อภิปรายไม่ไว้วางใจ: ประยุทธ์โต้ข้อกล่าวหา “ค้าความตาย” หลังเพื่อไทยเปิดข้อมูลส่วนต่างซื้อวัคซีนซิโนแวค

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ในวันแรกของการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นักการเมืองฝ่ายค้านกล่าวหารัฐบาลว่าไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการวิกฤตโรคระบาด อีกทั้งยังมีพฤติการณ์ "ค้าความตาย" กับประชาชน สร้างกำไรและ "มีเงินทอน" จากวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทำให้ลุกขึ้นตอบโต้ว่า "อย่าใช้คำพูดที่เว่อร์เกินไป" ใครเสียชีวิต นายกฯ ก็เสียใจทั้งนั้น
ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่อยู่กับประเทศไทยมากว่า 19 เดือน โดยมีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 1.2 ล้านราย และผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 1.1 หมื่นราย ส.ส.ฝ่ายค้านอย่างน้อย 3 คนตั้งข้อสังเกตว่ามีการ "แต่งตัวเลข" ผู้ติดเชื้อหน้าใหม่ ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเกิดขึ้นหรือไม่
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในระดับต่ำกว่า 2 หมื่นราย/วัน ต่อเนื่องกันมา 10 วันแล้ว นับจาก 20 ส.ค.
จนถึงเวลา 19.00 น. ของวันนี้ (31 ส.ค.) พล.อ. ประยุทธ์ ลุกขึ้นชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน 2 ครั้ง ครั้งแรก เป็นประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารวัคซีนโควิด-19 แต่ระบุว่า "ในเรื่องของเงินทอน ท่านไปหามาเถอะครับว่าใครได้ ผมยืนยันยอมรับการตรวจสอบทุกชนิด" และ "ถ้าไปพูดข้างนอกก็จะมีปัญหา ผมไม่ได้ขู่ท่าน แต่การพูดในสภาก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน เพราะประชาชนเข้าใจผิด"
ส่วนครั้งที่สอง พล.อ. ประยุทธ์ปฏิเสธว่า การรายงานข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปกปิดหรือบิดเบือนยอดตามที่มีการพูดกัน เพราะต้องรายงานองค์กรระหว่างประเทศด้วย เนื่องจากมีการจัดลำดับประเทศต่าง ๆ ไม่อยากพูดให้หลายคนท้อแท้ เราก็พยายามทำให้ดีที่สุด
"ผมเสียใจที่มีการสูญเสีย ที่มีการบาดเจ็บ ไม่มีใครอยากทำให้เกิดขึ้นหรอก ผมไม่อาจไปค้าความตายได้หรอกครับ ดังนั้นอย่าใช้คำพูดที่เว่อร์เกินไป ใครเสียชีวิต มันก็ไม่มีใครมีความสุขทั้งนั้นหรอกครับ ผมก็หัวของครอบครัว หัวอกของพ่อของแม่ มีพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ใครเสียชีวิต ผมก็เสียใจทั้งนั้น ยิ่งตอนนี้ผมเป็นนายกฯ ผมก็เสียใจมากกว่าอยู่แล้ว ผมแบกรับชีวิตของท่านไว้ด้วย ผมไม่ไปทำอะไรที่ทำให้มันเกิดปัญหาหรอกครับ" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ประยุทธ์ลั่น "ไม่ใช่คนใจแคบ" ไม่เคยขอบริจาควัคซีน มีแต่คิดให้เพื่อนบ้าน
นายกฯ ย้ำด้วยว่า ภายในสิ้นปีนี้จะมีวัคซีน 140 ล้านโดส ส่วนจะฉีดอย่างไรก็เป็นเรื่องของหมอ นายกฯ ไม่ใช่หมอ พร้อมเผยวิธีคิดและตัดสินใจว่าใช้หลักการทางวิชาการและข้อมูลทางสถิติประกอบเสมอ
"ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ผมตื่นขึ้นมาก็สั่งนั่นสั่งนี่ ไอ้นั่นมันบ้าแล้ว มันคนบ้า ผมจะสั่งอะไรที ผมต้องถามเขาว่าแบบนี้ดีไหมได้ไหม มติที่ประชุมว่าอย่างไร ผมเป็นกรรมการไม่รู้ตั้งกี่คณะ ผมเคยสั่งเองได้หรือ เฮ้ย เอาอย่างนั้น อย่างนี้... ผมไม่เคยสั่งลับ มาคุยกันตรงนี้ ถามได้เลยทุกคนเนี่ย" พล.อ. ประยุทธ์กล่าวพลางชี้นิ้วไปทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่นั่งร่วมอยู่บนบังลังก์
นอกจากนี้ผู้นำรัฐบาลยังชี้แจงตอบโต้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ของฝ่ายค้าน เกี่ยวกับการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน
การทุจริต : "ในระดับรัฐมนตรี ผมไม่มีเจตนาทุจริต จะเล็งเห็นผลไม่เห็นผล ก็ไปว่ามาละกัน คือผมไม่ค่อยคุ้นเคยกับการเรื่องการทุจริตล่ะนะ"
การโอนอำนาจของรัฐมนตรีตามกฎหมาย 40 ฉบับมาไว้ที่นายกฯ : "เป็นอำนาจชั่วคราวในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที 40 ฉบับอยู่กับผม ไม่ใช่ มันเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ต้องการให้มีการอนุญาต อนุมัติ ป้องกัน แก้ไข ปราบปรามในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือฟื้นฟูได้ทันท่วงที มันต้องใช้ตอนนั้น ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็ฉุกเฉิน ๆ ตลอด บ้าแล้วมั้ง ถ้าใช้อำนาจอย่างนั้น บ้าแล้ว"

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
การไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์/วัคซีนบริจาค : "เราก็พยายามพึ่งตัวเองให้มากที่สุด เราไม่ได้ไปร้องขอบริจาคจากใคร เขาเห็นประเทศไทยเป็นมิตรประเทศ เขาบริจาคให้เอง ท่านคิดว่าคนอย่างผมจะขอคนหรือ จิตใจผมมีแต่ให้ ผมยังนึกอยู่เลยว่าถ้าเรามีวัคซีนเพียงพอ ผมก็ต้องดูแลอาเซียน ใช่ไหม เขาเพื่อนบ้านเราใช่ไหม ถ้ามีผลกระทบบ้านเขา มันจะมาบ้านไหม ผมคิดแบบนี้นะ ผมไม่ใช่คนใจแคบอยู่แล้ว"
การฉีดวัคซีน : "ไม่อยากให้ไปด้อยค่าวัคซีนใดทั้งสิ้น ที่ผ่านมาเราต้องดูว่าเรารักษาคนหายไปเท่าไร ถ้าเราไม่ฉีดวัคซีนอะไรเลย รอวัคซีนดี ๆ มันจะตายมากกว่านี้ไหม ตายคนเดียว ผมก็ไม่พอใจแล้ว ไม่มีความสุขอยู่แล้วครับ"
ในช่วงท้ายของการลุกขึ้นชี้แจงรอบหัวค่ำ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่ได้รับการสั่งสอนจากพ่อแม่และครูบาอาจารย์ เขาให้ตนพูดจาให้เรียบร้อย สุภาพ ใจเย็น ๆ ไม่ใช้คำพูดที่หยาบคาย เหยียดหยาม ดูถูก สอนไว้ด้วยว่าคำว่าสำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ตนจะพยายามทำให้สภาแห่งนี้เป็นสภาของผู้ทรงเกียรติอย่างแท้จริง
"บ.ในพระปรมาภิไธย-ค้าความตาย-ผู้นำโง่" เรียกเสียงประท้วงแรกจาก พปชร.
การประชุมสภา เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเกิดขึ้นตั้งแต่ 10.00 น. ในระหว่างนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา กล่าวบรรยายพฤติการณ์ของ พล.อ. ประยุทธ์ ซึ่งมีเนื้อหาตามญัตติ 89 บรรทัด นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งถูกวางตัวเป็น 1 ในทีมองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ได้ลุกขึ้นประท้วง 3 ครั้ง จาก 3 ข้อความที่เขาเห็นว่าไม่เหมาะสม พร้อมดักคอ ส.ส. ฝ่ายค้านว่าถ้าผลิตซ้ำข้อความเหล่านี้ ก็จะลุกขึ้นประท้วงอีก
- "แอบอ้างว่ามีวัคซีนของบริษัทในพระปรมาภิไธยเพื่อมาฉีดให้กับประชาชน เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันฯ"
- "พฤติการณ์ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีลักษณะ 'ค้าความตาย' โดยเห็นวัคซีนเป็นสินค้าสาธารณะ เหิมเกริม คิดการใหญ่โตในการสร้างกำไรจากวัคซีนร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล"
- "มีการกล่าวกันว่า 'ผู้นำโง่ เราจะตายกันหมด' เพราะคนโง่คือภัยอันตรายร้ายแรงเมื่อได้กลายเป็นผู้มีอำนาจ"

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
อย่างไรก็ตามนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยว่าผู้นำฝ่ายค้านในสภายังอ่านตามญัตติ ไม่ผิดข้อบังคับการประชุมสภา จึงขอนายไพบูลย์อย่าทำให้เสียเวลา "ถ้าเราไม่ประเมินคนของเราต่ำไป อย่าประท้วง ถึงตอนนั้นผู้ถูกอภิปรายก็มีสิทธิแจงในระดับเดียวกัน"
นายสมพงษ์อภิปรายโจมตี พล.อ. ประยุทธ์ว่า เป็นบุคคลที่ไร้ภูมิปัญญา ไร้องค์ความรู้ ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบ ไร้คุณธรรมจริยธรรม และไร้ความสามารถที่จะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเกิดความล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องเสียหายอย่างร้ายแรงทุกด้าน นอกจากนี้ยัง "โอหัง คลั่งอำนาจ" จากการรวบอำนาจการบริหารจัดการวิกฤตโควิด-19 ไว้ที่ตัวเอง
หัวหน้า พท. ยังวิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนที่มีพฤติการณ์ปิดบังอำพราง ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ เลือกปฏิบัติ โดยชี้ให้เห็นปัญหาในจัดการวัคซีนของรัฐบาล อาทิ 1) ทุ่มหมดหน้าตักไปกับวัคซีนเพียงตัวเดียว ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีวัคซีนน้อยชนิด 2) ปฏิเสธการเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ ทำให้เสียโอกาสได้รับวัคซีนหลายสิบล้านโดส 3) สั่งวัคซีนซิโนแวคให้เป็นวัคซีนหลักของประเทศ ทั้งที่ในช่วงนั้นยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และเหตุใดจึงดึงดันสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคซ้ำซากไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งที่ถูกตั้งคำถามเรื่องประสิทธิภาพในการป้องกันการระบาดของไวรัสสายพันธ์เดลต้า 4) ใช้สูตรฉีดวัคซีนไขว้ทั้งที่ไม่มีการศึกษาวิจัยที่น่าเชื่อถือมากเพียงพอรองรับ เหมือน "เอาประชาชนเป็นหนูทดลอง"

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
"ผมและพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมด ยืนยันที่จะกล่าวหาว่าท่านเป็นรัฐบาลที่กล้าที่จะค้าความตายกับประชาชน" นายสมพงษ์กล่าว
พท. จี้ รบ. แจงส่วนต่างซื้อซิโนแวค
สำหรับข้อกล่าวหานี้ ถูกอภิปรายขยายความโดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการ พท. ว่าหมายถึงการจัดหาวัคซีนที่ถูกตั้งคำถามว่ามีประสิทธิภาพต่ำในราคาแพง เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนเจ้าเดียว
นายประเสริฐนำข้อมูลจากเอกสาร 2 ฉบับมาประกอบการอภิปรายเพื่อชี้ให้เห็น "พฤติกรรมที่ส่อว่าทุจริต และมีเงินทอน" โดยฉบับแรก ระบุว่าได้มาจากข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข อีกฉบับ เป็นบันทึกการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการ (อนุ กมธ.) เพื่อการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคใน กมธ.ผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้นำแสดงเอกสารฉบับจริงมาแสดง แต่จัดทำตารางขึ้นมาใหม่

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเพื่อไทย
เลขาธิการ พท. กล่าวว่า เนื้อหาของเอกสารทั้ง 2 ฉบับ ระบุตรงกันถึงแผนการนำเข้าซิโนแวค, ยอดส่งจริง, ราคาที่ ครม. อนุมัติ และราคาซื้อจริง ซึ่งปรากฏว่า ครม. มีมติให้สั่งซื้อวัคซีนซิโนแวค 5 ครั้ง ทยอยจัดส่งแล้ว 18 ครั้ง ยอดรวม 19.5 ล้านโดส ภายใต้ราคา 17 ดอลลาห์สหรัฐ/โดส อย่างไรก็ตามพบว่ามีเพียงครั้งแรกเท่านั้นที่ราคาซื้อจริงอยู่ที่ 17 ดอลลาร์สหรัฐ/โดส ส่วนอีก 4 ครั้งที่เหลือ ราคาซื้อจริงลดต่ำลงเรื่อย ๆ โดยครั้งที่สอง บริษัทขายวัคซีนที่ 15 ดอลลาร์สหรัฐ/โดส, ครั้งที่สาม ขายให้ 14 ดอลลาร์สหรัฐ/โดส, ครั้งที่สี่ ขายให้ 9.5 ดอลลาร์สหรัฐ/โดส และครั้งที่ห้า ขายให้ 9 ดอลลาร์สหรัฐ/โดส เมื่อรวมราคาที่ ครม. อนุมัติจัดซื้อทั้งหมดอยู่ที่ 331.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 10,846.68 ล้านบาท ขณะที่ราคาจัดซื้อจริงอยู่ที่ 267.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 8,748.08 ล้านบาท
"ค่าส่วนต่างที่มีคือ 2,098 ล้านบาท พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องชี้แจงว่าเงินทอน หรือค่าส่วนต่างอยู่ที่ไหน เงินตรงนี้มันอยู่ไหน อยู่ในกระเป๋าใคร พร้อมนำเอกสารมาชี้แจงต่อสภา ไม่เช่นนั้นจะถือว่าตั้งใจโกง" นายประเสริฐกล่าวและยังตั้งคำถามต่อไปว่า เหตุใด ครม. ถึงไม่อนุมัติให้จัดซื้อตามราคาจริง อีกทั้งยังมีการอนุมัติให้จัดซื้อซิโนแวคเพิ่มเติมอีก 12 ล้านโดส ทั้ง ๆ ที่ไม่มีประสิทธิผลสูงในการต้านไวรัสกลายพันธุ์เดลต้า

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ตั้งสารพัดข้อสังเกตต่อ "วัคซีนเส้นใหญ่"
นายประเสริฐ เลขาธิการ พท. ตั้งข้อสังเกตต่อการนำเข้าวัคซีนซิโนแวคไว้ ดังนี้
- มีการหลีกเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เป็นฉากบังหน้า
- เป็นการจัดซื้อเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่การซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ตามที่บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ระบุในเอกสารแถลงข่าว สะท้อนผ่านหลักฐานการเสียภาษีนำเข้า (ถ้าเป็นจีทูจีจะได้รับการยกเว้นภาษี) อีกทั้งนายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ก็บอกเองว่าไทยเป็นประเทศแรกในกลุ่มอาเซียนที่นำเข้าวัคซีนในเชิงพาณิชย์จากจีน
- เป็นที่ทราบกันดีว่าบริษัทซิโนแวค ไบโอฟาร์มาซูติคอล จำกัด ผู้ขายซิโนแวค เป็นบริษัทเอกชนในจีน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง มีสายสัมพันธ์กับ "เจ้าสัวใหญ่ในเมืองไทย" แม้ไม่มีตัวแทนจำหน่ายในไทย แต่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ก็ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประหนึ่ง "นายหน้า"
- การจัดซื้อมีราคาสูง หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่น เช่น บราซิลซื้อ 337.02 บาท/โดส หรืออินโดนีเซียซื้อ 460 บาท/โดส ขณะที่ไทยซื้อในราคา 556.24 บาท/โดส
- มีอย่างน้อย 6 หน่วยงาน ได้แก่ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้, สำนักงบประมาณ, กระทรวงการคลัง, กลุ่ม "หมอไม่ทน" และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยทักท้วงการจัดซื้อรวม 10.9 ล้านโดส แต่ไม่ได้รับการพิจารณา ทำให้สงสัยว่าการจัดซื้อวัคซีนนี้มีผลประโยชน์อะไรหรือไม่
"พล.อ. ประยุทธ์ และนายอนุทิน มีเจตนาพิเศษ ไม่ระงับยับยั้งข้อทักท้วงของหน่วยงานเหล่านี้หรือไม่" นายประเสริฐกล่าวและว่า ไม่แปลกใจที่นายกฯ และอนุทินคิดออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมผู้เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัคซีน

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ในระหว่างอภิปราย เลขาธิการ พท. เรียกวัคซีนซิโนแวคว่า "วัคซีนเส้นใหญ่" และ "วัคซีนสายสัมพันธ์" ทำให้ประธานสภาต้องออกปากเตือนให้ระมัดระวังการวิจารณ์คุณภาพวัคซีน และขอให้คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ลุกขึ้นประท้วงการกล่าวพาดพิงบุคคลภายนอก รวมถึงการด้อยค่าวัคซีนอาจทำให้ประชาชนที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคไปแล้วเกิดความเข้าใจผิดและหวาดกลัวได้
ภท. ส่งข้าราชการ สธ. โต้ทุกข้อกล่าวหาฝ่ายค้าน
นอกจากนี้ นายศุภชัยยังนำผู้บริหาร สธ. ทั้ง นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค, นพ. วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และ นพ. นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีน มาเปิดแถลงข่าวแก้ข้อกล่าวหาของ ส.ส. ฝ่ายค้านทันควัน
นพ. โอภาสปฏิเสธข้อกล่าวหาต่าง ๆ ของฝ่ายค้าน พร้อมย้ำว่าไม่มีวัคซีนตัวใดที่สามารถป้องกันโรคโควิด-19 ได้ 100% ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนซิโนแวค หรือวัคซีนไฟเซอร์ ส่วนการพัฒนาสูตรฉีดวัคซีนที่เรียกว่าสูตรไขว้ โดยใช้วัคซีนซิโนแวคเป็นเข็ม 1 และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็ม 2 พบว่าสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในระดับที่สูงเทียบเท่ากับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม แต่ข้อดีคือฉีดได้เร็วขึ้นและภูมิคุ้มกันมากขึ้น โดยนักวิชาการจากหลายที่มีหลักฐานยืนยันตรงกันว่าวัคซีนสูตรไขว้นี้มีประสิทธิภาพ
"ยืนยันว่าวัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิภาพ ขอความกรุณาอย่าด้อยค่าวัคซีนซิโนแวค เพราะวัคซีนตัวนี้ช่วยเราตั้งแต่ต้นปี ทำให้เราดูแลการระบาดของโรคได้เป็นอย่างดี และจะพยายามเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน" นพ. โอภาสกล่าวและย้ำว่า ได้ทำตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่าง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส่วนประเด็นราคาซื้อวัคซีนซิโนแวคที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วง ผอ.องค์การเภสัชกรรมยอมรับว่า มีราคาตั้งแต่ 17 ดอลลาร์สหรัฐ/โดส แต่ต่อมา ก็สามารถต่อรองราคาได้ ทำให้ซื้อถูกลงตามลำดับ จนราคาสุดท้ายอยู่ที่ 8.9 ดอลลาร์สหรัฐ/โดส หรือคิดเป็นราคาเฉลี่ย 11.99 ดอลลาร์สหรัฐ/โดส แต่ถึงกระนั้น การอภิปรายว่ามีส่วนต่างจำนวนมาก "ขอชี้แจงว่ามีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างมาก" เพราะ อภ. ใช้เงินขององค์กรจัดซื้อไปก่อนจำนวนหลายพันล้าน จากนั้นเมื่อได้ของ ก็กำหนดราคาขาย ซึ่ง อภ. ต้องแบกรับอัตราแลกเปลี่ยน และยืนยันว่าไม่มีส่วนต่างแต่อย่างใด กรอบการอนุมัติเป็นการขอเผื่อไว้ แต่เมื่อมีการเรียกเก็บ ก็เก็บราคาตามจริง โดยบวกค่าดำเนินการ ค่าขนส่ง 2-4% และส่วนต่างที่เหลือ ไม่มีใครได้แน่นอน 100% ซึ่งงบประมาณตรงนี้ กรมควบคุมโรคเป็นผู้ดูแล และมีการเบิกจ่ายตามจริง
นพ. วิฑูรย์ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง อภ. เป็น "นายหน้า" ซิโนแวคด้วย โดยชี้แจงว่า อภ. ไม่ได้เป็นผู้จัดซื้อโดยตรง แต่เป็นบริษัทลูกแห่งหนึ่งทำหน้าที่ แต่ทางการจีนไม่ยอม เป็นเหตุให้ อภ. ต้องไปติดต่อเอง และได้ดำเนินการจัดหาวัคซีนคู่ประสานทั้งวัคซีนซิโนฟาร์มและซิโนแวค ซึ่งซิโนฟาร์มติดขัดปัญหามาก แต่ซิโนแวคมีความยืดหยุ่นกว่า จึงเลือกซิโนแวคเพื่อให้คนไทยได้ฉีดวัคซีนระหว่างรอวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า
อนุทินย้ำ ประชาชนจะได้มีวัคซีน "เต็มแขน" อย่างแน่นอน
ตลอดทั้งวัน ส.ส. ฝ่ายค้านได้พุ่งเป้าโจมตีเรื่องการบริหารสถานการณ์โควิด-19 นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ประกาศว่าจะเอา พล.อ. ประยุทธ์ และนายอนุทินเข้าคุก ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มีพฤติการณ์ฉ้อฉลทุจริต เลือกปฏิบัติ ไม่สร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการจัดหาวัคซีน โดยจะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ส่งต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และร้องไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางด้วย ขณะที่ นพ. เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวถึงความล้มเหลวของนโยบายสาธารณสุขโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดหาวัคซีนโควิด-19 พร้อมเตือนว่า "นายกฯ อาจต้องพบจุดจบที่เลวร้ายอย่างไม่เคยคาดฝันมาก่อน"
หลังจากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ลุกขึ้นชี้แจงโดยใช้เวลาราว 20 นาที โดยย้ำว่า ประชาชนได้มีวัคซีน "เต็มแขน" อย่างแน่นอน โดยประเทศไทยจะมีวัคซีนถึง 140 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้

ที่มาของภาพ, วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา
กรณี ส.ส. พูดถึงวัคซีนซิโนแวคว่ามีประสิทธิภาพน้อยกว่าวัคซีนชนิดอื่น ๆ นายอนุทินกล่าวย้อนถึงการตัดสินใจซื้อวัคซีนชนิดนี้ในตอนแรกว่าเกิดขึ้นในตอนที่ไทยยังไม่ได้เผชิญกับโควิดสายพันธุ์เดลตา และเป็นยี่ห้อที่สามารถส่งวัคซีนให้ไทยได้เร็วที่สุด เขาบอกว่าจริงอยู่ที่เมื่อเผชิญกับสายพันธุ์เดลตา ประสิทธิภาพของซิโนแวคลดลง แต่เป็นปัญหาที่วัคซีนตัวอื่น ๆ ประสบเหมือนกัน
รมว.สธ. บอกว่า การพูดถึงซิโนแวคในแง่ไม่ดี ก็เท่ากับการพูดถึงประเทศจีนซึ่งถือเป็นประเทศพี่น้องกับไทยในแง่ไม่ดีด้วย
"เราจะบอกว่าของพี่ของน้องเราไม่ดี เป็นเซิ่นเจิ้น ด้อยค่า เกรด D dog ไม่ได้หรอกครับ พวกเราทุกคน หลายคนในที่นี้ที่อายุต่ำกว่า 60 ปี ก็มีวัคซีนซิโนแวคอยู่ในร่างกายของเราทุกคนทั้งนั้น และผมก็เชื่อว่าที่เรายังไม่มีอาการรุนแรง มีบางคนติดเชื้อแต่ก็ไม่แสดงอาการ ก็เพราะอานิสงส์ของการมีวัคซีนซิโนแวคอยู่ในร่างกายของเรา"
นายอนุทินบอกว่าย้อนไปช่วงการระบาดแรก ๆ การฉีดวัคซีนซิโนแวคช่วยให้บุคลากรด่านหน้าที่ติดเชื้อไม่ป่วยหนักและไม่มีใครเสียชีวิต
"ซิโนแวค ทำให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขสามารถประคองสถานการณ์โควิดต่อเนื่องมาจนถึงวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ามาถึง"
ส่วนประเด็นที่ ส.ส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามก่อนหน้านี้ถึงราคาซื้อวัคซีนจากจีนตัวนี้ที่สูงถึง 17 ดอลลาร์สหรัฐฯ/โดส นายอนุทินบอกว่านั่นเป็นเพียงราคาในการซื้อล็อตแรกซึ่งสั่งซื้อเป็นจำนวนน้อย และเมื่อมีการแข่งขันทางการตลาดและสั่งซื้อในจำนวนมากขึ้น ราคาต่อโดสสำหรับวัคซีนล็อตล่าสุดก็เหลือแค่ 8.9 ดอลลาร์สหรัฐ/โดส
"เรื่องราคากับความปลอดภัยของประชาชนเทียบกันไม่ได้ ถ้าแพงกว่านี้ แล้วจำเป็นต้องใช้ก็ต้องจัดซื้อจัดหามาให้ได้ พล.อ. ประยุทธ์ พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ครม. ทุกท่านให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส อธิบายกับประชาชนได้" นายอนุทินกล่าว
4 กลุ่มจัดชุมนุม-อภิปรายนอกสภาคู่ขนาน
การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย. ก่อนลงมติในวันที่ 4 ก.ย. โดยถือเป็นศึกซักฟอกครั้งที่ 3 ของรัฐบาล "ประยุทธ์ 2" หลังบริหารราชการแผ่นดินมา 2 ปีเศษ ทั้งนี้มีอยู่ภายใต้กรอบเวลาทั้งสิ้น 58 ชม. 30 นาที

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ในเวลา 40 ชม. ที่ฝ่ายค้านได้รับการจัดสรร พวกเขาจะใช้ 33 ชม. ในการอภิปราย พล.อ. ประยุทธ์ และนายอนุทิน ตามการเปิดเผยของนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ส่วนรัฐมนตรีอีก 4 คน จะใช้เวลาคนละ ชม. เศษ
ในห้วงเวลาเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างน้อย 4 กลุ่ม ได้นัดชุมนุมและเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาคู่ขนานกันไประหว่างวันที่ 1-4 ก.ย. ประกอบด้วย กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย", กลุ่ม "คาร์ม็อบ" เดิม, กลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" และกลุ่มรีเด็ม









