ปารีณา ไกรคุปต์ : ตำรวจบอกทำคดีรุกป่า "ไม่ยาก แต่มีรายละเอียดเยอะ" ส่วนทนายบอกเป็น ส.ส. ก็ "มีสิทธิครอบครองที่ดิน ส.ป.ก."

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เตรียมเชิญ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เข้าสอบปากคำในคดีที่กรมป่าไม้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ บก.ปทส. ในความผิดฐานรุกล้ำที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี
พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผู้บังคับการ ผบก.ปทส. เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่าขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้วหลายคน แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อหรือความเกี่ยวข้องกับคดี และคาดว่าจะเรียก น.ส.ปารีณามาสอบปากคำเร็ว ๆ นี้ หรือภายในเดือน ก.พ.
ขณะที่นายทศพล เพ็งส้ม ทนายความของ น.ส.ปารีณากล่าวว่าได้เตรียมข้อมูลหลักฐานไว้พร้อมแล้ว และพร้อมจะเข้าให้ปากคำตำรวจ บก.ปทส.ได้ทันทีที่ถูกเรียก
การเปิดเผยของ ผบก.ปทส. มีขึ้นหลังจากที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินคดี น.ส.ปารีณา ในข้อหาบุกรุกป่าสงวนมีความล่าช้า
ย้อนดู 4 ข้อหา
คดีนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ สรุปผลการตรวจสอบที่ดินเขาสนฟาร์มของ น.ส.ปารีณาและพบว่ามีการรุกล้ำที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 30 ไร่และอยู่ในแนวเขตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 อีก 16 ไร่ รวมบุกรุกป่า 46 ไร่ และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ บก.ปทส. เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2562 ในความผิด 4 ข้อหา คือ
1.ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า เข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตตามความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54
2. ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ตามความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14
3.เข้าไปยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9
4.การกระทำผิดหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ตามความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97
นอกจากข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบว่า น.ส.ปารีณาอาจจะครอบครองที่ดินปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยมิชอบเป็นพื้นที่ประมาณ 682 ไร่ แต่กรมป่าไม้ยังไม่ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเนื่องจากอยู่ระหว่างรอความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าหน่วยงานใดมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินคดีระหว่างกรมป่าไม้กับสำนักงาน ส.ป.ก.
ตำรวจ "มั่นใจในข้อมูล"
พล.ต.ต.วิวัฒน์กล่าวว่า บก.ปทส.ได้เริ่มสอบสวนและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องมาโดยตลอดในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่ กรมป่าไม้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีนี้ กรมป่าไม้ได้แจ้งความที่โรงพักในท้องที่ จ.ราชบุรี ไว้ด้วย ทาง บก.ปทส.จึงต้องทำเรื่องถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อขออนุมัติในการเข้าทำคดี
"เมื่อต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ตร.ได้อนุมัติให้ บก.ปทส.รับคดีมาทำแล้ว แต่ช่วงระหว่างรอการอนุมัติ เราก็ได้ทำคดีไปพลางก่อน โดยได้สอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องไปหลายคนแล้ว และได้ประสานกับตำรวจท้องที่เพื่อรับสำนวนมาหมดแล้ว" ผบก.ปทส. กล่าว

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ
พล.ต.ต.วิวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่าเมื่อได้ข้อมูลหลักฐานมากพอจนมั่นใจว่า น.ส.ปารีณามีความผิดตามข้อกล่าวหา ก็จะเชิญตัว น.ส.ปารีณามารับทราบข้อกล่าวหา
"เมื่อเรามั่นใจว่าเป็นเรื่องซึ่งมีความผิด เราก็จะเชิญตัวคุณปารีณามา ซึ่งคงอีกไม่นาน เดือนหน้า (ก.พ.) ก็น่าจะพอได้" พล.ต.ต.วิวัฒน์ระบุพร้อมกับให้ความเห็นว่า "คดีนี้ไม่ยาก แต่มีรายละเอียดเยอะ"
กรมป่าไม้บอก "ยังไม่มีความคืบหน้า"
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ บอกกับบีบีซีไทยว่า พนักงานสอบสวนของ บก.ปทส.ได้ประสานงานกับคณะทำงานของกรมป่าไม้โดยตลอด ส่วนกรณีการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่นั้นอธิบดีกรมป่าไม้ยอมรับว่ายังไม่มีความคืบหน้าเพราะต้องรอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน
"เราถาม (คณะกรรมการกฤษฎีกา) ไป 3 ประเด็น คือ หนึ่ง-สถานภาพของพื้นที่ สอง-ถ้าหากจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย มีกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง และสาม-มีหน่วยงานใดจะต้องรับผิดชอบบ้าง" นายอรรถพลอธิบายและกล่าวว่า หากคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่ากรมป่าไม้มีอำนาจในการดำเนินการก็จะร้องทุกข์กล่าวโทษกับ บก.ปทส.เพิ่มเติมทันที
ทนาย "ปารีณา" ระบุ ไม่ได้ส่งคืนที่ ส.ป.ก. แค่ "ส่งมอบให้ตรวจสอบ"
นายทศพล เพ็งส้ม ทนายความของ น.ส.ปารีณา กล่าวกับบีบีซีไทยว่าขณะนี้ทีมทนายได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่า น.ส.ปารีณาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์จริง ดังนั้นจึงมีสิทธิครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.
"คุณปารีณาไม่ได้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ผิดประเภท เพราะเธอไม่ได้สร้างรีสอร์ต แต่ใช้พื้นที่เพื่อเลี้ยงไก่และเลี้ยงวัว ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงเลี้ยงปศุสัตว์อยู่" นายทศพลชี้แจงกับบีบีซีไทย
นายทศพลอ้างว่า น.ส.ปารีณามีหลักฐานยืนยันว่ามีสิทธิทำกินในที่ดิน ส.ป.ก. ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง กำหนดชนิด จำนวนและเงื่อนไขเพื่อการเลี้ยงสัตว์ จำพวกสัตว์ใหญ่ ตามความในมาตรา 29 (2) แห่ง พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
"ไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าเป็น ส.ส.แล้วจะเป็นเกษตรกรไม่ได้" เขากล่าว
ทนายความของ น.ส.ปารีณายังกล่าวถึงการส่งมอบคืนที่ ส.ป.ก. จำนวน 40 แปลง พื้นที่ประมาณ 682 ไร่ เมื่อต้นเดือน ธ.ค.2562 ว่า ไม่ได้เป็นการส่งคืนที่ดินให้ ส.ป.ก. แต่เป็นการส่งมอบที่ดินให้ตรวจสอบเท่านั้น
"ต้องเข้าใจก่อนว่าเราไม่ได้มีเจตนาคืน (ที่ดิน) เราเพียงแต่ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ เพราะถ้าเราไม่ส่งมอบเจ้าหน้าที่ก็มาตรวจสอบไม่ได้ และเขาก็จะหาว่าเราบุกรุก ตอนนี้คุณปารีณายังมีชื่อเป็นคนครอบครองอยู่ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีปัญหาถึงจะมาแจ้งเรา" นายทศพลระบุ
สำหรับคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ นั้น นายทศพลกล่าวว่าขณะนี้กำลังรวบรวมเอกสารอยู่ หาก บก.ปทส.เรียกตัวมาก็พร้อมไปชี้แจง










