อัยการสั่งฟ้อง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ม.112-พ.ร.บ.คอมฯ กรณีเฟซบุ๊กไลฟ์ "วัคซีนพระราชทาน"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สำนักงานอัยการสูงสุดยื่นฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าในฐานความผิดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม มาตรา 14 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากการเผยแพร่เฟซบุ๊กไลฟ์หัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย" เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564
คำฟ้องสรุปได้ว่าเนื้อหาที่นายธนาธรกล่าวในการถ่ายทอดสด ซึ่งมีผู้รับชมมากถึง 5.1 แสนคน มีวัตถุประสงค์ให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ มีเจตนาให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 อันเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระเกียรติยศและเป็นการกล่าววาจาจาบจ้วงล่วงเกิน เปรียบเทียบเปรียบเปรยหรือเสียดสีให้เป็นที่ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาทของพระเจ้าอยู่หัว
คำฟ้องระบุว่าจำเลย คือนายธนาธรให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน
นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธรได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ศาลได้อนุญาตโดยให้วางหลักทรัพย์เป็นประกัน 90,000 บาท พร้อมตั้งเงื่อนไข 2 ข้อ คือ ห้ามกระทำการใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้อีก และห้ามกระทำการใด ๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยศาลนัดตรวจพยานในวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 9.00 น.
หลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นายธนาธรให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ยุคนี้เป็นยุคที่มีการใช้คดีการเมืองมาเล่นงานผู้เห็นต่างทางการเมืองมากที่สุด ซึ่งไม่เป็นเรื่องดี โดยเฉพาะต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ต่อมาเขาได้โพสต์เฟซบุ๊กว่าคดีของเขาเป็นอีกหนึ่งคดีที่มีการใช้กฎหมายทั้งมาตรา 112 มาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ปิดปากผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและเห็นต่างจากผู้มีอำนาจ โดยนับตั้งแต่เดือนก .ค. 2563 ถึงปัจจุบัน มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จำนวน 183 ราย
"ผมไม่ใช่คนแรก และจะไม่ใช่คนสุดท้าย ที่ถูกปิดปากโดยมาตรา 112 ทั้งที่การวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนของผมเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยความเป็นห่วงว่าคนไทยจะได้วัคซีนช้าเกินไปและไม่มีประสิทธิภาพ และเวลาก็พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง ตอนนี้วัคซีนที่ได้ผลที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโควิด คือชนิด mRNA ไม่ใช่ไวรัลเวคเตอร์" นายธนาธรระบุในโพสต์เฟซบุ๊ก
ลำดับเหตุการณ์คดี "วัคซีนพระราชทาน"
27 พ.ย. 2563 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กับแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) บริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีพระราชดำริให้ บ. สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย ให้เข้าร่วมดำเนินการบรรจุและแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19
ในการลงนามครั้งนี้มี พล.อ.อ. สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวังและประธานกรรมการ บ. สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล
18 ม.ค. 2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าววิจารณ์นโยบายการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย ?" ความยาวประมาณ 30 นาที โดยระบุว่ารัฐบาลดำเนินการล่าช้าและตั้งคำถามถึงแนวทางจัดหาวัคซีนแบบ "แทงม้าตัวเดียว" จาก บ.แอสตร้าเซนเนก้า รวมทั้งแสดงความกังวลต่อการที่บริษัทเอกชนซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ถือหุ้นโดยตรงเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดวัคซีน
20 ม.ค. 2564 นายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จในการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (คตส.) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษนายธนาธรต่อพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง
29 ม.ค. 2564 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอให้ระงับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ 3 รายการ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการอภิปรายของนายธนาธร ในหัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย ?" ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ซึ่งศาลได้มีคำสั่งในวันเดียวกันนั้นให้ระงับการทำแพร่หลายซึ่งข้อมูลดังกล่าวในเฟซบุ๊ก ยูทิวบ์และเว็บไซต์ของคณะก้าวหน้า
1 ก.พ. 2564 นายธนาธรยื่นคำร้องคัดค้านและขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งห้ามเผยแพร่ดังกล่าว ศาลนัดไต่สวนคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย คือ กระทรวงดิจิทัลฯ และนายธนาธรก่อนจะมีคำสั่ง
4 ก.พ. 2564 ศาลอาญามีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งศาลวันที่ 29 ม.ค. ที่ให้ลบเนื้อหาออนไลน์ตามคำร้องของกระทรวงดิจิทัลฯ โดยศาลให้เหตุผลตอนหนึ่งว่า การพิจารณาว่าข้อความใดจะเป็นข้อความที่อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะต้องพิจารณาจากข้อความทั้งหมด มิใช่พิจารณาตอนหนึ่งตอนใด ซึ่งจากข้อความที่นายธนาธรนำเสนอต่อศาลพบว่ามุ่งเน้นเรื่องการกล่าวหารัฐบาลว่าบกพร่องในการจัดหาวัคซีน ซึ่งมีการบรรยายถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องหลายบริษัทรวมทั้งกล่าวถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้นด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ระบุเกี่ยวกับการถือหุ้นเป็นเพียงข้อมูลส่วนน้อย และไม่ใช่ประเด็นหลักของการนำเสนอ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
30 มี.ค. 2564 นายธนาธรเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งนายธนาธรได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนไทย เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดการวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 และกล่าววิจารณ์รัฐบาลว่าการจัดการและการดำเนินการของรัฐบาลนั้นจะกระทบและทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
12 ต.ค. 2564 พนักงานสอบสวน สน. นางเลิ้ง ส่งตัวนายธนาธรพร้อมสำนวนการสอบสวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
11 เม.ย. 2565 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5) มีคำสั่งฟ้องนายธนาธร ฐานความผิดตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14 ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ











