You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
พระมหาสมปอง: บทสัมภาษณ์ก่อนลาสิกขา อำลา 30 ปีในผ้าเหลือง
- Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ไม่ถึง 1 เดือนหลังจากพระมหาไพรวัลย์ พระคู่หูนักเทศน์รุ่นน้องของเขาลาสิกขาเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ก็เลื่อนกำหนดการสึกให้เร็วขึ้นมาเป็นวันที่ 29 ธ.ค. โดยให้เหตุผลของการสละผ้าเหลืองคล้าย ๆ กับมหาไพรวัลย์ คือ เพื่อออกมาดูแลแม่และเพราะมองเห็นความไม่เป็นธรรมในวงการสงฆ์
ตอนแรก พระมหาสมปองวางแผนว่าจะสึกในวันที่ 2 ม.ค. 2565 ซึ่งตรงกับวันเกิดโยมแม่ แต่หลังจากมหาไพรวัลย์สึกออกมา พระมหาสมปองก็ประกาศเลื่อนกำหนดสึกเร็วขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งมีผู้ติดตามเกือบ 2 ล้านคนจาก "พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต" เป็น "แม่ปอง"
ควบคู่กับการเปลี่ยนชื่อเพจนำร่องสู่การเป็นฆราวาส พระมหาสมปองยังได้โพสต์ข้อความและความเคลื่อนไหวที่บ่งบอกถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่เขาเตรียมทำหลังลาสิกขา เช่น นัดเตะฟุตบอลและประชาสัมพันธ์กิจกรรมอบรมสัมมนาที่เขาใช้ชื่อว่า "แม่ปองเทรนนิ่งแอนด์สัมมนา" เป็นต้น
การลาสิกขาของพระมหาสมปองทำให้การไลฟ์สดคู่หรือ "แบตเติล" ของสองพระนักเทศน์ชื่อดังแห่งวัดสร้อยทอง ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์
สองสัปดาห์ก่อนถึงกำหนดลาสิกขาในวันที่ 29 ธ.ค. พระมหาสมปองให้สัมภาษณ์พิเศษบีบีซีไทย เปิดเผยเรื่องราวชีวิตก่อนบวช ช่วงเวลา 30 ปีในผ้าเหลือง และสิ่งที่เขาจะทำ-วางแผนจะทำหลังสึกว่าจะเป็นนักธุรกิจหรือเข้าสู่แวดวงการเมืองตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่
อยากเที่ยวถ้ำแต่กลับได้บวชเณร
พระมหาสมปองพื้นเพเดิมเป็นคน จ.ชัยภูมิ เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการบวชว่าเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจตอนที่เขาเพิ่งเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน เด็กชายสมปองเดินเล่นอยู่ริมถนน บังเอิญเจอเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งจึงเอ่ยทักว่าจะไปไหน เพื่อนคนนั้นตอบว่ากำลังจะไปบวชสามเณรภาคฤดูร้อนที่วัดถ้ำประกายเพชร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก
ด้วยความอยากจะไปเที่ยวถ้ำ สมปองจึงวิ่งกลับไปบอกแม่ว่าจะไปที่วัดถ้ำประกายเพชร ซึ่งแม่ก็อนุญาตเพราะเธอเคยไปปฏิบัติธรรมที่นั่นมาแล้ว
ระหว่างทางไปวัดมีทางแยก ด้านขวาไปถ้ำ ด้านซ้ายมีผู้ชายยืนกวักมือเรียกว่าใครจะบวชให้ไปโกนผมได้เลย สมปองไม่ทันได้คิดอะไรก็เดินตามคำชวนของชายผู้นั้นไปอย่างง่ายดาย
"มารู้ตัวอีกทีคือแห่นาคแล้ว พี่สาวมาเจอตอนบ่าย แม่ก็งงว่าทำไมหายไปทั้งวัน...สรุปว่าไปบวชสามเณรภาคฤดูร้อนด้วยความบังเอิญ" พระมหาสมปองเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีก่อน
หลังจากบวชครบ 15 วัน เณรสมปองก็คิดว่าจะสึกออกมาเพื่อกลับไปเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แต่ก่อนจะสึกนั้นเอง พระพี่เลี้ยงรูปหนึ่งก็มาพูดชักชวนให้เขาบวชต่ออีกสักปี และเช่นเดียวกับตอนที่ชายคนนั้นชวนให้เขาเดินไปบวช เณรสมปองตัดสินใจบวชต่ออย่างง่ายดาย ไม่เพียงบวชต่ออีก 1 ปี แต่เป็นเณรต่อมาอีกถึง 10 ปี และเมื่ออายุถึงเกณฑ์ เขาก็ตัดสินใจบวชเป็นพระต่อจนมาถึงปัจจุบัน
หากนับเวลาตั้งแต่บวชเณรจนถึงวันนี้ก็ 30 ปีพอดี
"ตอนนั้นที่อยู่ได้เรื่อย ๆ เพราะการเรียนและการทำงาน พอเรียนจบก็มีพระร่วมรุ่นชวนเรียนอย่างอื่นต่อ รวมทั้งปริญญาโท คณะสังคมสงเคราะห์ ที่ ม.ธรรมศาสตร์" พระมหาสมปองอธิบายและบอกด้วยว่าธรรมศาสตร์ทำให้เขา "ชอบเรื่องความเสมอภาคและอยากให้มีความเป็นธรรมในสังคม"
ประวัติพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต
- ฉายา ตาลปุตฺโต แปลว่าบุตรของนางตาล ซึ่งเป็นชื่อของมารดาพระมหาสมปอง
- นามสกุลเดิม นครไธสง เกิดวันที่ 3 พ.ย. 2521 ปัจจุบันอายุ 43 ปี ภูมิลำเนา จ.ชัยภูมิ
- จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนบ้านป่าว่าน จ.ชัยภูมิ จากนั้นบวชเป็นสามเณร
- อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ศึกษาพระปริยัติธรรม จนสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค
- ปริญญาตรี พุทธศาสตร์บัณฑิต เอกปรัชญา (เกียรตินิยมอันดับ 1) มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)
- ปริญญาโท สังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์
- ปริญญาโท พุทธศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมาศักดิ์ มจร.
- ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการ บริหารการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยปุทมธานี, ปริญญาเอก รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
- ผลงานที่มีชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จัก คือ การเป็นผู้บรรยายในรายการ 'ธรรมะเดลิเวอรี่' รวมถึงรายการ 'หลวงพี่มาแล้ว' ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3
- ผลงานหนังสือ เช่น ธรรมะเดลิเวอรี่ ฉบับอมยิ้มอิ่มใจ สุขกันเถอะโยม เล่ม 1-2 โยมเอ้ยสิบอกไห่ ธรรมะเดลิเวอรี่ แฮปปี้ 24 ชั่วโมง เป็นต้น
พระออกสื่อ
พระมหาสมปองบอกว่าตลอดเวลา 30 ปีของการบวชเรียน เขาได้รับประสบการณ์อันล้ำค่ามากมายทั้งจากการศึกษาในหลักสูตรและการเรียนรู้จากพระผู้ใหญ่หลายรูปที่เขานับถือเป็นต้นแบบ
การเป็นพระ ยังเปิดประตูเข้าสู่แวดวงการสื่อสาร และทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ "นักเทศน์สายฮา" ที่เข้าถึงคนได้หลากหลาย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เขาได้รับเชิญไปออกสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
"เริ่มออกสื่อครั้งแรกตอนปลายปี 2549 ในรายการ 'มันแปลกดีนะ' ทางช่อง 9 อสมท. หลังจากนั้นก็ไปออกรายการ 'เจาะใจ' ทางช่อง 5 วันรุ่งขึ้นมาคนโทรมานิมนต์กว่า 300 สาย และหลังจากนั้นก็มีงานไปออกทีวีทุกช่องที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น และก็มีงานบรรยายไปทั่วประเทศ" พระมหาสมปองเล่า
พระมหาสมปองไม่ใช่พระนักเทศน์คนแรกที่มีชื่อเสียงและได้ "ออกสื่อ" หากไล่เรียงดูแล้ว พระมหาสมปองบอกว่าเขาน่าจะเป็นรุ่นที่สาม ต่อจากหลวงพ่อพระพยอม แห่งวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี และพระอาจารย์ ว. วชิรเมธี แห่งวัดพระสิงห์ จ.เชียงราย โดยการบรรยายธรรมะของเขานั้นคาบเกี่ยวระหว่างยุคสื่อแบบดั้งเดิมกับยุคสื่อใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสาร
"ถือได้ว่าอยู่มาได้ในทุกยุคทุกสมัย...ก็ภูมิใจในตัวเองมาก" พระมหาสมปองกล่าว
พระรุ่นใหม่อาจ "จึ้ง" กว่าเดิม
พระมหาสมปองมองว่าพระนักเทศน์แต่ละยุคมีเทคนิคและใช้สื่อในการบรรยายธรรมเพื่อให้ทันสมัยและเข้าถึงคนในยุคนั้น ๆ เช่น พระพยอมใช้หุ่นชักรอกและเสียงอัดเทปเป็นสื่อ ท่าน ว.วชิรเมธีเขียนหนังสือ และยังมีการแปลงคำสอนของท่าน ว.วชิรเมธี ออกมาเป็นการ์ตูนแอนิเมชันออกโทรทัศน์ด้วย
มาถึงยุคของพระมหาสมปอง เขาเริ่มจากบันทึกเสียงบรรยายธรรมในรูปแบบสนุกสนานลงในวีซีดี หลังจากนั้นก็มาถึงยุคของอดีตพระมหาไพรวัลย์ ที่ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ค ซึ่งพระมหาสมปองก็มาร่วมด้วย ซึ่งนั่นทำให้ทั้งสองถูกวิจารณ์จากคนบางส่วนว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากขัดกับจริยวัตรของพระสงฆ์ที่ต้องอยู่ในอาการสำรวมเพื่อให้เป็นที่น่าเชื่อถือและศรัทธา รวมทั้งมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับธรรมะน้อยเกินไป
พระมหาสมปองมองว่า วงการสงฆ์และการเทศน์ก็ไม่ต่างจากเรื่องอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย รูปแบบเดิมถูกท้าทาย รูปแบบใหม่ถูกวิจารณ์ เก่าไป ใหม่มา หมุนเวียนเป็นธรรมชาติ และหลังจากหมดยุคของมหาไพรวัลย์-มหาสมปองแล้ว ก็ย่อมจะมีพระรูปใหม่ ๆ มาแทนที่
"อย่างสมัยก่อนก็มีคนเคยถามพระพยอมว่าจะมีพระรูปอื่นที่เป็นนักเทศน์แบบท่านไหม ท่านก็ตอบว่าอย่ามีเลยมันลำบาก ก็มีเราขึ้นมา ที่นำแบบมาจากท่านเลย และสอดแทรกความเป็นตัวเองเข้าไปด้วย"
"ยุคต่อจากมหาสมปอง มหาไพรวัลย์ ก็จะมีพระเณรรุ่นใหม่ ๆ ขึ้นมาแทนที่แน่ ๆ ขึ้นอยู่กับว่า สังคมไทยเราจะให้โอกาสท่านหรือเปล่า จะนิมนต์ท่านไปพูดหรือเปล่า ตอนนี้ก็น่าจะมีแล้ว เชื่อเถอะ อยู่ที่ว่าสื่อจะปั้นท่านไหม ท่านรอโอกาสนั้นอยู่ ต้องมีแน่นอน และจะสนุกกว่าเดิม คึกคักกว่าเดิม จึ้งกว่าเดิมแน่นอน" พระมหาสมปองกล่าวโดยใช้ศัพท์ที่อดีตพระมหาไพรวัลย์ รวมทั้งกลุ่ม LGBTQ นิยมใช้ เช่น "จึ้ง" ซึ่งแปลว่าดีงาม ดีเลิศ
พระจะสึก ห้ามไม่ได้
ถึงแม้ว่าความเป็นมาในการลาสิกขาของพระมหาสมปองจะไม่ชัดเจนเท่าอดีตพระมหาไพรวัลย์ที่ประกาศระหว่างไลฟ์สดเมื่อปลายเดือน ต.ค. ว่า "ถ้าเจ้าคุณอาจารย์พระราชปัญญาสุธีไม่ได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง อาตมภาพ พระมหาไพรวัลย์ขอลาสิกขา" ประกอบกับต้องการออกไปดูแลแม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่เหตุผลในการลาสิกขาของพระมหาสมปองก็ไม่ได้ต่างกันนัก
พระมหาสมปองบอกกับบีบีซีไทยว่าเขามีภาระที่ต้องออกมาดูแลโยมแม่ ซึ่งขณะนี้มีเพียงโยมพี่สาวช่วยดูแลอยู่ และอีกส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเรื่องการแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ของวัดสร้อยทองที่เขาสังกัดอยู่
"ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน อธิบายไม่ได้หรอกว่าทำไมต้องตอนนี้หรือวันนี้ ตอนจะบวชเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะบวช ตอนแรกแค่จะไปเที่ยวถ้ำแล้วอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาชวนไปบวช ตอนแรกตั้งใจจะบวช 15 วัน แล้วมีคนมาอยู่ต่อ เราก็อยู่ต่อ ตอนแรกจะอยู่แค่ปีเดียว เราก็อยู่มา 30 ปี" พระมหาสมปองตอบคำถามบีบีซีไทยถึงสาเหตุของการสึก
"อย่างที่เราได้ยินบ่อย ฝนจะตก แดดจะออก ผู้หญิงจะคลอด พระจะสึก ไม่มีใครห้ามได้ ถ้าไม่สึก ต่อให้ดึงจีวรออกจากตัวท่านก็ไม่ลาสิกขา เหมือนที่ท่านไพรวัลย์บอก ธรรมะอยู่ในสมองเรา อยู่ในปากเรา อยู่ในใจเรา"
พระมหาสมปองเปิดเผยว่า ภารกิจแรกที่เขาวางแผนไว้ว่าจะทำหลังจากลาสิกขาคืองานบรรยายธรรม ปาฐกถาธรรม และสวดมนต์ข้ามปีที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
ธรรมะมี 4 บริษัท ได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ดังนั้นแม้จะไม่ได้เป็นพระ เขาก็สามารถบรรยายธรรมได้ในฐานะอุบาสก
"ต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มขึ้น เพราะเป็นฆราวาสต้องเตรียมตัวเยอะกว่า ต้องลึก ต้องชัดเจน ต้องทำการบ้านยิ่งกว่าเดิม และจะทำให้บรรยายธรรมได้ดีกว่าเดิมอีก เพราะต้องทำการบ้านเพิ่มขึ้น" พระมหาสมปองกล่าว
"พิมรี่ ปอง มองเห็นแล้วเอามาขายทุกอย่าง"
นอกจากบรรยายธรรมแล้ว พระมหาสมปองยังมองหาช่องทางทำธุรกิจควบคู่กันไปด้วย เขาตั้งชื่อและสโลแกนประจำตัวไว้แล้วด้วยว่า "พิมรี่ ปอง มองเห็นแล้วเอามาขายทุกอย่าง" ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก "พิมรี่ พาย ขายทุกอย่าง" ซึ่งเป็นชื่อและสโลแกนของแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง
พระมหาสมปองคิดไว้ว่า เขาจะหัก 10% ของยอดกำไรที่ได้จะนำไปบริจาคทำบุญให้วัดและโรงเรียนต่าง ๆ
"รู้สึกว่าออกไปแล้วจะได้ทำประโยชน์มากกว่าเดิมเสียอีก เพราะว่ามันพูดเรื่องเงินได้" พระมหาสมปองบอก
"ตอนนี้ตั้งชื่อบริษัทไว้แล้วว่า 'แม่ปอง อินเตอร์เนชันแนล จำกัด' พอออกไปก็จะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัททันที" เขาบอกและเผยเบื้องหลังชื่อ "แม่ปอง" ว่าเป็นชื่อที่ลูกเพจตั้งให้จากการที่เขาปะทะคารมกับมหาไพรวัลย์
"ตอนแรกเราก็งง ๆ อยู่ แต่พอมานั่งคิดดูแล้วรู้สึกว่าคำว่าแม่ปองมันดูละมุน มันดูอ่อนโยน มันดูมีความปกป้องเหมือนแม่ไก่ที่ปกป้องลูก ปกป้องสังคม ทำประโยชน์เพื่อสังคม ก็เลยตัดสินใจใช้คำว่าแม่ปองในทุกผลิตภัณฑ์"
พระมหาสมปองจะทำอะไรหลังจากสึก
สิ่งที่พระมหาสมปองอยากจะทำหลังลาสิกขานั้นยาวเป็นหางว่าว นี่คือส่วนหนึ่งที่เขาเปิดเผยกับบีบีซีไทย
- ผู้ชำนาญการด้านพระพุทธศาสนา ปาฐกถา สนทนาธรรม
- นักแสดง ซึ่งเคยขณะนี้ได้รับการทาบทามจาก "หม่ำ จ๊กม๊ก" และ ธงชัย ประสงสันติ แล้ว
- นักร้องและเจ้าของค่ายเพลง (แม่ปอง ฮักมิวสิค) โดยจะจัดออดิชันคัดเลือกนักร้องเข้าค่ายวันที่ 3-4 ม.ค. นี้ โดยประกาศว่าจะคัดคนเข้าสังกัดอย่างเดียว ไม่คัดใครออก เพราะมหาสมปองไม่ชอบการทำลายความฝันของคน
- แม่ปองของกิน ขายปลากระป๋อง น้ำผึ้ง น้ำปลาร้า น้ำจิ้ม และของกินทุกประเภท
- แม่ปองของใช้ ขาย ถ้วย ชาม เสื้อผ้า
- แม่ปองคอสเมติก ขายเซรั่มทาหน้า ยาสระผม ยาสีฟัน สบู่ ใยขัดตัว
- สำนักข่าวแม่ปอง มีวัตถุประสงค์ว่าทุกชั่วโมงต้องได้ช่วยคนอย่างน้อย 1 คน