ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ : สำรวจงบ กทม. ไปไหน ท่ามกลางดราม่า “งบเหลือ 94 ล้าน”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้รับข้อมูลผ่านสาธารณะว่างบลงทุนของ กทม. เหลืออยู่เพียง 94 ล้านบาท ในวันแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่ถึงกระนั้นทั้งผู้ว่าฯ และปลัด กทม. ต่างยืนยันว่าไม่มีปัญหา เพราะ กทม. มีเงืนสะสมนับหมื่นล้านบาท
ปัญหางบประมาณของ กทม. ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังจากนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ออกมาเปิดประเด็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาเมื่อ 1 มิ.ย. โดยแจกแจงรายละเอียดของงบประเภทต่างๆ ก่อนสรุปว่า กทม. มีงบประมาณรายจ่ายเหลือเพียง 94 ล้านบาท "ด้วยเหตุนี้ ในปีงบประมาณ 2565 ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ คงไม่สามารถนำนโยบายที่ใช้หาเสียงมาทำให้เกิดเป็นรูปธรรมได้มาก"
ขณะที่ผู้ว่าฯ กทม. เจ้าของนโยบาย 214 ข้อ กล่าวว่า ไม่กังวลใจ เพราะเชื่อว่ามีเงินยังไม่ได้จ่ายเหลืออยู่ และยังมีเงินสะสมของ กทม. เป็นหมื่นล้านบาท ซึ่งให้สภา กทม. อนุมัติได้ อีกทั้งนโยบาย 214 ข้อ ก็ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานว่าใช้เงินเยอะ หลายเรื่องเดินได้โดยไม่ต้องใช้เงิน
- ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เปิดตัวทีมงาน 18 คน ห้ามข้าราชการเรียก "นาย"
- สำรวจนโยบาย 214 ข้อ ที่ข้าราชการ กทม. ต้องอ่าน หลังว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศ "3 ภารกิจเร่งด่วน"
- รถไฟฟ้าสายสีเขียว กับแผน เน้นโครงการ "เส้นเลือดฝอย" ของว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.
- ชัชชาติชนะ ก้าวไกลไม่ถึงเป้า ประชาธิปัตย์กำลังกลับมา ?
- ย้อนเส้นทางมาราธอนของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ "บุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
บีบีซีไทยชวนสำรวจงบประมาณของเมืองหลวงประเทศไทยว่ามีเท่าไหร่, จัดสรรกันอย่างไร, ใช้ทำภารกิจอะไรบ้าง และในปีนี้มีเงินคงเหลือให้ผู้ว่าฯ คนที่ 17 ได้ "ทำงาน ทำงาน ทำงาน" มากน้อยแค่ไหน
งบของ กทม. มาจากไหน
รายได้ของ กทม. ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ มาจาก 3 แหล่งสำคัญ
- รายได้ที่จัดเก็บเอง เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้าย ค่าธรรมเนียบใบอนุญาตและค่าปรับ ทรัพย์สิน สาธารณูปโภคและการพาณิชย์ และเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ อย่างไรก็ตามรายได้ขององค์กรปกปครองส่วนท้องถิ่นต้องหายไปจำนวนมหาศาลในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อรัฐบาลประกาศลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลงถึง 90%
- รายได้ที่หน่วยงานอื่นจัดเก็บให้ เช่น ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีสุรา ภาษีสรรพสามิต ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
- เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ เช่น การจัดการศึกษาภาคบังคับ ค่าอาหารกลางวัน เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เปิดงบ กทม. ในรอบทศวรรษ
บีบีซีไทยตรวจสอบข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า งบของ กทม. เพิ่มขึ้นจาก 55,507.9 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2555 มาสูงสุดในปีงบประมาณ 2563 ที่วงเงิน 83,398 ล้านบาท
2565 : 79,855.2 ล้านบาท
2564 : 76,451.7 ล้านบาท
2563 : 83,398.0 ล้านบาท
2562 : 80,445.8 ล้านบาท
2561 : 79,047.4 ล้านบาท
2560 : 75,635.8 ล้านบาท
2559 : 70,424.8 ล้านบาท
2558 : 65,442.3 ล้านบาท
2557 : 65,517.4 ล้านบาท
2556 : 60,527.3 ล้านบาท
2555 : 55,507.9 ล้านบาท

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
มหานครเดียวมีงบมากว่า 12 กระทรวง
ถ้าพิจารณาเฉพาะปีงบประมาณ 2565 จะเห็นว่า งบของ กทม. เฉียด 8 หมื่นล้าน มากกว่างบของส่วนราชการระดับกระทรวงอย่างน้อย 12 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเเรงงาน 49,701.9 ล้านบาท, สำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับงบ 32,012.9 ล้านบาท, กระทรวงการพัฒนาสังคมเเละความมั่นคงของมนุษย์ 24,624.9 ล้านบาท, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม 28,111.3 ล้านบาท, กระทรวงยุติธรรม 24,003.8 ล้านบาท, กระทรวงการต่างประเทศ 7,406.5 ล้านบาท, กระทรวงวัฒนธรรม 6,993.5 ล้านบาท, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) 6,825.2 ล้านบาท, กระทรวงพาณิชย์ 6,345.1 ล้านบาท, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 5,092.9 ล้านบาท, กระทรวงอุตสาหกรรม 4,341.1 ล้านบาท และกระทรวงพลังงาน 2,707.4 ล้านบาท
เงินเฉียด 8 หมื่นล้านใช้ทำอะไรบ้าง
งบประมาณในปีปัจจุบัน แบ่งออกเป็น รายจ่ายประจำ 78,979.4 ล้านบาท และรายจ่ายของการพาณิชย์ของ กทม. 875.8 ล้านบาท
งบเหล่านี้ถูกนำใช้ทำภารกิจ 8 ด้าน
- ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 12,620 ล้านบาท
- ด้านเมืองและการพัฒนาเมือง 10,212 ล้านบาท
- ด้านการบริหารจัดการและบริหารราชการ กทม. 7,386 ล้านบาท
- ด้านสาธารณสุข 6,092 ล้านบาท
- ด้านพัฒนาสังคมและชุมชนเมือง 1,303 ล้านบาท
- ด้านการศึกษา 711 ล้านบาท
- ด้านเศรษฐกิจและการพาณิชย์ 235 ล้านบาท
- ด้านความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย 190 ล้านบาท

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส่วนที่เหลือ เป็นรายจ่ายรายการต่าง ๆ
- การจัดบริการของสำนักงานเขต 16,344 ล้านบาท
- งบกลาง 14,417 ล้านบาท
- ชดใช้เงินยืมเงินสะสม 6,002 ล้านบาท
- อุดหนุนหน่วยงานในกำกับ 2,812 ล้านบาท
- การพาณิชย์ของ กทม. 875 ล้านบาท
- งบประมาณสำนักสนับสนุน และสำนักงานเขต 648 ล้านบาท
สำนักระบายน้ำยึดงบสูงสุดกว่า 7 พันล้าน
หากไล่ดูไส้ในของงบประมาณปี 2565 หน่วยขอรับงบประมาณของ กทม. รวม 19 สำนัก ได้รับการจัดสรรงบลดหลั่นกันไป โดยสำนักที่ได้รับงบสูงสุดคือ สำนักการระบายน้ำ วงเงิน 7,004.7 ล้านบาท คิดเป็น 8.77% ของงบ กทม. ทั้งหมด ส่วนสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดสรรงบน้อยสุด 70.7 ล้านบาท คิดเป็น 0.09% โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. สำนักการระบายน้ำ 7,004.7 ล้านบาท
2. สำนักสิ่งแวดล้อม 6,845.4 ล้านบาท
3. สำนักการโยธา 6,455.5 ล้านบาท
4. สำนักการแพทย์ 4,439.3 ล้านบาท
5. สำนักการจราจรและขนส่ง 3,871.1 ล้านบาท
6. สำนักการคลัง 2,996.9 ล้านบาท
7. สำนักอนามัย 2,113.6 ล้านบาท
8. สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว 1,309.3 ล้านบาท
9. สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 912.6 ล้านบาท
10. สำนักการศึกษา 786.4 ล้านบาท

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
11. สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล 586.6 ล้านบาท
12. สำนักพัฒนาสังคม 382.9 ล้านบาท
13. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 222.3 ล้านบาท
14. สำนักการวางผังและการพัฒนาเมือง 213.5 ล้านบาท
15. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร 192 ล้านบาท
16. สำนักเทศกิจ 175.7 ล้านบาท
17. สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร 89.6 ล้านบาท
18. สำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร 84 ล้านบาท
19. สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 70.7 ล้านบาท
เขตสัมพันธวงศ์งบน้อยสุด 185 ล้านบาท
ส่วนการจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต พบว่า เขตที่ได้รับงบสูงสุดในปีนี้คือ เขตลาดกระบัง ได้รับงบ 521.2 ล้านบาท คิดเป็น 0.65% ของงบทั้งหมด รองลงมาคือ เขตหนองจอก 512.3 ล้านบาท และเขตจตุจักร 485.6 ล้านบาท
ส่วนเขตที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุดคือ เขตสัมพันธวงศ์ 185.4 ล้านบาท คิดเป็น 0.23% ของงบทั้งหมด ตามด้วย เขตบางรัก 214.2 ล้านบาท และเขตบางกอกใหญ่ 225.6 ล้านบาท
ดราม่า 94 ล้าน กับคำชี้แจงของปลัด กทม.
"ดราม่างบเหลือ 94 ล้าน" เกิดขึ้นหลังจากนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ออกมาเปิดเผยตัวเลขงบประมาณคงเหลือของปี 2565 โดยระบุว่า ในรายการ 11 ประเภทของ กทม. มีการจัดสรรงบบุคลากรสูงที่สุดจำนวน 21,071.4 ล้านบาท คิดเป็น 26.68% ตามด้วย งบโครงการต่อเนื่อง 14,997.1 ล้านบาท คิดเป็น 18.99% และงบกลาง 14,417.7 ล้านบาท คิดเป็น 18.26%

ที่มาของภาพ, Pr ทีมอัศวิน
ส่วนงบลงทุน 14,222.2 ล้านบาท คิดเป็น 18.01% รวมมาจากงบ 4 ประเภท ดังนี้
- ค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง (รายการปีเดียว) 1,392.8 ล้านบาท
- โครงการต่อเนื่อง (เฉพาะงบลงทุน) ประกอบด้วย งบ กทม. 8,815.7 ล้านบาท และเงินอุดหนุนรัฐบาล 989.6 ล้านบาท
- งบกลาง (เฉพาะที่ใช้ลงทุน) 2,760.1 ล้านบาท
- นโยบายผู้บริหาร+โครงการใหม่ (เฉพาะที่ใช้ลงทุน) 263.8 ล้านบาท
"จากงบประมาณสำหรับการลงทุนทั้งหมด 14,222,239,849 บาท พบว่ามีเหลือให้ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติใช้ในปีงบประมาณ 2565 แค่เพียง 94 ล้านบาทเท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2565)" อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ระบุผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 1 มิ.ย.
เขายังขยายความที่มาของงบ 94 ล้านบาทด้วยว่า มาจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายทั่วไป กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประมาณ 67 ล้านบาท และเงินสำรองจ่ายทั่วไป กรณีค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนากรุงเทพฯ ประมาณ 27 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีเงินเหลือจ่ายจากงบประเภทอื่น ซึ่งสามารถโอนมาเป็นงบกลางเพื่อใช้ในการลงทุนได้ แต่คงเหลือไม่มาก
"ด้วยเหตุนี้ ในปีงบประมาณ 2565 ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ คงไม่สามารถนำนโยบายที่ใช้หาเสียงมาทำให้เกิดเป็นรูปธรรมได้มาก" นายสามารถกล่าวและยังส่งกำลังใจให้นายชัชชาติได้สามารถแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้สำเร็จตามแผนที่วางไว้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
อย่างไรก็ตาม นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. ได้ออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้เหลืองบประมาณปี 2565 ซึ่งเป็นเงินสะสมที่สามารถใช้ได้อยู่ 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีบกลางเหลืออีกประมาณ 100 ล้านบาท จึงเพียงพอสำหรับการทำงาน ก่อนเข้าสู่การพิจารณางบประมาณก้อนใหม่
สื่อหลายสำนัก อาทิ มติชน และแนวหน้า รายงานตรงกันว่า ในงบกลาง 14,417.7 ล้านบาท ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. สามารถใช้เงินสำรองทั่วไปได้ทันทีมี 3 รายการ มียอดคงเหลือราว 104 ล้านบาท แบ่งเป็น
- กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 500 ล้านบาท ปัจจุบันคงเหลือ 67 ล้านบาท
- กรณีน้ำท่วม 100 ล้านบาท ปัจจุบันคงเหลือ 10 ล้านบาท
- กรณีเพื่อพัฒนากรุงเทพมหานคร 550 ล้านบาท ปัจจุบันคงเหลือ 27 ล้านบาท
ปี 66 ได้งบอุดหนุนจากรัฐบาลเพิ่มเป็น 2.2 หมื่นล้าน
ปฏิทินงบประมาณแผ่นดิน จะเริ่มต้นนับหนึ่งทุกวันที่ 1 ต.ค. นั่นเท่ากับว่าผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยังต้องใช้งบก้อนเดิมที่จัดทำขึ้นในยุค พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ในช่วง 4 เดือนที่เหลือก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2565 (มิ.ย.-ก.ย.)
แต่ในปีงบประมาณ 2566 ผู้ว่าฯ คนที่ 17 สามารถพิจารณาร่างข้อบัญญํติงบประมาณที่จัดทำไว้แล้ว ใหม่ได้ ก่อนเสนอเข้าสู่สภา กทม. ชุดที่มาจากการเลือกตั้งในรอบ 13 ปี เป็นผู้พิจารณาและอนุมัติต่อไป
ส่วนงบอุดหนุนจากรัฐบาล ทีมชัชชาติก็ต้องไปชี้แจงในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สภาผู้แทนราษฎร เพราะขณะนี้ร่างกฎหมายงบประมาณ อยู่ระหว่างการพิจารณาของที่ประชุมสภา ในวาระที่ 1 โดยรัฐบาลจัดสรรงให้ กทม. ในปี 2566 จำนวน 22,284.3 ล้านบาท จากปี 2565 ที่ได้งบอุดหนุน 20,634.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,649.6 ล้านบาท คิดเป็น 8%









