PM2.5: ไร่ข้าวโพดในประเทศเพื่อนบ้าน กับวิกฤตฝุ่นควันในไทยเกี่ยวข้องกันอย่างไร?

PM 2.5

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, อากาศขมุกขมัวที่คนกรุงเทพฯ มักได้เห็นจนชินในช่วงที่ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพฯ เกินค่ามาตรฐาน (แฟ้มภาพ)

ประชาชนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ได้รับคำเตือนให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง และสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 หลังจากกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจพบฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกินค่ามาตรฐาน

ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ของ คพ. ประกาศแจ้งเตือนประชาชนเรื่องค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่เมื่อวันที่ 9 เม.ย.เป็นวันแรก ซึ่งค่าสูงสุดวัดได้ที่ภาคเหนือคือ 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินค่ามาตรฐานที่ 50 มคก./ลบ.ม. ถึงเท่าตัว

คพ. ระบุว่าค่าฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในครั้งนี้ มีสาเหตุจากแหล่งกำเนิดในพื้นที่ และจุดความร้อนที่กระจายตัวอยู่ทั้งในประเทศและประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง ได้แก่ ลาว เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการระบายของฝุ่นในพื้นที่ สภาพอากาศที่นิ่ง ลมอ่อน

คพ. คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นตั้งแต่วันนี้ (12 เม.ย.) เป็นต้นไป เนื่องจากสภาพอากาศที่ดีขึ้น แต่ต้องควบคุมจุดความร้อนทั้งในและนอกประเทศควบคู่ไปด้วย

อย่างไรก็ตาม จากการรายงานของ คพ. ณ เวลา 11.00 น. วันนี้ ยังพบว่ามี 39 พื้นที่ใน 32 จังหวัด ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน

เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานครรายงานเมื่อเวลา 11.00 น. ว่าจากสถานีตรวจวัดฝุ่น PM2.5 ทั้งหมด 72 สถานี พบว่ามีพื้นที่ที่ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานทั้งหมด 23 จุดที่มีค่าฝุ่นสูงสุดคือบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยสยาม เขตภาษีเจริญ วัดได้ 82 มคก./ลบ.ม.

เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เร่งดำเนินการมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบ เช่น จัดหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ ล้างทำความสะอาดและดูดฝุ่นตามถนน และฉีดล้างต้นไม้ในพื้นที่ที่คาดว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จะสูงเกินมาตรฐาน

PM 2.5

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, กรุงเทพฯ ปกคลุมด้วยหมอกควัน (แฟ้มภาพ)

ฝุ่นเดือนเมษามาจากไหน

คพ. ระบุแล้วว่าวิกฤตฝุ่นระลอกเดือน เม.ย. 2565 เกิดจากปัจจัยร่วมกัน 3 ประการคือ แหล่งกำเนิดฝุ่นในประเทศ จุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน และสภาพอากาศที่นิ่ง

คำถามต่อมาก็คือ แล้วจุดความร้อนหรือ hotspot ในประเทศเพื่อนบ้านที่ทำให้เกิดฝุ่นควันข้ามพรมแดนมายังไทยนั้นเกิดจากอะไร

นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซ ประเทศไทยอ้างถึงการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของกรีนพีซที่ทำร่วมกับศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (ภาคเหนือ) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าในช่วงปี 2558-2563 พื้นที่ป่า 10.6 ล้านไร่ในประเทศที่อยู่ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงถูกทำลายและกลายเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพด ในจำนวนนี้ราว 5.1 ล้านไร่ อยู่ในประเทศลาวตอนบน รองลงมาคือรัฐฉานของเมียนมา (2.9 ล้านไร่) และภาคเหนือตอนบนของไทย (2.5 ล้านไร่)

นายธาราอธิบายว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยวอย่างไร่ข้าวโพด ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้และจุดความร้อนที่ทำให้เกิดการกระจายตัวและเพิ่มความเข้มข้นของมลพิษ PM2.5 อย่างมีนัยสำคัญ

การศึกษาชิ้นนี้ ซึ่งเผยแพร่เมื่อปี 2564 พบว่า ราว 2 ใน 3 ของจุดความร้อนที่พบในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอยู่ในพื้นที่ป่าและ ราว 1 ใน 3 (ของจุดความร้อน) พบในพื้นที่ปลูกข้าวโพด

"ในกัมพูชาก็เหมือนกัน บริเวณที่มีจุดความร้อนมาก ๆ คือบริเวณที่รัฐบาลกัมพูชาให้สัมปทานปลูกพืชเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่กับนายทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน" นายธาราให้ข้อมูลกับบีบีซีไทย

แผนที่แสดงการกระจายตัวของมลพิษหมอกควัน

ที่มาของภาพ, Facebook/Tara Buakamsri

คำบรรยายภาพ, ผอ.กรีนพีซประเทศไทยโพสต์แผนที่แสดงการกระจายตัวของมลพิษหมอกควัน (haze pollution) หรือละอองลอย (aerosols) ซึ่งประกอบด้วยทั้งฝุ่นขนาดใหญ่ไปจนถึงฝุ่นจิ๋ว PM2.5 และฝุ่นระดับนาโน ปกคลุมทั้งภูมิภาคอุษาคเนย์เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2565

แม้ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายจะยังคงถกเถียงกันว่าฝุ่นควันข้ามแดนจะมาถึงกรุงเทพฯ หรือไม่ แต่สถานการณ์ในขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ค่าฝุ่น PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ของประเทศไทยและของกรุงเทพฯ ในช่วงนี้มีปัจจัยจากมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนด้วย ผอ.กรีนพีซ ประเทศไทยระบุ

นายธารายอมรับว่าการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศข้ามแดนเป็นเรื่องที่ยาก เพราะปัจจุบันแม้แต่ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณที่เกิดจุดความร้อนหนาแน่นก็ยังไม่มี ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้

"วิธีแก้ปัญหาที่ผ่านมาคือแค่ประชุมขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็จบ" นายธาราตั้งข้อสังเกต และให้ความเห็นว่าการแก้ปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนจะต้องดึงธุรกิจการเกษตรที่มีส่วนในการทำเกษตรพันธสัญญากับเกษตรกรในประเทศลุ่มแม่น้ำโขงมาร่วมมือด้วย เพื่อให้รู้ข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานว่าการทำเกษตรลักษณะนี้ก่อให้เกิดผลกระทบในจุดใดบ้าง อย่างไร โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5

ฝุ่นข้ามแดนกระทบถึงกรุงเทพฯ

นายวิรัตน์ มนัสสนิทสวรรค์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่าโดยปกติแล้วกรุงเทพฯ จะเผชิญกับวิกฤตฝุ่น PM2.5 ในช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ. ดังนั้นสถานการณ์ฝุ่นที่เกิดขึ้นในตอนนี้จึงนับว่าไม่ค่อยปกตินัก

"ช่วงนี้ ปกติในกรุงเทพฯ จะไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่นแล้ว...ครั้งนี้น่าจะเกิดจากจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน" นายวิรัตน์กล่าวกับบีบีซีไทย พร้อมกับอ้างข้อมูลศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ คพ. ที่ระบุว่าค่าฝุ่นละออง PM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานทั้งในภาคเหนือ กรุงเทพฯ และปริมณฑลเกิดจากสภาพอากาศปิด ผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน โดยผลการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมพบจุดความร้อนในลาว 10,167 จุด เมียนมา 1,935 จุด เวียดนาม 1,150 และกัมพูชากว่า 800 จุด

ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ไม่คิดว่าวิกฤตฝุ่นในกรุงเทพฯ ระลอกเดือน เม.ย. 2565 นี้จะมีที่มาจากแหล่งกำเนิดในพื้นที่อย่างภาคการจราจรและขนส่ง และการก่อสร้าง ซึ่งเป็นแหล่งก่อมลพิษฝุ่นละอองหลักของกรุงเทพฯ ครั้งที่ผ่าน ๆ มา

"จำนวนไซต์ก่อสร้างในกรุงเทพฯ ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก การก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายต่าง ๆ ที่เคยทำพร้อมกันในหลายพื้นที่จนทำให้เกิดวิกฤตฝุ่นครั้งใหญ่เมื่อปี 2563 ก็ก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบพื้นที่คืนแล้ว จึงคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านตามที่ คพ. รายงาน" นายวิรัตน์กล่าว

ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า กทม. กวดขันได้เฉพาะแหล่งกำเนิดมลพิษที่อยู่ในพื้นที่ หรืออย่างมากก็ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดข้างเคียงให้ช่วยควบคุมเรื่องการเผาเพื่อลดฝุ่นควันที่จะกระจายเข้ามาในกรุงเทพฯ แต่หากต้นเหตุมาจากฝุ่นควันข้ามแดนก็เป็นเรื่องยากที่จะจัดการ

"ฝุ่นควันข้ามแดน ยอมรับว่าแก้ลำบาก เพราะต้องประสานความร่วมมือกับต่างประเทศ" นายวิรัตน์กล่าว

ล้างฝุ่นบนถนน

ที่มาของภาพ, สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร

คำบรรยายภาพ, ล้างฝุ่นบนถนน หนึ่งในมาตรการลดผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กของ กทม.

เดินหน้าผลักดันปรับค่ามาตรฐาน PM2.5 ของไทย

วิกฤตฝุ่น PM2.5 ครั้งนี้ นับเป็นวิกฤตแรกที่เกิดขึ้นหลังจากเครือข่ายภาคประชาสังคมและประชาชนที่ติดตามและผลักดันรณรงค์การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศยื่นฟ้อง 3 หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องใน "คดีฝุ่น PM2.5" ต่อศาลปกครอง

โดยเครือข่ายภาคประชาสังคมฯ นำโดยมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) และกรีนพีซ ประเทศไทย ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ฐานละเลยการปฎิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดในการคืนอากาศสะอาดซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานให้กับประชาชน ส่งผลให้ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ช่วงปี 2557 - 2563 ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคเหนือสูงกว่าค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM 2.5 ในบรรยากาศ โดยทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนมาโดยตลอด

เครือข่ายฯ ยังได้ยื่นคำขอแนบท้ายคำฟ้อง 4 ข้อ หนึ่งในนั้นคือให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ออกหรือแก้ไขประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานฝุ่น PM2.5 ในบรรยากาศทั่วไป ให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ตามที่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว คือ ค่าเฉลี่ยราย 24 ชั่วโมงของฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 37 มคก./ลบ.ม. (จาก 50 มคก./ลบ.ม. ในขณะนี้) และค่าเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ 15 มคก./ลบ.ม. (จาก 25 มคก./ลบ.ม.)

ทั้งนี้ นายวิจารย์ สิมาฉายา ประธานอนุกรรมการกำหนดค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ชี้แจงกับบีบีซีไทยเมื่อเดือน พ.ย. 2564 ว่า ขณะนี้ร่างประกาศกำหนดมาตรฐาน PM2.5 อยู่ในขั้นตอนการประเมินความเป็นไปได้ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

"ตอนนี้กำลังพิจารณาอยู่ ให้ คพ.วิเคราะห์ว่าถ้าเราทำตามค่ามาตรฐานของ WHO ในระดับต่าง ๆ จะเกิดค่าใช้จ่ายขึ้นเท่าไหร่ แล้วจะลดผลกระทบจากระดับเดิมได้แค่ไหน อย่างไร" นายวิจารณ์กล่าว