สหรัฐฯ ลดอันดับค้ามนุษย์ไทยสู่กลุ่ม 2 ที่ต้องจับตามอง กระทรวงการต่างประเทศบอก “ไม่เป็นธรรม”

ที่มาของภาพ, Getty Images
รายงานการติดตามและการดำเนินงานต่อต้านการค้ามนุษย์ หรือ Trafficking in Persons (TIP) report ปี 2021 (2564) ของ สหรัฐฯ ดันไทยตกสู่กลุ่ม 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง ชี้รัฐบาลดำเนินมาตรการกำจัดการค้ามนุษย์ไม่ได้มาตรฐานแม้ในระดับต่ำสุด
รายงานฉบับนี้ชี้ว่าไทยมีความพยายามจะจัดการปัญหา ซึ่งรวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคประชาสังคมในการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ค้ามนุษย์ การคุ้มครองเหยื่อ ให้การฝึกอบรมผู้พิพากษาและอัยการให้คำนึงถึงความบอบช้ำทางจิตใจของเหยื่อ รวมทั้งยังริเริ่มให้มีการสืบสวนเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ 9 คนถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดในการค้ามนุษย์ และอื่น ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น โดยรวมแล้วรัฐบาลไม่ได้แสดงความพยายามมากพอเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา แม้จะนำข้อจำกัดในเรื่องผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เข้ามาพิจารณาแล้วก็ตาม โดยรัฐบาลสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ค้ามนุษย์น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ดำเนินคดีผู้ต้องสงสัยน้อยลง และลงโทษผู้กระทำผิดน้อยลงกว่าเมื่อปี 2562 และแม้จะมีรายงานเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่ายังคงมีการบังคับใช้แรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมหลายประเภทในไทย แต่รัฐบาลกลับรายงานตัวเลขการค้าแรงงานข้ามชาติต่ำกว่าขอบเขตของปัญหา ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐยังคงขาดความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการค้าแรงงาน และรัฐบาลก็ไม่มีกระบวนการที่เป็นมาตรฐานในการตรวจสอบกรณีที่เข้าข่ายเพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อไป
รายงานนี้ระบุด้วยว่า หน่วยงานของรัฐหลายแห่งยังไม่เคยรายงานว่าพบเหยื่อการค้าแรงงานเลยแม้จะมีการตรวจสอบเรือประมงหลายลำที่ท่าเรือหลายแห่งของไทย ขณะที่บริการของรัฐที่จัดเตรียมให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อก็ยังไม่เพียงพอ ส่วนเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ต้องอาศัยอยู่ในสถานที่พักพิงของรัฐก็ถูกจำกัดการเดินทางและการสื่อสาร

ที่มาของภาพ, Tuwaedaniya MERINGING/AFP/Getty Images
รายงานฉบับนี้ชี้ด้วยว่าการทุจริต และการสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่ยังคงเป็นอุปสรรคขัดขวางความพยายามในการกำกัดการค้ามนุษย์ ซึ่งในปี 2563 มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ 5 คน ถูกลงโทษ ดังนั้นไทยจึงสมควรถูกลดอันดับจากที่เคยอยู่ในกลุ่มที่ 2 ให้มาอยู่ในกลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง หรือ Tier 2 Watch List
ไทย "ผิดหวัง" ที่สะท้อนมาอย่าง "ไม่เป็นธรรม"
นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศรู้สึกผิดหวังกับการถูกลดอันดับดังกล่าว และชี้ว่าเป็นรายงานที่ไม่ได้สะท้อนอย่างเป็นธรรมถึงความพยายามและพัฒนาการที่คืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของไทยในการป้องกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ นายธานีระบุด้วยว่า การจัดทำรายงานทิปรีพอร์ตเป็นการประเมินและจัดระดับประเทศต่างๆ จากมุมมองของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมิได้เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศ

ที่มาของภาพ, Reuters
"รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ การดำเนินการเรื่องนี้ของไทยเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสังคมไทย และเพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองดูแลและป้องกันไม่ให้ชาวไทย ชาวต่างชาติ รวมถึงแรงงานต่างด้าวในไทยตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยมีพัฒนาการความคืบหน้าเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องตลอดห้วงหลายปีที่ผ่านมา" กล่าวในเอกสารข่าวเผยแพร่

ที่มาของภาพ, Reuters
นายธานีกล่าวว่า แม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ การดำเนินงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของไทยก็มีพัฒนาการเชิงคุณภาพอย่างมีนัยสำคัญในทั้ง 3 ด้าน ได้แก่
1. การดำเนินคดี มีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้เวลาน้อยลง โดยการพิจารณาคดีกว่าร้อยละ 90 เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 1 ปี การลงโทษผู้กระทำผิดมีอัตราโทษที่สูงขึ้น โดยมีจำนวนผู้ได้รับโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 67 ของผู้กระทำผิดที่ได้รับโทษจำคุกทั้งหมด มีการให้ความสำคัญกับการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิด และการปราบปรามการค้ามนุษย์ในรูปแบบใหม่ทางออนไลน์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19
2. การคุ้มครองดูแลผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ยังคงยึดหลักการให้ผู้เสียหายเป็นศูนย์กลางและคำนึงถึงบาดแผลทาง โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคประชาสังคมในการจัดบริการและคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหาย
3. การป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ซึ่งภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ได้มีการขยายเวลาอนุญาตให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 จำนวน 240,572 คน ทำให้แรงงานได้รับการคุ้มครอง/ ได้รับสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมาย และลดความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ยังมีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลแรงงาน อาทิ การยกระดับมาตรฐานที่พักอาศัย สิ่งอำนวยความสะดวกในเรือประมง และการอำนวยความสะดวกการออกหนังสือคนประจำเรือ อีกทั้งยังมีการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และการสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มเสี่ยงถูกแสวงหาประโยชน์เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

ที่มาของภาพ, Reuters
ช่วงสองปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ จัดให้ไทยคงอยู่ในกลุ่มที่ 2 ด้วยเหตุผลเดียวกันคือรัฐบาลไทยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างเต็มที่ในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ แต่มีความพยายามอย่างมีนัยสำคัญในการดำเนินการดังกล่าว โดยข้อมูลจากเว็บไซต์สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยระบุว่าเมื่อ 2562 รัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในหลายเรื่องหลัก มีการดำเนินคดีและพิพากษาลงโทษนักค้ามนุษย์น้อยรายลง และสืบสวนสอบสวนคดีการค้าแรงงานเพียง 43 คดีเท่านั้น ขณะที่การที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนสมรู้ร่วมคิดยังคงเป็นอุปสรรคต่อการปราบปรามการค้ามนุษย์
เมื่อปีที่แล้ว สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นปีที่ทางการไทยเริ่มกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 ตัดสินนักค้ามนุษย์ว่ามีความผิดน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558 และเริ่มกระบวนการสอบสวนเจ้าหน้าที่รัฐที่สมรู้ร่วมคิดเพียง 2 รายเท่านั้น นอกจากนี้รัฐบาลยังแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 โดยแยกบทบัญญัติเกี่ยวกับ "การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ" ออกมาต่างหาก ทั้งนี้บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดโทษสำหรับการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ด้านแรงงานน้อยกว่าโทษที่มีอยู่แล้วตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ








