ฝุ่นพิษ : หมอชี้ควันพิษเชียงใหม่เฉลี่ยเท่าคนสูบบุหรี่ 5 มวน ต่อวัน

ที่มาของภาพ, facebook/Checkin Chiangmai
เท่ากับว่าคนเชียงใหม่กำลังสูบบุหรี่กันวันละราว 5 มวน นี่คือคำตอบจาก นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หมอโรคหัวใจ และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม เมื่อบีบีซีไทยถามถึงสถานการณ์มลพิษในเชียงใหม่ขณะนี้
"ไม่เคยปรากฏมาก่อน อยู่เชียงใหม่มา 20 กว่าปี" นพ.รังสฤษฎ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ จากคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวและเล่าต่อว่า บางวัน ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 บริเวณย่านพักอาศัยพุ่งสูงเลย 600 ไมโครกรัม (มคก.) ต่อ ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 12 เท่าของค่ามาตรฐานที่ 50 มคก./ลบ.ม.
ย้อนกลับไปในช่วงสัปดาห์ที่ 12-15 มี.ค. ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องหลายวัน
ปัญหาหมอกควัน-ไฟป่าภาคเหนือที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วง ก.พ. และในช่วงที่ผ่านมาก็ดูจะเข้าขั้นวิกฤตรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสาเหตุหลักคือควันจากการเผาป่าที่ทำให้เกิดไฟไหม้ในพื้นที่ป่าหลายแห่งในภาคเหนือในขณะนี้

ที่มาของภาพ, Facebook/Smoke Watch
ประชาชนช่วยกันเอง
ไทยรัฐรายงานเมื่อ 1 เม.ย. ว่า นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เหตุผลถึงการไม่ประกาศให้เชียงใหม่เป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉินเป็นเพราะการประกาศในลักษณะดังกล่าวเป็นเพื่อนำงบประมาณออกมาใช้ แต่ขณะนี้ทางจังหวัดยังมีงบประมาณสนับสนุนจากหลายหน่วยงานอย่างเพียงพอ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการรับมือปัญหาของภาครัฐนำไปสู่การสร้างการรณรงค์ในเว็บไซต์ change.org โดยใช้ชื่อว่า "ร่วมลงชื่อขอเปลี่ยนผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาฝุ่นควัน" โดยมีผู้ร่วมลงชื่อกว่า 40,000 คนแล้ว
สิ่งที่สะท้อนให้เห็นความไม่พอใจการบริหารจัดการของรัฐกับวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นอีกประการหนึ่งคือการที่ภาคประชาชนลงมือสร้างเครือข่ายระดมทุนเพื่อจัดการช่วยเหลือปัญหาไฟป่ากันเอง
อรช (อ่านว่า อะ-ระ-ชะ) บุญ-หลง จากกลุ่ม "เรารักดอยหลวงเชียงดาว" บอกกับบีบีซีไทยว่า พวกเขาไม่อาจรอความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ ขณะนี้ หลังจากเปิดระดมทุนไปเพียง 5 วัน ได้เงินบริจาคถึงเกือบล้านบาทแล้ว โดยนำไปซื้อเครื่องเป่าลมคุณภาพดี โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวใช้นำไปสร้างแนวกันไฟ หรือช่องว่างแนวยาวในป่า ซึ่งมีความกว้างมากพอที่จะป้องกันไฟป่าลุกลามต่อเนื่องได้
ไม่มีเนื้อหานี้
ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.สิ้นสุด Facebook โพสต์, 1
อรช ระบุว่า นอกจากดอยหลวงเชียงดาวแล้ว บริเวณในเชียงใหม่ที่ยังมีไฟไหม้ป่าอยู่ในขณะนี้ได้แก่ อำเภอสะเมิง และอำเภอฮอด อีกด้วย
ทางเพจของกลุ่ม "เรารักดอยหลวงเชียงดาว" ระบุว่า เงินบริจาคที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อจัดการกับสถานการณ์เร่งด่วนจะเก็บสะสมเป็นงบประมาณดูแลปกป้องผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยหลวงเชียงดาวในรูปแบบของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูป่าต่อไป
อรช บอกว่า ที่กล่าวหากันว่าสาเหตุของไฟป่ามาจากชาวบ้านเผาป่าหาเห็ดนั้นจริง ๆ แล้วไม่เป็นความจริง และหากดูจาก ฮอตสปอต (Hotspot) ซึ่งเป็นจุดที่มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงกว่าพื้นที่ทั่วๆ ไปจากภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นได้ว่าปัจจัยสำคัญคือจากการเผาไร่ข้าวโพดโดยบริษัทที่ทำเกษตรกรรมพันธสัญญายักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ "ทุกคนก็รู้ แต่รัฐบาลไม่พูด"
อรช บอกว่า เป็นเรื่องตลกที่ผู้ว่าไม่ออกมาประกาศเชียงใหม่เป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วสถานการณ์ร้ายแรงมาก อีกทั้งยังออกมาประกาศขอรับบริจาคหน้ากากอนามัย เอ็น 95 เพื่อนำไปแจกแจงให้ตามโรงเรียนและโรงพยาบาล ชุมชนต่าง ๆ
"ทุกคนขำมาก ราชการขอได้หรอ มันเริ่มมีความสงสัย" อรช กล่าว "งบไปไหน ทุกวันนี้ประชาชนระดมกันเอง แล้วก็ไปยืนแจก ไปบอกผู้คนตามสี่แยก บางคนไม่มีหน้ากากเลย เด็กยังไปโรงเรียน พ่อแม่ไปทำงาน เด็กเล็กซ้อนมอเตอร์ไซค์ เพราะไม่มีใครรู้ เป็นเรื่องที่ประชาชนด้วยกันเห็นแล้วนิ่งนอนใจไม่ได้"
ไม่มีเนื้อหานี้
ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.สิ้นสุด Facebook โพสต์, 2
"ม่วนใจ๋ กลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติเชียงดาว" เป็นอีกกลุ่มที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเคลื่อนไหวระดมทุนเพื่อนำไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าในพื้นที่ ซึ่งสามารถระดมเงินบริจาคได้ 3-4 แสนแล้ว ยังไม่รวมถึงอุปกรณ์และอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการในพื้นที่
อันตรายทั้งระยะสั้นและยาว
นพ.รังสฤษฎ์ บอกว่า ปัญหามลพิษสามารถส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่แบบฉับพลัน คือกลุ่มเสี่ยงได้แก่ คนชรา สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ ผู้เป็นโรคปอดและหอบหืดก็จะมีอาการรุนแรงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี นพ.รังสฤษฎ์ บอกว่า ไม่กังวลเท่ากับผลกระทบในระยะยาว เพราะการต้องอยู่กับมลพิษเท่ากับการต้องอาศัยอยู่ในบ้านกับคนสูบบุหรี่ โดยการหายใจค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เข้าไปทุก ๆ 22 มคก. ต่อ ลบ.ม. เท่ากับการสูบบุหรี่ 1 มวน
นั่นหมายความว่า ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ช่วงที่ค่า PM 2.5 สูงขึ้นถึง 220 มคก. ต่อ ลบ.ม. จะเท่ากับว่า "เราทุกคน ลูกเด็กเล็กแดง คนยากจนรวย สูบบุหรี่กันคนละ 10 มวน" ต่อวัน
นพ.รังสฤษฎ์ บอกว่า ไม่สามารถรอขอความช่วยเหลือจากรัฐได้ ทั้ง ๆ ที่ "จริง ๆ สิทธิของการมีอากาศสะอาดหายใจ มันน่าจะเป็นหน้าที่ของรัฐ"
อรช บอกว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีช่วงกำหนดห้ามเผาป่า 60 วัน คือช่วงเดือน ก.พ. และ มี.ค. แต่ปัญหาที่ตามมาคือคนต่างก็ชิงเผาก่อน และควันเหล่านั้นก็ยังสะสมต่อมาเรื่อย ๆ
นพ.รังสฤษฎ์ บอกว่า สิ่งที่น่าคิดคือ วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่สึนามิ หรือแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นโดยคนไม่อาจคาดการณ์ได้ เพราะการเผาป่าเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทำให้เกิดคำถามว่า เราประมาทไปหรือไม่ และควรมีมาตรการรับมือที่รอบด้านมากกว่าแค่การออกกฎหมายหรือเปล่า
นอกจากนี้ นพ.รังสฤษฎ์ บอกว่า ควันจำนวนมากที่มาจากรัฐฉานของพม่า และทางตอนเหนือของลาว ด้วย ทำให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องเป็นการร่วมมือกันในระดับภูมิภาค
ในหลวงทรงห่วง
2 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางไปยัง มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบสิ่งของสนับสนุนการปฏิบัติงานจัดการและแก้ไขปัญหาหมอกควัน และไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ

ที่มาของภาพ, .
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จโดยเร็วพลัน ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงกำชับมาให้แก้ปัญหานี้โดยเร็วที่สุด
"ในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือเดี๋ยวนายกฯ กลับไปจะรีบจัดหาให้ ขอชาวบ้านจะต้องช่วยกันเฝ้าระวังไม่ใช่ปล่อยเจ้าหน้าที่ทำคนเดียวเราต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้ภายใน 7 วันเรื่องงบประมาณไม่มีปัญหาพร้อมที่จะสนับสนุน โดยให้ขอผ่านศูนย์ประจำท้องถิ่นขึ้นมา พร้อมกันนี้ขอให้ทหารและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องมีชุดกระจายพื้นที่ให้มากกว่านี้ ต่อไปนี้ทหารตำรวจจะต้องดูแลนอนในป่าด้วย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า ไฟป่าที่เกิดที่ใดก็ตามขอให้รีบดับอาจจะต้องใช้ ฮ.อากาศยาน เข้ามาช่วย ซึ่งต้องใช้ให้เหมาะสม และที่เดินทางมาก็เพื่อให้เกิดการบูรณาการภาพกว้างมากยิ่งขึ้น และ "ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารในโซเชียลมีเดียด้วยว่า มีการพูดจาอะไร ซึ่งบางอย่างเป็นประโยชน์ บางอย่างไม่เป็นประโยชน์ ขอให้ติดตาม เพื่อที่จะแก้ปัญหาได้ทันเวลา"









