อภิปรายไม่ไว้วางใจ : สถานการณ์โควิด-19 ของไทยดีกว่าโลกอย่างไร ตามข้อมูลของ พล.อ.ประยุทธ์

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยกข้อมูลเชิงสถิติมายืนยันกลางสภาว่าการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาล ไม่เลวร้ายอย่างที่ฝ่ายค้านอภิปราย โดยชี้ว่าอัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาของไทยดีกว่าค่าเฉลี่ยของโลกและอาเซียน ทว่า ส.ส. ฝ่ายค้านจัดทำข้อมูลมาคนละชุด โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ปี 2563-2564 ภายในไทยเอง พบว่ายอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตพุ่งขึ้นกว่าหมื่นเปอร์เซ็นต์
ในวันที่สามของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล วันที่ 2 ก.ย. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ยังตกเป็นเป้าหลักที่ถูกฝ่ายค้านรุมถล่ม
ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายตอกย้ำข้อสังเกตต่อกระบวนการจัดหาวัคซีนพื้นฐานของไทย โดยเฉพาะส่วนต่างราคาในการจัดซื้อซิโนแวค แม้ รมว.สธ. เคยชี้แจงไปแล้วก็ตาม แต่ น.ส. จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พท. เห็นว่ายังตอบคำถามไม่ชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จ่ายค่าวัคซีนให้แก่บริษัทซิโนแวค เพราะ "เจ้าของภาษีอยากรู้มีเงินทอนหรือไม่"
ส.ส. หญิงพรรคแกนนำฝ่ายค้านยังนำฝีมือการบริหารจัดการวิกฤตโควิด-19 ของ พล.อ. ประยุทธ์ ไปเทียบกับการบริหารวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ทั้งโรคไข้หวัดนก โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) และเหตุคลื่นยักษ์สึนามิถล่มจังหวัดชายฝั่งอันดามันของไทย โดยกล่าวยกย่องอดีตนายกฯ คนที่ 23 ว่าสามารถบริหารจัดการจนกลายเป็นประเทศต้นแบบโลก และใช้เพียงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ ก็สามารถหยุดวิกฤตได้แล้ว ต่างจาก พล.อ. ประยุทธ์ ที่รวบอำนาจทุกอย่างไว้กับตัวเอง แต่กลับบริหารล้มเหลวและเชื่องช้า จนพาประเทศมาสู่วิกฤต ทำให้ระบบสาธารณสุขล้มเหลวและเศรษฐกิจพังพินาศ

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
"ประเทศเราในขณะนี้อยู่ในภาวะสัปเหร่อทำงานหนักกว่านายกฯ นายกฯ ทำงาน WFH (ทำงานที่บ้าน) แต่พระต้องใส่พีพีอีออกช่วยเหลือประชาชน" และ "คนจำนวนมากไม่ได้ตายเพราะโรคระบาด แต่ตายสังเวยความไม่ฉลาดของผู้นำ" น.ส.จิราพรกล่าว
ขณะที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้คิดคำนวณสถิติผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตด้วยไวรัสโควิด โดยเทียบข้อมูลในปี 2563 (ระบาดระลอกแรก) กับปี 2564 (ระบาดระลอกสองเดือน ธ.ค. 2563 และระบาดระลอกสามเดือน เม.ย.) พบว่า ปี 2563 มีผู้ติดเชื้อ 6,884 ราย และเสียชีวิต 61 ราย พอมาปี 2564 (ณ สิ้นเดือน ส.ค.) มีผู้ติดเชื้อ 1,175,866 ราย และเสียชีวิต 11,495 ราย นั่นเท่ากับว่ายอดผู้ติดเชื้อปีนี้พุ่งขึ้น 17,081% และผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้น 18,844% หากเทียบกับปีก่อน พร้อมยกไปเปรียบเทียบว่าการสูญเสียครั้งนี้มากกว่าสงครามมหาเอเชียบูรพา

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ด้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวชี้แจงว่า รัฐบาลได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับไวรัสสายพันธุ์เดลต้า และเอาชนะการแพร่ระบาดมาตลอดตั้งแต่ระลอกแรกถึงปัจจุบัน พร้อมสรุปมาตรการทางสาธารณสุขที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 และ สธ. ได้ทำมาตลอดเวลา 1 ปี 8 เดือน
นอกจากนี้ พล.อ. ประยุทธ์ยังใช้เวลานานตามสมควรในการนำเสนอข้อมูลเชิงสถิติในแบบฉบับของเขา เพื่อยืนยันว่าสถานการณ์ของไทยดีกว่าค่าเฉลี่ยโลก และไม่ได้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน
"เราต้องมองโลกภายนอกเขาด้วย ถ้ามองแต่ตรงนี้ ตีกันแต่ตรงนี้ อะไรที่จะทำ ก็ทำไม่ได้" นายกฯ กล่าว
บีบีซีไทยสรุปชุดข้อมูลสถิติโควิด-19 ที่ พล.อ. ประยุทธ์ นำเสนอต่อสภา ไว้ดังนี้
ผลการรับมือกับไวรัสสายพันธุ์เดลต้าในรอบ 10 วันที่ผ่านมา (21-30 ส.ค.)
- ผู้หายป่วยกลับบ้านมากขึ้น เฉลี่ย 2,473 ราย/วัน
- ผู้ป่วยรักษาตัวใน รพ. ลดลงต่อเนื่อง จาก 23,150 ราย เหลือ 17,281 ราย
- ความตึงตัวใน รพ. ลดลง สัดส่วนผู้ป่วยสี เขียว:เหลือง:แดง จาก 5,000:1,500:100 ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเหลือการรอเตียง 159:196:36
- ปัจจุบัน ผู้ป่วยสีเขียวเพียง 30% ที่รอเตียงในระบบคอลเซ็นเตอร์เกิน 3 วัน, ผู้ป่วยสีเหลือง 37% รอเตียงในระบบคอลเซ็นเตอร์เกิน 2 วัน และผู้ป่วยสีแดง 25% ได้เตียงภายใน 1 วัน
"ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยในระบบทรงตัว ขณะที่ผู้หายป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน อัตราการตายลดลง ทำให้การครองเตียงดีขึ้น" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว
สถานการณ์โควิด-19 ของโลกกับไทย
พล.อ. ประยุทธ์หยิบยกข้อมูล ณ 30 ส.ค. มาชี้แจงว่า ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อกว่า 217 ล้านราย (คิดเป็น 2.8%) ผู้เสียชีวิตเกือบ 4.5 ล้านราย (คิดเป็น 2.1% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด) ขณะที่อัตราการติดเชื้อของไทยอยู่ที่ 1.8% และสัดส่วนการตาย 0.96%
นอกจากนี้เขายังยกข้อมูลของประเทศที่มีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับไทยคือ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส มาเปรียบเทียบกัน พบว่าอัตราการติดเชื้อของสองประเทศนี้สูงกว่าไทย 6 เท่า และอัตราการเสียชีวิตมากกว่าไทย 18 เท่า ทั้งนี้ไทยมีประชากร 66.2 ล้านคน ส่วนสหราชอาณาจักรมีประชากร 68.3 ล้านคน และฝรั่งเศสมีประชากร 65.4 ล้านคน
ส่วนในภูมิภาคอาเซียน ข้อมูลของ พล.อ. ประยุทธ์ระบุว่าไทยไม่ได้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากที่สุด ตามข้อมูล ณ 30 ส.ค.
- อัตราการติดเชื้อ ไทยเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศมาเลเซีย
- อัตราการเสียชีวิต ไทยเป็นอันดับ 5 รองจากมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และเมียนมา
การฉีดวัคซีนของไทย
เช่นเดียวกับยอดการฉีดวัคซีน ที่ พล.อ. ประยุทธ์บอกว่าไทยไม่ได้ต่ำที่สุดในภูมิภาค โดยเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน และอันดับที่ 25 ของโลก และคาดว่าปีนี้จะฉีดวัคซีนให้คนไทยครบตามที่ตั้งเป้า
- จำนวนผู้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม ไทยเป็นอันดับ 5 รองจากสิงคโปร์, กัมพูชา, มาเลเซีย และบรูไน
- จำนวนโดสที่ฉีดไป ไทยเป็นอันดับ 4 รองจากอินโดนีเซีย, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์









