You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
อาคารผู้โดยสารพังที่สนามบินดอนเมือง กับประวัติบริษัทก่อสร้าง เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง
ชื่อของบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) อาจเป็นที่รู้จักคุ้นเคยอย่างดีในวงการก่อสร้างและนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ แต่คนจำนวนไม่น้อยเพิ่งมาให้ความสนใจบริษัทนี้หลังจากเกิดเหตุอาคารผู้โดยสารสร้างใหม่ที่สนามบินดอนเมืองพังเสียหายหลังจากเกิดฝนตกหนักเมื่อ 18 เม.ย.
ภาพที่มีการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นหลังคาและผนังด้านหนึ่งของอาคารพังถล่มลงมา เหตุเกิดขณะที่มีพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ช่วงเย็นของวันทำงานวันแรกหลังหยุดสงกรานต์ ทำให้มีคนวิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงสาเหตุที่อาคารพังเสียหาย บางคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการทุจริตงบประมาณการก่อสร้างหรือคุณภาพวัสดุจึงทำให้อาคารไม่แข็งแรง
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) เป็นผู้บริหารคนแรก ๆ ที่ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุดังกล่าว โดยเขาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. หรือราว 2 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุว่า อาคารที่ได้รับความเสียหายเรียกว่าเซอร์วิสฮอลล์ (Service Hall) ที่สร้างไว้รองรับกรุ๊ปทัวร์ เพื่อระบายความแออัดจากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยเซอร์วิสฮอลล์แห่งนี้ยังไม่เปิดใช้บริการเนื่องจากขณะนี้ยังมีผู้โดยสารน้อยเนื่องจากการระบาดของโควิด-19
นายนิตินัยบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "ฝนตกหนัก รางระบายน้ำรับน้ำหนักไม่ไหว ผนัง (อาคาร) จึงพังลงมา โครงสร้างหลักไม่ได้รับการกระทบกระเทือนแต่อย่างใด"
เขาระบุด้วยว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งผลการตรวจสอบจะตอบข้อสงสัยของสังคมได้ว่าสาเหตุที่อาคารพังเสียหายเกิดจากอะไร
"การออกแบบ? การก่อสร้าง? วัสดุอุปกรณ์? ภัยธรรมชาติ? ฯลฯ .. คำถามเหล่านี้จะได้คำตอบจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงครับ...เมื่อทราบข้อเท็จจริงแล้วก็จะทราบว่าใครรับผิดชอบ และรับผิดชอบอย่างไรครับ" กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. โพสต์ทางบัญชีเฟซบุ๊ก
น.ท. รณกร เฉลิมแสนยากร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง รักษาการแทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อ 19 เม.ย. ว่าอาคารเซอร์วิสฮอลล์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านทิศเหนือของอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือน มิ.ย. 2563 การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเหตุพายุลมกระโชกแรงและฝนตกหนักทำให้รางระบายน้ำของอาคารรับน้ำหนักไม่ไหว ผนังอาคารบางส่วนจึงพังลงมา แต่ไม่กระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคารและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสาร อีกทั้งไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
แม้เหตุการณ์นี้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่การที่ส่วนหนึ่งของอาคารที่เพิ่งก่อสร้างและยังไม่เปิดใช้งานพังลงมาเพราะเกิดฝนตกหนัก ทำให้สังคมเกิดความสงสัยเกี่ยวกับการก่อสร้าง ซึ่งบีบีซีไทยได้รับการยืนยันจาก ทอท. ว่าอาคารเซอร์วิสฮอลล์แห่งนี้ สร้างโดยบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือพีแอลอี
สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่าอาคารแห่งนี้ก่อสร้างด้วยงบประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่ไทยพีบีเอสรายงานคำพูดของ น.ท. รณกรว่า การประมูลการก่อสร้างอาคารแห่งนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส มีการคัดเลือกตามขั้นตอน และมีบริษัทเข้าร่วมประมูล 31 บริษัท
รอง ผอ. ท่าอากาศยานดอนเมืองกล่าวว่า ถึงแม้อาคารจะสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบแล้ว ก็ยังซ่อมได้เพราะยังอยู่ระหว่างการประกันที่จะหมดอายุในเดือน มิ.ย.นี้
เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ บ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง
พีแอลอี เป็นบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่มีประวัติในการโครงการก่อสร้างโครงการใหญ่ ๆ ของภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก ทั้งอาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ คอนโดมีเนียม โรงแรม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า โรงงานอุตสาหกรรม และยังร่วมลงทุนในกิจการร่วมค้ากับบริษัทอื่น เพื่อรับเหมางานก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐบาลหลายโครงการ
เว็บไซต์ของบริษัทให้ข้อมูลว่าบริษัทก่อตั้งเมื่อปี 2531 โดยกลุ่มวิศวกรที่มีประสบการณ์ในงานวิศวกรรมแขนงต่าง ๆ และได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2545
โครงการใหญ่ ๆ ที่บริษัทเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างที่ผ่านมา เช่น อาคาร SAT1 สนามบินสุวรรณภูมิ จามจุรีคอมเพล็กซ์ สถานีรถไฟใต้ดินสายสีม่วง ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อาคารสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และอาคารสำนักงานการไฟฟ้านครหลวง (คลองเตย) เป็นต้น
ส่วนโครงการของรัฐที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างตามข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของบริษัท เช่น ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย อาคารสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โรงงานผลิตยารังสิตขององค์การเภสัชกรรม และอาคารสำนักงานและสถาบันฝึกอบรมของ ทอท.
คณะกรรมการบริหารบริษัทมีทั้งหมด 16 คน มีนายเสวก ศรีสุชาต เป็นประธานกรรมการบริหาร และนายอำนวย กาญจโนภาศ เป็นรองประธานกรรมการบริหาร บีบีซีไทยติดต่อขอสัมภาษณ์ผู้บริหารทั้ง 2 คน ถึงเหตุการณ์ที่สนามบินดอนเมือง แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทว่าผู้บริหารอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุและได้ประชุมหารือกับ ทอท. อย่างใกล้ชิด
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 อันดับแรกของพีแอ็ลอี คือ นายเสวก (13.13%) UBS AG London Branch (5.6%) และ The Bank of New York (Nominees) Limited (3.58%)
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,600 ล้านบาท หนี้สินรวม 10,852 ล้านบาท รายได้รวม 7,517 ล้านบาท
ศักดิ์สยามตั้งรองปลัดคมนาคมเป็นประธานสอบข้อเท็จจริง
สำหรับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีกำแพงอาคารเซอร์วิสฮอลล์พังถล่มที่นายศักดิ์สยาม รมว. คมนาคมลงนามเมื่อ 19 เม.ย. มีนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง) ทอท. เป็นเลขาฯ และยังมีผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สภาวิศวกร และผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นกรรมการด้วย กำหนดกรอบระยะเวลาการสอบสวนไม่เกิน 30 วัน
นอกจากพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงของสาเหตุกำแพงอาคารถล่มแล้ว นายศักดิ์สยามยังมอบหมายให้คณะกรรมการชุดนี้ประเมินความเสียหาย ร่วมกำหนดแนวทาง แผนงาน และข้อเสนอแนะ เพื่อให้ ทอท. นำไปกำกับดูแลผู้รับจ้างแก้ไขอาคารเซอร์วิสฮอลล์ให้กลับมาสมบูรณ์ ปลอดภัย ตามมาตรฐานวิศวกรรม และนำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาถอดบทเรียนเพื่อจัดทำคู่มือการก่อสร้าง ให้ ทอท.นำไปประยุกต์ใช้สำหรับป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในสนามบินทุกแห่ง
คาดความเสียหายเบื้องต้น 20 ล้านบาท
ล่าสุด วันนี้ (20 เม.ย.) นายพิศักดิ์ เปิดเผยภายหลังการหารือของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ได้ตั้งคณะกรรมการย่อยขึ้นมา 2 ชุด ชุดแรกจะเข้าตรวจสอบด้านวิศวกรรม ส่วนชุดที่สองจะทำหน้าที่ตรวจสอบด้านสัญญา โดยจะเริ่มดำเนินงานในพรุ่งนี้ และหารือสรุปร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 29 เม.ย. นี้
ทั้งนี้ ทอท. ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นที่ 20 ล้านบาท จากมูลค่าอาคารทั้งหลังอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท และให้ความมั่นใจว่าโครงสร้างอาคารผู้โดยสาร 1-2 ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองยังมีความแข็งแรง
นอกจากนี้ ทอท. จะดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคารผู้โดยสารในท่าอากาศยานทุกแห่งเพื่อความปลอดภัยอีกครั้ง เนื่องจากในระยะนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนภัยจากพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ของไทย
ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสัญญาว่ามีความผิดปกติหรือไม่ นายกีรติ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ยืนยันว่า โครงการนี้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่เสนอราคาต่ำที่สุดมาลงนามทำสัญญากับ ทอท. แต่ผู้ที่ชนะการประมูลที่เสนอราคาต่ำสุดไม่มาลงนาม แม้จะแจ้งให้บริษัทดังกล่าวเข้ามาลงนามเป็นเวลา 4-5 เดือน จึงได้ให้อีกบริษัทหนึ่งมาลงนามทำสัญญา ซึ่งบริษัทที่ดำเนินการก็เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และรับสร้างโครงการสำคัญ ๆ ของหน่วยงานรัฐและเอกชน
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สิ้นข้อสงสัย คณะกรรมการจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานชุดที่ 2 ขึ้นเพื่อตรวจสอบด้านสัญญา