สำรวจความเคลื่อนไหวก่อนสภาถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ ใคร-เสนออะไรบ้าง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 13 ฉบับถูกบรรจุเป็นวาระด่วนในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้ (23 มิ.ย.) ซึ่งนักเคลื่อนไหวทางการเมืองบางส่วน รวมถึงพรรคฝ่ายค้านอย่างก้าวไกลออกมาตั้งข้อสังเกตว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นไปอย่าง "รีบเร่ง"
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าววานนี้ว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นความพยายามทำเพื่อให้แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจนนำไปสู่การยุบสภา
สิ่งที่จะเกิดขึ้นในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้และพรุ่งนี้นับเป็นภาคต่อของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่น่าจับตาหลังจากรัฐสภาลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 วาระที่ 3 ไปเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ซึ่งเท่ากับปิดประตูสำหรับการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และนำมาสู่การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองต่าง ๆ
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขที่จะเข้าสู่การพิจารณาทั้ง 13 ฉบับ เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ 1 ฉบับ เพื่อไทย 4 ฉบับ ประชาธิปัตย์ 6 ฉบับ และภูมิใจไทย 2 ฉบับ ดังนี้
1. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 3 มาตรา 29 มาตรา 41 มาตรา 45 มาตรา 83 มาตรา 85 มาตรา 86 มาตรา 90 มาตรา 91 มาตรา 92 มาตรา 94 มาตรา 144 มาตรา 185 และมาตรา 270 (นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. พลังประชารัฐกับคณะ เป็นผู้เสนอ)
2. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 25 และ 29 (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เพื่อไทยกับคณะ เป็นผู้เสนอ)
3. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 83 มาตรา 85 มาตรา 86 มาตรา 90 มาตรา 91 มาตรา 92 และยกเลิกมาตรา 93 และมาตรา 94 (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เพื่อไทยกับคณะ เป็นผู้เสนอ)
4. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 159 เกี่ยวกับที่มาของนายกรัฐมนตรี และยกเลิกมาตรา 272 ที่ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรี (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เพื่อไทยกับคณะ เป็นผู้เสนอ)
5. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 6 ยกเลิกมาตรา 65 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 142 มาตรา 162 และยกเลิกมาตรา 270 มาตรา 271มาตรา 275 และมาตรา 279 (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เพื่อไทยกับคณะ เป็นผู้เสนอ)
6. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 65 (นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.ภูมิใจไทยกับคณะ เป็นผู้เสนอ)
7. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ (นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.ภูมิใจไทยกับคณะ เป็นผู้เสนอ)
8. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 29 มาตรา43 มาตรา 46 และ 72 (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส. ประชาธิปัตย์กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
9. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส. ประชาธิปัตย์กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
10. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 236 และ มาตรา 237 (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส. ประชาธิปัตย์กับคณะเป็นผู้เสนอ)
11. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส. ประชาธิปัตย์กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
12. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 76 มาตรา 249-254 เพิ่มมาตรา 250 (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส. ประชาธิปัตย์กับคณะเป็นผู้เสนอ)
13. ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมระบบเลือกตั้ง ส.ส. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส. ประชาธิปัตย์กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ย้อนดูความเคลื่อนไหวก่อนถกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
- ไพบูลย์ นิติตะวัน และ พปชร.
วันที่ 2 เม.ย. นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นคนที่พลิกเกมในสภาฯ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นำมาสู่การปิดฉากแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เปิดเผยว่า พปชร. จัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเสร็จสิ้นแล้ว โดยเสนอแก้ไข 13 มาตรา ใน 5 ประเด็น คือ
ประเด็นที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพ
ประเด็นที่ 2 แก้ไขระบบการเลือกตั้ง
ประเด็นที่ 3 การพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ
ประเด็นที่ 4 แก้ไขอุปสรรคในการทำงานของ ส.ส. และ ส.ว.
ประเด็นที่ 5 อำนาจวุฒิสภา
นายไพบูลย์เชื่อว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ พปชร.เสนอนี้หากเกิดขึ้นและสำเร็จ "จะเป็นประโยชน์กับประชาชน และเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่มีความขัดแย้ง ไม่ต้องเสียงบประมาณแผ่นดินในการทำประชามติ และที่สำคัญคือใช้เวลาน้อย"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
- ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ "ฉบับรื้อระบอบประยุทธ์" ของกลุ่ม "รี-โซลูชัน"
วันที่ 6 เม.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 4 ปีของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารี-โซลูชัน (Re-Solution) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 4 องค์กร คือ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า, คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล ได้เปิดตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา พร้อมแคมเปญล่ารายชื่อประชาชนให้ได้อย่างน้อย 5 หมื่นรายชื่อเพื่อเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่พวกเขาเรียกว่า "ฉบับรื้อระบอบประยุทธ์"
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ตัวหลักในการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มรี-โซลูชันกล่าวในงานเปิดตัวกิจกรรมรณรงค์ล่ารายชื่อซึ่งจึดขึ้นที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าหลังจากรัฐสภาโหวตคว่ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทางกลุ่มจึงได้เริ่มต้นความพยายามครั้งใหม่ด้วยการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราใน 4 ประเด็นที่ "เป็นเสาหลักค้ำยันระบอบประยุทธ์" ได้แก่
- ล้ม ส.ว. ยกเลิก "หมวด 7 รัฐสภา" และเปลี่ยนเป็น "หมวด 7 สภาผู้แทนราษฎร" แทน โดยคงเหลือสภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียว พร้อมกับเพิ่มบทบาทและกลไกให้กับสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านในการตรวจสอบควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี
- โละศาลรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม "หมวด 11 ศาลรัฐธรรมนูญ" เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และการได้มาซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียใหม่ พร้อมกับจำกัดขอบเขตหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนเคร่งครัดมากขึ้น
- เลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อให้อิสระรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนด
- ล้างมรดกรัฐประหาร ด้วยการเพิ่มบทบัญญัติในหมวด 16 ว่าด้วย "การลบล้างผลพวงรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และการป้องกันและการต่อต้านรัฐประหาร

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
กลุ่มรี-โซลูชันแถลงข่าวอีกครั้งเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เพื่อเชิญชวนประชาชนมาร่วมเข้าชื่อให้มากขึ้น พร้อมกับแสดงความเห็นต่อการบรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ตัวแทนกลุ่มเรียกร้องให้ทุกพรรคร่วมกันคว่ำร่างของ พปชร. ซึ่งเขาเห็นว่ามีข้อเสนอที่ไม่ได้เป็นการแก้ต้นตอของปัญหา และเรียกร้องให้ทุกพรรคไม่ร่วมสังฆกรรมการเร่งรัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพราะหากไม่ระวังอาจเป็นไปได้ว่าจะไปเข้าทาง "ระบอบประยุทธ์"
ขณะที่นายปิยบุตรตั้งคำถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้ที่พรรคต่าง ๆ เสนอมาหลายร่างนั้น วัตถุประสงค์ลึก ๆ แล้วต้องการอะไรกันแน่
นายปิยบุตรเห็นว่าฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านบางพรรคต้องการเน้นไปที่ระบบเลือกตั้ง เรื่องอื่นเป็นเพียงองค์ประกอบ เป็นเพียงเครื่องประดับที่ตกแต่ง และท้ายที่สุดก็คาดการณ์ว่าการแก้ระบบเลือกตั้งครั้งนี้จะมีโอกาสสำเร็จ เพื่อให้พรรคของตน "ชนะเบ็ดเสร็จ" ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
"เปลี่ยนระบบเลือกตั้งให้ตนเองได้เปรียบ...เรื่องใหญ่ที่เป็นประเด็นสำคัญไม่แตะ ไม่ทำ คว่ำไป แต่พอเรื่องที่ตัวเองได้ประโยชน์ก็หยิบมา แถมจะแซงคิวอีก จะเอาให้ได้เพื่อแก้ไขปัญหาของตนเอง" นายปิยบุตรกล่าว
- ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 3 พรรครัฐบาล
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ยื่นเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมของรัฐสภาวันที่ 23-24 มิ.ย. โดยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. ปชป. กล่าวว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมแต่ละฉบับมีประเด็นหลัก ๆ เช่น กำหนดให้รัฐมีอำนาจและหน้าที่ช่วยเหลือผู้ยากไร้, ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์, ยกเลิกมาตรา 272 ห้าม ส.ว.ใช้สิทธิเลือกนายกฯ, การคุ้มครองสิทธิของประชาชน เช่น สิทธิชุมชน สิทธิผู้บริโภค สิทธิในกระบวนการยุติธรรม, แก้ไขระบบการเลือกตั้ง ให้ใช้บัตร 2 ใบ คือแบ่งเขต 400 เขต บัญชีรายชื่อ 100 คน
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการกำหนดให้บุคคลที่เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมาจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอหรือมาจาก ส.ส., หลักเกณฑ์ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256, การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และแก้ไขกระบวนการตรวจสอบและการดำเนินคดีกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระก่อนส่งเรื่องไปศาลฎีกา จากเดิมที่ให้ ส.ส. ยื่นเรื่องให้ประธานรัฐสภาเพื่อให้ดำเนินคดีต่อ ป.ป.ช.
- พรรคร่วมฝ่ายค้าน
ทางด้านพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้งหมด 4 ฉบับ ซึ่งในจำนวนนี้มีเพียงฉบับเดียวที่ทุกพรรคมีความเห็นร่วมกันเป็นเอกฉันท์ คือ ร่างแก้ไขมาตรา 272 ว่าด้วยการตัดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ได้แก่ สิทธิของประชาชน หลักประกันสุขภาพ และเรื่องสิทธิการประกันตัว, เรื่องระบบการเลือกตั้ง, ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ ยกเลิกอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวถึงจุดยืนของพรรคในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า พรรคร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขมาตรา 272 ว่าด้วยตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ เพราะเป็นสิ่งที่ผลักดันมาตลอด
ส่วนเรื่องระบบเลือกตั้งนั้น พรรคมีความเห็นต่างในรายละเอียดจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ กล่าวคือพรรคก้าวไกลเสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ เลือก ส.ส. แบบแบ่งเขต 1 ใบ และ เลือกพรรคการเมือง 1 ใบ โดยใช้วิธีคิดคำนวณแบบจัดสรรปันส่วนผสม เพื่อให้ไม่มีคะแนนใด "ตกน้ำ" ทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้า พท. และรองประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมฝ่ายค้านกล่าวว่า กล่าวว่าความเห็นต่างนี้ถือว่าเป็นความแตกแยกในพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะทุกครั้งในการทำงานที่ผ่านมาหลายเรื่องไม่ค่อยตรงกันอยู่แล้ว แต่จะพยายามให้ตรงกันในเรื่องที่สำคัญ

เส้นทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560
6 เม.ย. 2560 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีเนื้อหา 16 หมวด 279 มาตรา
18 ธ.ค. 2562 สภาผู้แทนราษฎรมีมติเอกฉันท์ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จำนวน 49 คน ซึ่งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้รับเลือกให้เป็นประธาน กมธ. ในการประชุมครั้งแรกเมื่อ 24 ธ.ค. 2562
13 มี.ค. 2563 กมธ. วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เชิญนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ที่จัด "แฟลชม็อบ" ในช่วงต้นปี 2563 เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ มาให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560
31 ส.ค. 2563 กมธ. วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ส่งมอบรายงานที่มีความหนา 145 หน้า ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ซึ่งเป็นรายงานที่ตั้งข้อสังเกต สะท้อนปัญหาและขอเสนอแนะต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560
24 ก.ย. 2563 ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติเสียงข้างมากให้ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ
18 พ.ย. 2563 สมาชิกรัฐสภาพิจารณาญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับที่เสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้านและร่างฉบับภาคประชาชน ผลลงมติปรากฏว่าที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีมติรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ของพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน 2 ร่าง ขณะที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 5 ฉบับ ของฝ่ายค้าน รวมทั้งร่างฉบับภาคประชาชนที่เสนอโดยกลุ่มไอลอว์ถูก "โหวตคว่ำ"
9 ก.พ. 2564 ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอเสนอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) เกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นญัตติที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. เป็นผู้เสนอเนื่องจากเห็นว่าทำได้เพียงแก้ไขรายมาตราเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายที่ประชุมสภามีมติเสียงข้างมากให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสามารถตั้ง ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่
18 ก.พ. 2564 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องที่รัฐสภาขอให้วินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
25 ก.พ. 2564 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีเนื้อหา 5 มาตรา ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาในวาระที่ 2 (พิจารณาเป็นรายมาตรา) ซึ่งมีสาระสำคัญคือการแก้ไขวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เพื่อเปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง 200 คน ขึ้นมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
11 มี.ค. 2564 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยรัฐสภามีอำนาจและหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องจัดทำประชามติ 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ประชาชนลงมติว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และครั้งที่สองเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ต้องจัดให้มีการลงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
17 มี.ค. 2564 ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ถูกโหวตคว่ำในวาระที่ 3
23-24 มิ.ย. 2564 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม 13 ฉบับ










