กกต. ยุติปมร้องยุบพรรคก้าวไกล จากคำร้องของณฐพร โตประยูร กล่าวหา "เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ"

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ที่มาของภาพ, Facebook/พรรคก้าวไกล

คำบรรยายภาพ, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (ขวา) หัวหน้าพรรคก้าวไกล และชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ชูสัญลักษณ์สามนิ้วระหว่างร่วมพิธีรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา เมื่อปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ "คณะราษฎร" จัดการชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติยุติพิจารณาสั่งยุบพรรคก้าวไกล (กก.) 10 ประเด็น ตามที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้อง หลังเห็นว่าการกระทำยังไม่เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบตามที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง มีความเห็นให้ยุติเรื่อง กรณีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ กกต.พิจารณาสั่งยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคกระทำการใน 10 ประเด็น ในฐานกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จากการกระทำ ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

การยื่นคำร้องของนายณฐพร เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2564 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิฉัยให้กรณีการชุมนุม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน" เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 ที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมมีข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ย์และการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องทั้ง 3 คน คือ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล มีการกระทำล้มล้างการปกครองฯ นายณฐพรได้ออกมาเสนอแนะให้ กกต. นำคำวินิจฉัยนี้ไปประกอบการสอบสวนคำร้องยุบพรรคก้าวไกล

นายณฐพรให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อ 9 พ.ย. ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมจะมีผลต่อคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล กล่าวคือ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการล้มล้างการปกครอง กกต. ก็น่าจะต้องสรุปสำนวนว่าการร่วมชุมนุมของ ส.ส. และกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคก้าวไกล การใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และการสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ก็ย่อมเข้าข่ายการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเช่นกัน

ใบปลิว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ข้อความบนใบปลิวที่มีการโปรยบริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญหลังจากศาลมีคำวินิจฉัยว่าแกนนำผู้ชุมนุมและผู้ปราศรัยบนเวที "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน" เมื่อ 10 ส.ค. 2563 มีการกระทำล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เปิดคำร้องยุบพรรคก้าวไกล

นายณฐพรยื่นคำร้องต่อประธาน กกต. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2564 ขอให้พิจารณากรณีพรรคก้าวไกล กระทำผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 45 และมาตรา 92 (2) (3)

มาตรา 45 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองกระทําการหรือส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทําการอันเป็นการทําลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ"

มาตรา 92 บัญญัติว่าให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำร้องของนายณฐพรระบุตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 ที่มีการชุมนุมทางการเมือง หัวหน้าพรรคและ ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้ออกมาเคลื่อนไหว แสดงความเห็นทางการเมือง เข้าร่วมกับผู้ชุมนุมและใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมือง สนับสนุนการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมีการกระทำที่ผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ละเมิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ บุกรุกเขตหวงห้าม จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศไทย

พรรคก้าวไกล

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลเปิดตัวต่อสาธารณะหลังการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2563 หลังจากนั้นไม่กี่เดือน พวกเขาก็ต้องเผชิญกับคำร้องขอให้ยุบพรรค

10 ประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ

ฝ่ายกฎหมายพรรคก้าวไกลให้ข้อมูลว่า ส.ส. และ กก.บห. พรรคที่ กกต. เรียกไปให้ถ้อยคำมีทั้งหมด 13 คน เดิม กกต. กำหนดให้ไปให้ถ้อยคำเมื่อวันที่ 5 พ.ย. แต่ทางพรรคได้ทำเรื่องเลื่อนเวลาไปให้ถ้อยคำในช่วงหลังปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยนี้

สำหรับรายละเอียดพฤติการณ์ของ กก.บห. และ ส.ส. ที่ปรากฏในคำร้อง มีทั้งหมด 10 ประเด็น ครอบคลุมเรื่องการเข้าร่วมชุมนุม การประกันตัวผู้ต้องหา การแถลงข่าวสนับสนุนผู้ชุมนุม ท่าทีเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ดังนี้

ประเด็นที่ 1 วันที่ 7 ส.ค. 2563 นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายวรภพ วิริยะโรจน์ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ และนางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล เดินทางไปที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อเตรียมการใช้ตำแหน่งประกันตัวเยาวชน นิสิต นักศึกษาและประชาชนประมาณ 30 คน ที่ถูกจับกุมด้วยเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง

ประเด็นที่ 2 วันที่ 26 ส.ค. 2563 นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ประกันตัวนายภานุมาศ สิงห์พรม แกนนำคณะประชาชนปลดแอก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา โดยมีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนางอมรรัตน์ ร่วมเดินทางไปด้วย

ประเด็นที่ 3 วันที่ 19-20 ก.ย. 2563 นายพิธา ลิ้มเจริญ์รัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ นางอมรรัตน์ นายสุเทพ อู่อัน นางธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ น.ส.วรรณวี ตะล่อมสิน นายเท่าภิภพ ลิ้มจิตรกร นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายวุฒินันท์ บุญชู น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน และนายปดิพัทธ์ รวม 17 คน เข้าร่วมชุมนุมบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท้องสนามหลวง

ประเด็นที่ 4 วันที่ 14 ต.ค. 2563 นายพิธา และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ เดินทางไปที่ศาลอาญา และได้ยื่นขอประกันตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" แกนนำ "คณะราษฎรปลดแอกอีสาน" ซึ่งถูกจับกุมในเหตุการณ์ชุมนุมบริเวณอนุสาวรียร์ประชาธิปไตย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ที่มาของภาพ, Facebook/พรรคก้าวไกล

คำบรรยายภาพ, นายพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางไปยื่นประกันตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 แต่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

ประเด็นที่ 5 เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2563 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค แถลงจุดยืนของพรรค เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 และเสนอให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของประชาชนหรือฉบับไอลอว์ เป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ถูกกล่าวหาว่ากระทำการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนคุกคามความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 45 พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง

ประเด็นที่ 6 วันที่ 25 พ.ย. 2563 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แถลงการณ์ในลักษณะสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่ม "คณะราษฎร" ที่บริเวณรัฐสภา

ประเด็นที่ 7 วันที่ 16 พ.ย. 2563 นายพิธา แถลงจุดยืนของพรรคก้าวไกลว่าจะมีมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 7 ร่าง ของพรรคฝ่ายค้าน พรรครัฐบาลและของประชาชน โดยพรรคก้าวไกลจะเสนอให้ร่างของประชาชนหรือฉบับไอลอว์ที่มีการแก้ไขหมวด 1 และ 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ เป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ

ประเด็นที่ 8 วันที่ 25 พ.ย. 2563 นายรังสิมันต์ นายวิโรจน์ น.ส.เบญจา และนางอมรรัตน์ เข้าพื้นที่การชุมนุมบริเวณด้านหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่

ประเด็นที่ 9 วันที่ 2 ม.ค.2564 นางอมรรัตน์ใช้ตำแหน่งหน้าที่ประกันตัวผู้ต้องหาคดีอาญามาตรา 112 ที่ศาลตลิ่งชัน

ประเด็นที่ 10 วันที่ 26 ม.ค. 2564 นายพิธาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าพรรคก้าวไกล มีมติให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

"การกระทำของเราไม่เข้าเหตุยุบพรรค"

เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นำทีมแถลงท่าทีต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าแกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยแสดงความกังวลว่า หลังจากนี้รัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และกลุ่มการเมืองต่าง ๆ จะนำคำวินิจฉัยนี้ไปเป็นฐานในการกล่าวหาโจมตีการแสดงออกทางการเมืองของเยาวชนและประชาชนจำนวนมากอย่างเหมารวมว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง

"การคลี่คลายปัญหาความเห็นแตกต่างกันทางการเมืองปัจจุบันต้องอาศัยความเข้าใจต่อความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนใจแห่งยุคสมัยให้ถูกต้อง อย่ามองว่าเป็นภัยของชาติ อย่ามองอนาคตของชาติเป็นศัตรู ต้องแสวงหากุศโลบายที่ดีในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ให้ได้" นายชัยธวัชกล่าว

เลขาธิการพรรคก้าวไกลยังได้กล่าวถึงกรณีที่นายณฐพรเรียกร้องให้ กกต. นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปประกอบการพิจารณาคำร้องขอให้ยุบพรรคก้าวไกลว่าทางพรรค "ไม่กังวลแต่ก็ไม่ประมาท" เพราะเชื่อว่าไม่มีเหตุอันใดเลยการกระทำของกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรคที่เป็นไปตามข้อกล่าวหา

"การกระทำของเราไม่เข้าเหตุในการยุบพรรคเพราะเราใช้สิทธิและทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส. และเป็นการประกันสิทธิเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ" นายชัยธวัชกล่าวและเรียกร้องต่อสังคมว่า "เราต้องไม่อนุญาตให้การยุบพรรคด้วยเหตุจูงใจทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ"

"ข้อกล่าวหาเหล่านั้นเป็นการกล่าวหาเท็จ และมีเจตนาที่จะทำลายล้างพวกเราในทางการเมือง ไม่เข้าเหตุในการยุบพรรค และเราจะต่อสู้เรื่องนี้อย่างถึงที่สุด" เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าวทิ้งท้าย