โควิด-19 : ผู้บริหารระดับสูงจาก 40 บริษัทเสนอนายกฯ 4 แนวทางเร่งด่วนแก้วิกฤต

ที่มาของภาพ, ฝ่ายสื่อสารองค์กร หอการค้าไทย
สภาหอการค้าไทยและผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของไทย 40 แห่ง หารือร่วมกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความกังวลเรื่องการจัดหาและจัดสรรวัคซีนโดยรัฐบาลที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้เสียชีวิตยังเพิ่มสูงขึ้นทำ "นิวไฮ" อย่างต่อเนื่อง
การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยภาคเอกชนกังวลว่า วิกฤตขณะนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยและความเชื่อมั่นด้านการลงทุนจากต่างประเทศ
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ณ วันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยยอดรวมการฉีดทั้งหมดรวมเข็มแรกและเข็มที่สอง 14,805,120 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 11,292,579 โดส เข็มที่สอง 3,512,541 โดส โดยคิดเป็นสัดส่วนเพียง 14.8% ของเป้าหมายทั้งหมดที่คาดว่าจะต้องฉีดให้ได้ 100 ล้านโดสในปีนี้
โปรดรอ
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุม เมื่อ 21 ก.ค. ว่า ภาคเอกชนพร้อมที่จะสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพื่อฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกันกับภาครัฐ โดยได้เสนอแนวทาง 4 ประเด็น เพื่อให้การแก้ปัญหาวิกฤตนี้มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย
1) การควบคุมการแพร่ระบาด

ที่มาของภาพ, ฝ่ายสื่อสารองค์กร หอการค้าไทย
ภาคเอกชนสามารถแบ่งเบาภาระโรงพยาบาลของรัฐได้ผ่านศูนย์ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลทั้ง 25 ศูนย์ ของภาคเอกชนร่วมกับ กทม. มีความสามารถที่จะเสริมการฉีดและรองรับการกระจายวัคซีนได้ทุกกลุ่มอายุ เพื่อการจัดสรรและกระจายวัคซีนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สำหรับการจัดยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และมาตรการการแยกกักตัว ภาคเอกชนแนะนำให้มีการจัดให้มีชุดตรวจเร็วอย่างทั่วถึง ควรสนับสนุนให้เอกชนจัดสถานที่แยกกักตัว พร้อมกับจัดให้มียารักษาอย่างพอเพียงและเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยหนักและ หอผู้ป่วยวิกฤต โดยเฉพาะในเขตสีแดงและแดงเข้ม
2) การเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชน
ภาครัฐควรขยายมาตรการที่เคยดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้ ในกรณีที่นายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการตาม คำสั่งของราชการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อหรือกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกินกว่า 90 วัน ให้ได้รับการช่วยเหลือ
นอกจากนี้รัฐบาลต้องเร่งรัดออกมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว ในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น อาทิ การเร่งรัดการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวในประเทศ การเร่งรัดขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวทุกกลุ่มที่ใบอนุญาตให้ทำงานสิ้นสุดลงตามผลของกฎหมาย ตามมติคณะรัฐมนตรี การเร่งรัดการเจรจาเพื่อนำเข้าแรงงานต่างด้าว MOU จำนวน 500,000 ราย พร้อมทั้ง กำหนดแนว ทางการนำแรงงานใหม่เข้ามาโดยต้องปฏิบัติตามมาตรการการกักตัวและตรวจเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และเร่งตรวจเชิงรุกในโรงงาน เพื่อป้องกันภาคการผลิตไม่ให้หยุดชะงัก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เมื่อ 15 ก.ค. ธนาคารโลกเปิดเผย "รายงานตามติดเศรษฐกิจไทย กรกฎาคม 2564: เส้นทางสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ" ซึ่งระบุถึงปัจจัยหนุนประการเดียวของไทยในขณะนี้ คือ ภาคการส่งออกเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19
นางเบอร์กิต แฮนเซิล ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวเมื่อ 15 ก.ค. ว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกถือว่าฟื้นตัวแล้วทำให้อุปสงค์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และจะทำให้การส่งออกจะกลายเป็นปัจจัยพยุงเศรษฐกิจได้
3) การกระตุ้นเศรษฐกิจ
ภากเอกชนเห็นว่ากระตุ้นผู้มีรายได้และผู้มีกำลังซื้อสูงถือเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยให้นำมาตรการ "ช้อปดีมีคืน" กลับมาอีกครั้ง โดยเพิ่มวงเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท ซึ่งจะสามารถกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทภายในหนึ่งไตรมาส

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
กระตุ้นเศรษฐกิจจากภาคเอกชนให้ลงทุนเพิ่ม ซึ่งจะทำให้ภาคการลงทุนคึกคัก และเกิดการจ้างงานหลายแสนรายโดยภาคเอกชน ซึ่งอยากให้ได้รับดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำพิเศษจากสถาบันการเงิน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรัฐบาล และ BOI
นอกจากนี้ยังเสนอให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และทบทวนความพร้อมของประเทศในการเข้าสู่ New Economy โดยกำหนดนโยบาย และกฎหมายที่ชัดเจนเฉพาะธุรกิจบางประเภท และกำหนดโครงสร้างฐานภาษีใหม่
4) การฟื้นฟูประเทศไทย
สภาหอการค้าไทยและผู้บริหารระดับสูงที่เข้าร่วมการประชุมเสนอแนวทางในการฟื้นฟูประเทศไทย ด้วยการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เช่น ตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐเอกชน เพื่อแสวงหาโอกาสที่เกิดขึ้นในสถานการณ์โควิด โดยมีตัวอย่างความร่วมมือของ Alliances for Actions (AfA) จากประเทศสิงคโปร์ มุ่งเป้าความสำเร็จในเรื่องที่มีผลกระทบสูง และคนไทยได้ประโยชน์ เช่น เกษตรสมัยใหม่ ท่องเที่ยวคุณภาพสูง การศึกษายุคใหม่ และอุตสาหกรรมอาหารเพื่ออนาคต (Food for Future) เป็นต้น

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ควรมีการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้วย Digital Transformation โดยเสนอให้มี Super App ที่ช่วยอำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร ซึ่งต้องเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน และกำหนดเจ้าภาพที่ชัดเจน
ภายหลังการประชุมดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณภาคเอกชนโดยระบุว่ายินดีที่จะสนับสนุนให้ภาคเอกชนช่วยเหลือประชาชนร่วมกัน โดยรัฐบาลเปิดโอกาสให้เอกชนช่วยเจรจาหาวัคซีนที่ดีมีคุณภาพ เสริมจากที่ทางรัฐบาลได้เตรียมการไว้ เพื่อให้ประชาชนได้วัคซีนเร็วที่สุด










