อภิปรายไม่ไว้วางใจ : รมช.กลาโหม สวนกลับก้าวไกลใช้ “เอกสารไม่จริง” กลางสภา ส่วน “อมเบี้ยเลี้ยง” พลทหารเป็นภาพเก่า

รมช. กลาโหม กับ รมว.ดีอีเอส ระหว่างการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านกรณีไอโอ

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, รมช. กลาโหม กับ รมว.ดีอีเอส ระหว่างการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านกรณีไอโอ

กระทรวงกลาโหมสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี "อมเบี้ยเลี้ยง" พลทหารที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการด้านข่าวสาร หลัง ส.ส. พรรคก้าวไกลออกมาเปิดเผยข้อมูลกลางสภา และเล็งให้กองทัพบกดำเนินการกับการใช้ "เอกสารเท็จ" ประกอบการอภิปรายกลางสภา

พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม กล่าวกลางสภาเมื่อ 1 ก.ย. ว่า กองทัพได้ตรวจสอบเอกสารที่ ส.ส. นำมาใช้ประกอบการอภิปราย และระบุว่าเป็นหนังสือที่ทำในเดือน มี.ค.-ก.ค. 2564 พบว่า "ไม่ใช่เอกสารจริง" เพราะมีข้อพิรุธต่าง ๆ ดังนี้

  • การลงลายมือชื่อ (ลายเซ็น) ของแม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน ไม่เหมือนกันในเอกสาร 2 ฉบับที่นำมาแสดง โดยฉบับหนึ่ง เป็นลายเซ็นของอดีตแม่ทัพ แต่วงเล็บชื่อแม่ทัพคนปัจจุบัน
  • การพิมพ์นามสุกลแม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบันไม่ถูกต้อง
  • ลายมือชื่อของรองแม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง
  • ผู้อำนวยการกองยุทธการแม่ทัพภาค 2 ย้ายดำรงตำแหน่งใหม่ประมาณปีเศษแล้ว จึงไม่น่าลงนามในเอกสารปี 2564 ด้วยชื่อตำแหน่งเดิมได้
  • ยศและตำแหน่งในเอกสารคณะกรรมการสารสนเทศ กองทัพภาคที่ 2 เขียนไม่ถูกต้อง
  • เลขที่ออกหนังสือตามที่นำมาแสดง เป็นเลข 1121 ขณะที่ ณ 31 ส.ค. 2564 เลขหนังสือเพิ่งอยู่ที่ 851 ยังไม่ถึงช่วงเวลาของเลขดังกล่าว

รมช.กลาโหมกล่าวด้วยว่า กองทัพบก (ทบ.) ในฐานะหน่วยที่ได้รับความเสียหาย จะตรวจสอบและดำเนินการตามเหมาะสมเกี่ยวข้องต่อไป

pm

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

รมช.กลาโหม ได้รับมอบหมายจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้เป็นผู้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่วางใจ 6 รัฐมนตรี หลังค่ำวานนี้ (31 ส.ค.) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เปิดโปงปฏิบัติการข่าววสาร หรือไอโอ (Information Operation - IO) ที่เชื่อว่าเป็นไปเพื่อปกป้องสรรเสริญ พล.อ. ประยุทธ์

พล.อ. ชัยชาญกล่าวว่า ไม่มีนโยบายสั่งการให้หน่วยงานใดในกองทัพ หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ไปปฏิบัติการข่าวสารบิดเบือน หรือให้ร้ายผู้ใด แต่ปัจจุบันในสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวลวง ข่าวปลอม สร้างความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและประเทศ จึงมีความจำเป็นที่ทุกหน่วยงานต้องติดตามข้อมูล เพื่อสื่อสารความเข้าใจและสร้างการรับรู้ภายให้หน่วยเอง และสร้างการรับรู้แก่ประชาชนทั่วไปให้ทราบว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร โดยใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งนี้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงกลาโหมที่จัดตั้งขึ้นมา ก็มีหน้าที่เช่นนี้ และคอยตรวจสอบข่าวปลอมข่าวบิดเบือน เพื่อแจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ในการลุกขึ้นชี้แจงครั้งแรก รมช.กลาโหม ไม่ได้พูดถึงข้อกล่าวหาเรื่องการ "อมเบี้ยเลี้ยง" นายทหารระดับล่างที่ร่วมปฏิบัติการไอโอ ทำให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นถามถึงโครงการ "คนละครึ่งรูปแบบใหม่" และขอคำชี้แจงเพิ่มเติม

"ได้สั่งตรวจสอบแล้วครับ ถ้าผิดจริงก็ต้องมีการลงโทษ" พล.อ. ชัยชาญตอบ

ทภ. 2 แจงรับต่อแถวเบี้ยเลี้ยง เป็นภาพเก่า

ผ่านไป 1 ชม. หลัง รมช.กลาโหมชี้แจง นายณัฐชากล่าวเรียกร้องให้ พล.อ. ชัยชาญตอบให้ชัดเจนว่าคลิปวิดีโอและรูปภาพที่หน่วยงานของกองทัพจัดทำเพื่อนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเป็นของจริงหรือไม่ และประกาศพร้อมเข้าสู่การตรวจสอบและไปสู้ต่อในศาล ยินดีให้กระบวนการตุลาการเป็นผู้ตัดสิน เเละจะขอเรียกพยานมาสืบสวนข้อเท็จจริงต่อกรณีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพยาน 100 คนที่ปรากฏรายชื่อในเอกสาร, พยานในส่วนของ กอ.รมน. และหน่วยอื่น ๆ ของกองทัพ ซึ่งได้โทรศัพท์ติดต่อเเหล่งข้อมูลเบื้องต้นเเล้ว

ด้าน รมช.กลาโหมกล่าวว่า ได้ตอบสภาไปครบแล้ว และย้ำว่าจากการตรวจสอบในเบื้องต้น เอกสารประกอบการอภิปรายเป็นเอกสารที่ไม่จริง

ภาพหน้าจอ

ที่มาของภาพ, AFP

ไม่นานหลังจากนั้น ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2 ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณี ส.ส. อภิปรายโดยใช้เอกสารอันเป็นเท็จ โดยมีเนื้อหาตรงกับที่ รมช.กลาโหม ชี้แจงกลางสภา และได้แจ้งความ ส.ส. เป็นรายแรกในระหว่างเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เนื้อหาในเอกสารแจ้งระบุตอนหนึ่งว่านายณัฐชา "ใช้เอกสารเท็จที่ทำลายภาพลักษณ์กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 2 ทำให้ได้รับความเสียหาย"

พล.ต. สวราชย์ แสงผล โฆษกกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า เอกสารที่ใช้อภิปรายเป็น "เอกสารอันเป็นเท็จที่ได้มีการปลอมแปลงทางรูปแบบให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ รวมทั้งการลงลายมือชื่อไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง หน่วยจึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนครราชสีมาเป็นหลักฐานแล้ว"

ส่วนกรณีมีการอภิปรายว่ามีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพล พร้อมทั้งมีคลิปเสียงและรูปภาพประกอบ กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าหน่วยไม่เคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามที่กล่าวอ้าง และไม่ทราบที่มาของคลิปเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปภาพการยืนต่อแถวรับเบี้ยเลี้ยงตามที่กล่าวอ้าง เป็นภาพเก่าของการจ่ายเบี้ยเลี้ยงตามปกติของหน่วย ก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สังเกตได้จากกำลังพลไม่มีการสวมหน้ากากอนามัยตามมาตรการที่กองทัพภาคที่ 2 กำหนด

ก้าวไกลกล่าวหากองทัพ สร้าง "ไอโอ" อวยนายกฯ

การเปิดโปงขบวนการไอโอเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ทั้ง 3 ครั้ง เปิดประเด็นโดยอดีต ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล

วานนี้ นายณัฐชา กล่าวอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ โดยอ้างถึงความเลวร้ายของปฏิบัติการไอโอ เพื่อปกป้องสรรเสริญ พล.อ. ประยุทธ์ ที่เขาเรียกว่าเป็น "ปฏิบัติการไอโอกินรวบประเทศ"

ภาพหน้าจอ

ที่มาของภาพ, Facebook

คำบรรยายภาพ, ภาพนิ่งประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจของนายณัฐชา

นายณัฐชานำคลิปเสียงมาเปิดเผยกลางสภา โดยกับอ้างว่าได้รับจากบุคคลในกองทัพที่นำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา ระบุถึงการจัดตั้งนักรบไซเบอร์ของกองทัพภาคที่ 2 เพื่อปฏิบัติการข่าวสารและการปฏิบัติการด้านไซเบอร์ประจำศูนย์ปฏิบัติการสารนิเทศ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 (ผปขส.ศปก.ทภ. 2)

ส.ส. รายนี้ย้ำว่า หากจะมาอ้างว่าผู้บังคับบัญชาไม่รู้เรื่อง คงไม่ได้ เพราะเอกสารที่ได้รับมา พบว่าต้องรายงานปฏิบัติการไปยังผู้บังคับบัญชา ทั้งในส่วนที่อยู่ในกองทัพภาคที่ 2 และรายงานไปยังศูนย์การบังคับบัญชาที่อยู่ใน กทม. เป็นระยะ ๆ รายสัปดาห์และรายเดือน โดยหนึ่งในภาพที่ได้รับมานั้น มีภาพคล้าย ๆ ผู้บริหารกองทัพบกร่วมประชุมอยู่ด้วย

เขาระบุว่า หน่วยปฏิบัติการไอโอทำกันอย่างเปิดเผยชัดเจน มีการจัดทำนักรบไซเบอร์ แบ่งงานกันทำตามภารกิจเป็น "งานขาว-งานเทา-งานดำ" ทั้งนี้งานขาว หมายถึง การเชียร์นายกฯ และอวยการทำงานของรัฐบาล งานเทาคือ การตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม แก้ต่างแทนรัฐบาล และงานดำคือ การปล่อยถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง ด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม และสร้างข่าวปลอม (เฟกนิวส์)

"อยากถาม พล.อ. ประยุทธ์สั้น ๆ ว่า เคยมีไหมจิตสำนึก เพราะสิ่งที่ประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ออกมาจากความเจ็บปวด สุดท้ายกลับมีหน่วยงานปฏิบัติการไอโอคอยโจมตี ใส่ร้าย กล่าวหา ล้วนแล้วแต่เป็นคนในกองทัพภายใต้การบริหารของ รมว.กลาโหม ที่ชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ แทนที่ผู้นำกองทัพจะให้นายทหารถือปืนไปสู้กับอริราชศัตรู กลับให้ไปเป็นนักเลงคีย์บอร์ดข่มเหงประชาชน" นายณัฐชากล่าว

แฉอมเบี้ยเลี้ยงพลทหารระดับล่าง

นายณัฐชาอภิปรายว่า นอกจากนี้ยังพบบัญชีทวิตเตอร์บัญชีหนึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษ "Narongpan Jittkaewta" ซึ่งอ่านออกเสียงได้ว่า นะ-รง-พัน-จิด-แก้ว-แท้ แม้บัญชีนี้กดติดตามผู้ใช้งานรายอื่นอยู่ไม่กี่คน แต่กลับมีผู้กดติดตามถึง 3.2 หมื่นคน เมื่อตรวจสอบลงไป พบว่าบัญชีนี้เป็นตัวกลางสำคัญในการแชร์ข้อความสร้างความเกลียดชังและเฟกนิวส์ต่าง ๆ ซึ่งทุกครั้งที่แชร์ มีการรับลูก-ส่งลูกต่อ

สำหรับการทำงานของหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายนั้น มีการแบ่งงานกันอย่างชัดเจน หน่วยงานนี้ต้องไปติดตามดูแลเพจหน่วยงานไหน หากทำงานออกมาได้ผลดี จะมีการมอบรางวัลให้ทั้งบุคลากร, หน่วยงาน และผู้บังคับบัญชาอีกด้วย

ก้าวไกล

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

อย่างไรก็ตาม ส.ส. ฝ่ายค้านรายนี้อ้างว่า ตรวจพบสิ่งที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการเรื่องเบิกจ่ายกำลังพลที่ปฏิบัติงานว่ามีการเบิกจ่ายครบและทั่วถึงทุกคนหรือไม่ เพราะหนึ่งในเอกสารที่เขาได้รับมา พบว่าอาจจะมีการ "จัดฉากรับเบี้ยเลี้ยง" เนื่องจากมีการลงนามรับเบี้ยเลี้ยงเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้ที่ลงนามลายมือชื่อคล้าย ๆ กัน

อีกคลิปเสียงที่เขานำมาเปิด อ้างว่ามาจากวงประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอรเรนซ์ ปรากฏเสียงสั่งการให้จ่ายเบี้ยเลี้ยงให้พลทหาร 1,500 บาท/เดือน ทั้งที่คำสั่งบอกว่าจะให้ 240 บาท/วัน หรือคิดเป็นประมาณ 7,400 บาท/เดือน แต่ผู้บังคับบัญชาหักบางส่วนเอาไว้

นายณัฐชาอภิปรายอีกว่า ในรายการงบประมาณปี 2565 กอ.รมน. ได้รขอรับงบประมาณในส่วนของการกำลังพลและการดำเนินงาน 3.7 พันล้านบาท โดยระบุว่าจะนำไปใช้ในการพัฒนาบิ๊กดาต้าแพลตฟอร์มด้านความมั่นคง 1 ระบบ วงเงิน 361 ล้านบาท ทำให้น่าสงสัยว่าการจัดทำพัฒนาบิ๊กดาต้าที่ว่านี้ เพื่อติดตามข้อมูลบุคคลที่ต้องการติดตาม ซึ่งมีทั้งนักการเมือง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง มวลชนฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ เพราะก่อนหน้ามีการส่งรายชื่อ รายละเอียด ผู้ที่ถูกติดตามรวม 45 รายการ

สภา

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, ส.ส. ก้าวไกลร่วมถ่ายภาพ หลังปิดการอภิปรายเปิดโปรงขบวนการไอโอ

ในจำนวนนี้มีนักการเมืองในพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าหลายคน อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า, น.ส. พรรณิการ์ วาณิช โฆษกคณะก้าวหน้า, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า ก.ก., นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. โดยเฉพาะนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. มีการจัดทำบัญชี การติดตาม จากที่ได้ข้อมูลมาลงรายละเอียดไปถึง บ้านเลขที่ บุคคลในครอบครัว เบอร์โทรศัพท์ เลขทะเบียนรถ

ขณะนายณัฐชาอภิปราย พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้นั่งฟังอยู่ในสภา และไม่มี ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นประท้วง