โควิด-19 : ศบค. สั่งปิดลงทะเบียนรับ “นักท่องเที่ยวใหม่” 2 สัปดาห์ รอประเมินสถานการณ์โอมิครอน 4 ม.ค.

Tourist

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ศบค. ระงับการลงทะเบียนเข้าไทย 2 สัปดาห์ ขอประเมินสถานการณ์ 4 ม.ค. 2565 ก่อน แต่ยืนยันไม่กระทบนักท่องเที่ยว 2 แสนคนที่ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีคนเข้ามาท่องเที่ยวในไทย 1.1 แสนคน ผ่าน ช่องทางแซนบ็อกซ์ (Sandbox) และเทสต์แอนด์โก (Test and Go) จากผู้ขออนุมัติเข้าประเทศทั้งหมด 2 แสนคน จึงเหลือคนที่จะเข้ามาอีก 9 หมื่นคน ในส่วนนี้มีความจำเป็นที่ต้องดูแลติดตาม โดยจะไม่ให้มีการลงทะเบียนเพิ่มอีกแล้ว จนกว่าจะมีการพิจารณาสถานการณ์ในวันที่ 4 ม.ค. 2565 อีกครั้งหนึ่ง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้สอบถามผู้เกี่ยวข้องว่ามีความพร้อมในการรับมือหรือไม่ ถ้ามีการติดเชื้อในคนที่เข้ามาแล้ว รวมถึงคนใหม่ที่ได้รับอนุญาตแล้วและกำลังจะเข้ามา ซึ่งได้รับคำยืนยันว่ารองรับได้ และข้อสำคัญต่อไปนี้ในเรื่องของความรุนแรงค่อนข้างที่จะควบคุมได้อยู่ โดยเฉพาะโอมิครอน ซึ่งติดเชื้อเร็ว แต่รักษาง่ายกว่า ยังไม่มีผลกระทบรุนแรงมากนักในขณะนี้ เราต้องฟังทั้ง 2 ทาง ทั้งแพทย์ด้วย ซึ่งเราอยู่ในส่วนของการบริหาร

"ตั้งแต่วันนี้ไม่รับแล้วคนใหม่ นอกจาก 2 แสนคนที่ลงทะเบียนไว้" พล.อ. ประยุทธ์กล่าวยืนยัน หลังผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งแต่วันนี้จะไม่มีการรับนักท่องเที่ยวใหม่เข้ามาแล้วใช่หรือไม่

พล.อ. ประยุทธ์เรียกประชุม ศบค. นัดพิเศษอย่างเร่งด่วนในช่วงบ่ายวันนี้ (21 ธ.ค.) หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน เพิ่มขึ้นในประเทศไทย

ศบค. รายงานยอดผู้ป่วยหน้าใหม่ของไทยประจำวันที่ 21 ธ.ค. จำนวน 2,476 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 32 ราย รวมมียอดผู้ป่วยสะสมนับจากปี 2563 จำนวน 2.19 ล้านราย และมีผู้ยังรักษาตัวภายใน รพ. 38,892 ราย

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยวานนี้ (20 ธ.ค.) ว่ามีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนในไทยแล้ว 63 ราย และล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. ออกมาระบุในวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 97 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบสายพันธุ์ว่าเป็นโอมิครอนหรือไม่ ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

Tourist

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

อย่างไรก็ตาม ผอ.ศบค. ยังไม่ได้เปิดเผยมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยบอกเพียง "ต้องติดตามคนเหล่านี้ที่เข้ามาทางช่องทางต่าง ๆ แต่จะไม่มีการอนุมัติหรืออนุญาตอีก"

เช่นเดียวกับชาวไทย ก็เข้ามาได้ในกรณีมีการยื่นเรื่องไว้แล้ว ส่วนหลังจากวันนี้ต้องเข้ามาในระบบใหม่คือกลับมากักตัวเช่นเดิม 7 วัน 10 วัน

ส่วนจะต้องเพิ่มระยะเวลากักตัวเป็น 14 วันหรือไม่ เพราะช่วงดังกล่าวอาจยังไม่พบเชื้อโอมิครอน พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า "แหม คุณ (ผู้สื่อข่าว) ก็.. ถามให้มัน.. เอาแค่ตรงนี้ก่อนว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร ที่ว่าจะมีการพัฒนาเชื้อโรค สายพันธุ์ หรือจะดูแลมากขึ้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ก่อน เราก็ไม่ทราบมาก่อนว่าโอมิครอนจะมาตอนนี้ ดังนั้นสิ่งที่เราวางไว้ที่เดิม มันก็เรียกว่าพันธะสัญญาเข้าใจไหม แต่เราก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนในประเทศ ต้องหามาตรการมาแก้ไขตรงนี้และจะทำอย่างไร ถ้าสถานการณ์อย่างครุกรุ่นและมีปัญหาแบบนี้ เราก็ต้องแก้ไปตามลำดับ"

ส่วนกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ยังคงจัดได้เหมือนเดิมหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ตอบว่า "ยังไม่ได้งดอะไรนี่"

คำกล่าวของนายกฯ ที่ว่า "ตั้งแต่วันนี้ไม่รับแล้วคนใหม่" ทำให้เกิดการตีความไปว่าหมายถึงการห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยในระหว่างนี้หรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า "ที่สื่อบางสำนักเสนอว่าปิดรับนักท่องเที่ยว ไม่ใช่ เป็นการปิดลงทะเบียนชั่วคราว"

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า มติ ศบค. คือให้ระงับการลงทะเบียนขอเข้าประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์ และเทสต์แอนด์โก ยกเว้น "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" โดยเริ่มตั้งแต่ 21 ธ.ค. 2564-4 ม.ค. 2565 หลังจากนั้นจะพิจารณาสถานการณ์หรือมาตรการอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ที่ลงทะเบียนไว้ 2 แสนคน และได้รับอนุมัติแล้ว 1.1 แสนคน รออนุมัติอีก 9 หมื่นคน "จะสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ตามแผนที่ท่านได้วางไว้ปกติ แต่จะมีมาตรการเสริม" อาจต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 2 รัฐบาลจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ และจะมีการติดตามอย่างใกล้ชิด

เส้นเทา

เดินทางเข้าไทยได้กี่ระบบ?

นับตั้งแต่เปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย. 2564 ให้ 63 ประเทศเข้าในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ต้องกักตัว ทำให้ประเทศไทยมีระบบการเข้าประเทศทั้งคนสัญชาติไทยและต่างชาติเพิ่มเป็นทั้งหมด 3 ระบบ ได้แก่ เทสต์ แอนด์ โก (Test & Go) สำหรับ 63 ประเทศ เข้าไทยไม่ต้องกักตัว ระบบแซนด์บ็อกซ์ และระบบกักตัวในสถานที่กักตัวทางเลือก (ควอรันทีน) ตั้งแต่ 7-14 วัน

ข้อมูลจากกรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ ณ วันที่ 15 พ.ย. ระบุการเดินทางเข้าไทยของทั้ง 3 แต่ละระบบมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และเงื่อนไขการรับวัคซีนที่แตกต่างกัน โดยทั้ง 3 ระบบ ผู้เดินทางต้องลงทะเบียนผ่าน THAILAND PASS

1. เทสต์ แอนด์ โก (Test & Go) 63 ประเทศ เข้าไทยได้ ไม่ต้องกักตัว

สำหรับบุคคลสัญชาติไทย ที่จะเดินทางเข้าไทย ต้องอยู่ในประเทศต้นทางต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน ส่วนที่คนที่เดินทางจากไทยไป สามารถกลับเข้าไทยได้โดยไม่ต้องครบ 21 วัน และต้องได้วัคซีนครบตามเกณฑ์ อย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง

นอกจากนี้ บุคคลสัญชาติไทยไม่ต้องซื้อประกันภัย และต้องมีหลักฐานชำระเงินค่าโรงแรม SHA+/ AQ 1 คืน และมีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นลบ ไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทาง

ส่วนบุคคลที่ไม่ใช่สัญชาติไทย ใช้เงื่อนไขเดียวกัน แต่วัคซีนที่รับต้องเป็นวัคซีนที่ทางการไทยรับรอง และต้องซื้อประกันภัยครอบคลุมวงเงินอย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนหลักฐานจองโรงแรม SHA+/ AQ ต้องรวมถึงหลักฐานชำระเงินที่ครอบคลุมการตรวจโควิด RT-PCR

หลังจากนั้น ลงทะเบียนเข้าไทยผ่านระบบ THAILAND PASS เมื่อเดินทางถึงไทย เข้าพักโรงแรม 1 คืนโดยตรวจ RT-PCR ในคืนแรกที่เดินทางถึงไทย รอผลตรวจยืนยัน หากผลเป็นลบ สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว

2. ระบบแซนด์บ็อกซ์

การเดินทางเข้าไทยผ่านโครงการแซนด์บ็อกซ์ หรือ การเดินทางเข้าพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว รับผู้เดินทางจากทุกประเทศ/พื้นที่

มีเงื่อนไขต้องรับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ที่กระทรวงสาธารณสุขหรือองค์การอนามัยโลกรับรอง สำหรับบุคคลสัญชาติไทยไม่ต้องซื้อประกันภัย และต้องมีหลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรม SHABA Certificate 7 คืน หลักฐานชำระเงินที่ครอบคลุมการตรวจโควิด RT-PCR และมีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นลบ ไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทาง

เมื่อเดินทางถึงพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ ต้องผ่านด่านควบคุมโรคและด่านตรวจคนเข้าเมือง ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อที่สนามบินหรือโรงแรมที่กำหนด จากนั้นให้รอผลตรวจ ณ ห้องพัก หากมีผลเป็นลบ ผู้เดินทางสามารถท่องเที่ยวในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว

ระหว่างอยู่ในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ ผู้เดินทางเข้าประเทศต้องอยู่ในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์เฉพาะในจังหวัดที่โรงแรมตั้งอยู่ ไม่สามารถเดินทางข้ามพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ต่าง ๆ ได้

หลังจากพักในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ครบ 7 วัน และมีผลตรวจหาเชื้อโควิดครั้งที่ 2 ด้วยการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK จะได้รับ Release Form สำหรับเดินทางไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทยต่อไป

เงื่อนไขของทางการไทย ยังระบุด้วยว่า ผู้เดินทางต้องเดินทางเข้าไทยผ่านท่าอากาศยานนานาชาติที่กำหนด ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ อู่ตะเภา สมุย และบุรีรัมย์ (สนามบินบุรีรัมย์สำหรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำเท่านั้น)

3. กักตัวในสถานกักตัวทางเลือก (Alternative Quarantine)

รับผู้เดินทางจากทุกประเทศ/พื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องรับวัคซีนครบโดส บุคคลสัญชาติไทยไม่ต้องซื้อประกันและไม่ต้องมีผลตรวจโควิด-19 ก่อนเดินทาง แต่หากเป็นต่างชาติต้องซื้อประกัน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ และต้องมีผลตรวจโควิดเป็นลบด้วยวิธี RT-PCR ภายใน 72 ชม. ก่อนเดินทาง นอกจากนี้ต้องมีหลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมที่ใช้กักตัว (Alternative Quarantine)

สำหรับประเทศที่พบเชื้อไวรัสโอมิครอน/ประเทศเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด 8 ประเทศ ได้แก่ นามิเบีย ซิมบับเว บอตสวานา เลโซโท เอสวาตินี โมซัมบิก แอฟริกาใต้ และมาลาวี ผู้ได้รับอนุญาตแล้ว สั่งกักตัว 14 วัน ตั้งแต่ 28 พ.ย. นอกจากนี้ไม่อนุญาตให้เข้าไทย ตั้งแต่ 1 ธ.ค. และไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนเข้าไทย ตั้งแต่ 27 พ.ย.