี อันเป็นผลจากการที่กรมป่าไม้ได้ร้องทุกข์ ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ให้ดำเนินคดีอาญากับ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ เป็นพื้นที่ 711.2 ไร่ คำนวณค่าเสียหายเป็นตัวเงิน จำนวน 36,224,791 บาท
- ทวี ไกรคุปต์: เชียร์เปรม กล่าวหาสุเทพ ร่วมพรรคทักษิณ ประท้วงรัฐประหาร 2549 ส่งลูกสาวลงเอยที่พลังประชารัฐ
- ปารีณา : ความเหมือนที่แตกต่างระหว่างคดีรุกป่าของคนจนกับนักการเมือง
- ปารีณา ไกรคุปต์ : มองทะลุวิวาทะ "เสรีพิศุทธ์-ปารีณา" สะท้อนสังคมไทยตกอยู่ในภาวะ "ตาบอดทางเพศ"
- ส.ป.ก.-กรมป่าไม้ บอก ใกล้ได้ข้อสรุป ฟาร์มไก่ 1,700 ไร่ รุก-ไม่รุกที่ป่าสงวน
โฆษก ป.ป.ช. ระบุว่าจากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่ปี 2545-2546 นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ได้เข้ามาประกอบกิจการเลี้ยงไก่ และระหว่างการครอบครองต่อมา น.ส. ปารีณา ก็เข้ามาเป็นผู้ซื้อขายไฟฟ้าเพื่อใช้ประกอบกิจการปศุสัตว์ดังกล่าวเรื่อยมา ทั้งนี้จากการตรวจสอบไม่ปรากฏว่า น.ส. ปารีณา เข้ามายื่นคำขอใช้ที่ดินปฏิรูป แต่กลับมีพฤติการณ์ถือครอง และกระจายการถือครอง ก่อนดำเนินการถือครองในชื่อของ น.ส. ปารีณา อีกครั้ง
"พฤติการณ์ในการกระทำของ น.ส.ปารีณา ทำให้เห็นถึงเจตนาที่ต้องการหลีกเลี่ยงมิให้ที่ดินดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน เป็นการปิดโอกาสหรือหวงกั้นมิให้บุคคลอื่นเข้าใช้ประโยชน์ที่ดิน มุ่งแสวงหาประโยชน์จากที่ดินของรัฐ เพื่อประโยชน์ของธุรกิจตนหรือปลประโยชน์ส่วนตัวแต่ฝ่ายเดียว แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ยึดถือระเบียบหลักเกณฑ์กฎหมาย และไม่ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏฺิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ หรือกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินที่มีเจตนารมณ์ต้องการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประสบความเดือดร้อนและลดความเหลื่อมล้ำในฐานะของบุคคลในทางเศรษฐกิจและสังคม" โฆษก ป.ป.ช. แถลง
ป.ป.ช. เห็นว่าการกระทำของ น.ส. ปารีณา ผู้ถูกกล่าวหา ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ของรัฐ และส่งผลกระทบการปฏิรูปที่ดินเพื่อจัดสรรให้เกษตรกรที่ยากจน ไม่มีที่ดินทำกิน อันเป็นเจตนารมณ์ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.)
"คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงเห็นว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหา คือ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ จึงมีการกระทำตามความผิดฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2562 ข้อ 11 และข้อ 17"
โฆษก ป.ป.ช. ระบุว่า เมื่อ ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกาไปแล้ว ศาลฎีกาประทับรับฟ้องจะเป็นเหตุให้ ส.ส. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เว้นแต่ศาลจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น












