You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
กกต. ยุติปมร้องยุบพรรคก้าวไกล จากคำร้องของณฐพร โตประยูร กล่าวหา "เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ"
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติยุติพิจารณาสั่งยุบพรรคก้าวไกล (กก.) 10 ประเด็น ตามที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้อง หลังเห็นว่าการกระทำยังไม่เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบตามที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง มีความเห็นให้ยุติเรื่อง กรณีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ กกต.พิจารณาสั่งยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคกระทำการใน 10 ประเด็น ในฐานกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จากการกระทำ ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
การยื่นคำร้องของนายณฐพร เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2564 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิฉัยให้กรณีการชุมนุม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน" เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 ที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมมีข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ย์และการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องทั้ง 3 คน คือ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล มีการกระทำล้มล้างการปกครองฯ นายณฐพรได้ออกมาเสนอแนะให้ กกต. นำคำวินิจฉัยนี้ไปประกอบการสอบสวนคำร้องยุบพรรคก้าวไกล
นายณฐพรให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อ 9 พ.ย. ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมจะมีผลต่อคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล กล่าวคือ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการล้มล้างการปกครอง กกต. ก็น่าจะต้องสรุปสำนวนว่าการร่วมชุมนุมของ ส.ส. และกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคก้าวไกล การใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และการสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ก็ย่อมเข้าข่ายการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเช่นกัน
เปิดคำร้องยุบพรรคก้าวไกล
นายณฐพรยื่นคำร้องต่อประธาน กกต. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2564 ขอให้พิจารณากรณีพรรคก้าวไกล กระทำผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 45 และมาตรา 92 (2) (3)
มาตรา 45 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองกระทําการหรือส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทําการอันเป็นการทําลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ"
มาตรา 92 บัญญัติว่าให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
คำร้องของนายณฐพรระบุตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 ที่มีการชุมนุมทางการเมือง หัวหน้าพรรคและ ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้ออกมาเคลื่อนไหว แสดงความเห็นทางการเมือง เข้าร่วมกับผู้ชุมนุมและใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมือง สนับสนุนการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมีการกระทำที่ผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ละเมิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ บุกรุกเขตหวงห้าม จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศไทย
10 ประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ
ฝ่ายกฎหมายพรรคก้าวไกลให้ข้อมูลว่า ส.ส. และ กก.บห. พรรคที่ กกต. เรียกไปให้ถ้อยคำมีทั้งหมด 13 คน เดิม กกต. กำหนดให้ไปให้ถ้อยคำเมื่อวันที่ 5 พ.ย. แต่ทางพรรคได้ทำเรื่องเลื่อนเวลาไปให้ถ้อยคำในช่วงหลังปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยนี้
สำหรับรายละเอียดพฤติการณ์ของ กก.บห. และ ส.ส. ที่ปรากฏในคำร้อง มีทั้งหมด 10 ประเด็น ครอบคลุมเรื่องการเข้าร่วมชุมนุม การประกันตัวผู้ต้องหา การแถลงข่าวสนับสนุนผู้ชุมนุม ท่าทีเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ดังนี้
ประเด็นที่ 1 วันที่ 7 ส.ค. 2563 นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายวรภพ วิริยะโรจน์ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ และนางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล เดินทางไปที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อเตรียมการใช้ตำแหน่งประกันตัวเยาวชน นิสิต นักศึกษาและประชาชนประมาณ 30 คน ที่ถูกจับกุมด้วยเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง
ประเด็นที่ 2 วันที่ 26 ส.ค. 2563 นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ประกันตัวนายภานุมาศ สิงห์พรม แกนนำคณะประชาชนปลดแอก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา โดยมีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนางอมรรัตน์ ร่วมเดินทางไปด้วย
ประเด็นที่ 3 วันที่ 19-20 ก.ย. 2563 นายพิธา ลิ้มเจริญ์รัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ นางอมรรัตน์ นายสุเทพ อู่อัน นางธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ น.ส.วรรณวี ตะล่อมสิน นายเท่าภิภพ ลิ้มจิตรกร นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายวุฒินันท์ บุญชู น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน และนายปดิพัทธ์ รวม 17 คน เข้าร่วมชุมนุมบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท้องสนามหลวง
ประเด็นที่ 4 วันที่ 14 ต.ค. 2563 นายพิธา และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ เดินทางไปที่ศาลอาญา และได้ยื่นขอประกันตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" แกนนำ "คณะราษฎรปลดแอกอีสาน" ซึ่งถูกจับกุมในเหตุการณ์ชุมนุมบริเวณอนุสาวรียร์ประชาธิปไตย
ประเด็นที่ 5 เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2563 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค แถลงจุดยืนของพรรค เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 และเสนอให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของประชาชนหรือฉบับไอลอว์ เป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ถูกกล่าวหาว่ากระทำการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนคุกคามความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 45 พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง
ประเด็นที่ 6 วันที่ 25 พ.ย. 2563 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แถลงการณ์ในลักษณะสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่ม "คณะราษฎร" ที่บริเวณรัฐสภา
ประเด็นที่ 7 วันที่ 16 พ.ย. 2563 นายพิธา แถลงจุดยืนของพรรคก้าวไกลว่าจะมีมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 7 ร่าง ของพรรคฝ่ายค้าน พรรครัฐบาลและของประชาชน โดยพรรคก้าวไกลจะเสนอให้ร่างของประชาชนหรือฉบับไอลอว์ที่มีการแก้ไขหมวด 1 และ 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ เป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ
ประเด็นที่ 8 วันที่ 25 พ.ย. 2563 นายรังสิมันต์ นายวิโรจน์ น.ส.เบญจา และนางอมรรัตน์ เข้าพื้นที่การชุมนุมบริเวณด้านหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่
ประเด็นที่ 9 วันที่ 2 ม.ค.2564 นางอมรรัตน์ใช้ตำแหน่งหน้าที่ประกันตัวผู้ต้องหาคดีอาญามาตรา 112 ที่ศาลตลิ่งชัน
ประเด็นที่ 10 วันที่ 26 ม.ค. 2564 นายพิธาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าพรรคก้าวไกล มีมติให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
"การกระทำของเราไม่เข้าเหตุยุบพรรค"
เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นำทีมแถลงท่าทีต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าแกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยแสดงความกังวลว่า หลังจากนี้รัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และกลุ่มการเมืองต่าง ๆ จะนำคำวินิจฉัยนี้ไปเป็นฐานในการกล่าวหาโจมตีการแสดงออกทางการเมืองของเยาวชนและประชาชนจำนวนมากอย่างเหมารวมว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง
"การคลี่คลายปัญหาความเห็นแตกต่างกันทางการเมืองปัจจุบันต้องอาศัยความเข้าใจต่อความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนใจแห่งยุคสมัยให้ถูกต้อง อย่ามองว่าเป็นภัยของชาติ อย่ามองอนาคตของชาติเป็นศัตรู ต้องแสวงหากุศโลบายที่ดีในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ให้ได้" นายชัยธวัชกล่าว
เลขาธิการพรรคก้าวไกลยังได้กล่าวถึงกรณีที่นายณฐพรเรียกร้องให้ กกต. นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปประกอบการพิจารณาคำร้องขอให้ยุบพรรคก้าวไกลว่าทางพรรค "ไม่กังวลแต่ก็ไม่ประมาท" เพราะเชื่อว่าไม่มีเหตุอันใดเลยการกระทำของกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรคที่เป็นไปตามข้อกล่าวหา
"การกระทำของเราไม่เข้าเหตุในการยุบพรรคเพราะเราใช้สิทธิและทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส. และเป็นการประกันสิทธิเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ" นายชัยธวัชกล่าวและเรียกร้องต่อสังคมว่า "เราต้องไม่อนุญาตให้การยุบพรรคด้วยเหตุจูงใจทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ"
"ข้อกล่าวหาเหล่านั้นเป็นการกล่าวหาเท็จ และมีเจตนาที่จะทำลายล้างพวกเราในทางการเมือง ไม่เข้าเหตุในการยุบพรรค และเราจะต่อสู้เรื่องนี้อย่างถึงที่สุด" เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าวทิ้งท้าย