You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
วัคซีนโควิด: เปิดแผนกระจายวัคซีนก่อนเริ่มฉีดครั้งใหญ่ 7 มิ.ย. แอสตร้าเซนเนก้าเผยพร้อมส่งมอบสัปดาห์นี้
กรมควบคุมโรคเปิดเผยแผนการกระจายวัคซีนโควิด-19 สำหรับการระดมฉีดวัคซีนครั้งใหญ่ทั่วประเทศที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 7 มิ.ย. นี้ โดยระบุว่าภายในสัปดาห์นี้จะเริ่มกระจายวัคซีนเกือบ 2 ล้านโดสไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ ประกอบด้วยวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าประมาณ 1.24 ล้านโดสและวัคซีนของซิโนแวคอีก 7 แสนโดส
การเปิดเผยจำนวนวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าที่จะมีการส่งมอบและกระจายสู่ รพ. ต่าง ๆ มีขึ้นหลังจากหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ผู้ผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซนเนเก้าในประเทศไทยจะผลิตและส่งมอบวัคซีนทันสำหรับการเริ่มฉีดวัคซีนสำหรับประชากรกลุ่มใหญ่ในวันที่ 7 มิ.ย. นี้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างที่ปรึกษาประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ว่าการส่งมอบวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าตามคำสั่งซื้อของรัฐบาลฟิลิปปินส์ที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ต้องล่าช้าออกไป 2-3 สัปดาห์จากกำหนดเดิม และจะลดปริมาณลงด้วย
รายงานข่าวดังกล่าวส่งผลให้บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ออกแถลงการณ์ร่วมกันวันนี้ (2 มิ.ย.) พร้อมกับเผยแพร่วิดีโอบันทึกภาพพิธีการส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรกให้ผู้แทนรัฐบาลไทย โดยยืนยันว่าสามารถส่งมอบวัคซีนตามแผนที่กำหนดภายในสัปดาห์นี้ และพร้อมทยอยจัดส่งให้ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือน ก.ค. นี้
คลิปวิดีโอระบุว่าเป็นพิธีส่งมอบวัคซีนที่เกิดขึ้นในวันนี้ (2 มิ.ย.) โดยมีผู้บริหารจากทั้งสองบริษัทร่วมงาน ประกอบด้วย พล.อ.อ. สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ประธานกรรมการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด และนายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการส่งมอบวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยล็อตแรกให้กับกระทรวงสาธารณสุขทันทีและจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 ให้กับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
เปิดแผนกระจายวัคซีน 7 มิ.ย. สัปดาห์นี้ส่งถึงทุกจังหวัด 2 ล้านโดส
ในการบรรยายสรุปข้อมูลการกระจายวัคซีนของประเทศไทยขององค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยวันนี้ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงรายละเอียดการกระจายวัคซีนสำหรับการฉีดให้กับคนไทยกลุ่มใหญ่ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ว่า วัคซีนโควิดจำนวนกว่า 2 ล้านโดสจะถูกกระจายไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศภายในสัปดาห์นี้ โดยเป็นวัคซีนทั้งยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค
รายละเอียดการกระจายวัคซีน มีดังนี้
- 2-3 มิ.ย. กระจายวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 240,000 โดสไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ
- 3 มิ.ย. กระจายวัคซีนซิโนแวค 700,000 โดสไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ
- ปลายสัปดาห์นี้แอสตร้าเซนเนก้าส่งมอบวัคซีนเพิ่มอีกกว่า 1 ล้านโดส
นพ.โสภณคาดว่าทั้งตลอดเดือนนี้จะสามารถกระจายวัคซีนไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆได้ 5-6 ล้านโดส และอธิบายว่าแต่ละจังหวัดจะได้วัคซีนมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการระบาดในแต่ละพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น กรุงเทพฯ จะได้วัคซีนในสัดส่วนที่สูงกว่าที่สูงกว่าจังหวัดอื่นทั้งด้วยประชากรและสถานการณ์การระบาด โดยจะได้วัคซีนจำนวนเกือบ 1 ล้านโดส ทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค โดยจะมีการส่งมอบสำหรับฉีดสองสัปดาห์แรกประมาณกว่า 5 แสนโดส
สำหรับยี่ห้อวัคซีนที่แต่ะละคนจะได้รับนั้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่าคนที่จองผ่านระบบหมอพร้อมจะได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหลัก อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และสาธารณสุขด้วย
การฉีดวัคซีนล็อตใหญ่ที่เริ่มต้นในวันที่ 7 มิ.ย. นี้ จะเป็นกลุ่มที่ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่มีโรคประจำตัวหรือกลุ่มเสี่ยง 7 โรค ตามฐานข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุขระบุก่อนหน้านี้มี 16 ล้านคน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าลงทะเบียนฉีดกี่คน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้อาศัยใน กทม. ที่ลงทะเบียนนัดฉีดแล้ว 2 ล้านคน (ข้อมูล 1 มิ.ย.)
สธ. ระบุฉีดได้วันละ 5 แสน- 1 ล้านโดส ถ้ามีวัคซีน
นพ.โสภณ ยังกล่าวถึงศักยภาพในการฉีดวัคซีนว่า ปัจจุบันอัตราการฉีดนั้น ฉีดได้วันละแสนกว่าคน แต่ศักยภาพของระบบสามารถฉีดได้วันละ 5 แสน-1 ล้านโดส ทั้งนี้ได้เคยมีการประมาณการณ์ว่า 1 เดือน จะสามารถฉีดได้ถึง 10 ล้านโดส ทั้งนี้ "ถ้าวัคซีนมาก็ฉีดได้หมด"
เขาคาดว่าวันที่ 7 มิ.ย. จะฉีดได้มากกว่า 5 แสนโดสในวันเดียว
แอสตร้าเซนเนก้า-สยามไบโอไซเอนซ์โต้ข่าวส่งมอบวัคซีนไม่ทัน
เมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานคำกล่าวของสื่อต่างประเทศรายงานว่านายโจอี คอนเซปซิออน ที่ปรึกษาประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และผู้ประสานงานการจัดหาวัคซีนร่วมระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน เปิดเผยว่า การส่งมอบวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าตามคำสั่งซื้อของรัฐบาลฟิลิปปินส์จำนวน 17 ล้านโดส ที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ต้องล่าช้าออกไป 2-3 สัปดาห์จากกำหนดเดิม คือจากช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือน มิ.ย. ไปเป็นช่วงกลางเดือนก.ค. อีกทั้งยังมีการปรับลดจำนวนวัคซีนที่จะส่งมอบในล็อตแรกจาก 1.3 ล้านโดส เหลือ 1.17 ล้านโดส
ที่ปรึกษาประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าวว่าได้สื่อสารกับทีมงานแอสตร้าเซนเนก้าแล้วพบว่าความล่าช้าเกิดขึ้นที่โรงงานผลิตในไทย และเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ในโรงงานใหม่ที่เดินเครื่องผลิต
รายงานข่าวดังกล่าวประกอบกับข้อกังขาของหลายฝ่ายเกี่ยวกับความคืบหน้าในการผลิตและกำหนดการส่งมอบวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าน่าจะเป็นเหตุผลให้แอสตร้าเซนเนก้าและสยามไบโอไซเอนซ์ออกแถลงการณ์ร่วมกันในวันนี้ เพื่อยืนยันว่าการผลิตและส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ในไทยจะเป็นไปตามกำหนดไว้ให้สามารถดำเนินการกระจายในวันที่ 7 มิ.ย. โดยล็อตแรกที่จะส่งมอบมีจำนวน 1.8 ล้านโดส
"ในขณะนี้เมื่อเรามีวัคซีนคุณภาพสูงที่ผลิตในประเทศไทยพร้อมส่งมอบแล้ว ก็จะสามารถสนับสนุนรัฐบาลให้ดำเนินการเร่งฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิผลให้กับประชาชนได้โดยเร็วที่สุด" ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
ด้านนางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่บริษัทเป็นผู้รับจ้างผลิตตระหนักดีถึงหน้าที่สำคัญในการผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากลให้สำเร็จโดยรวดเร็วที่สุด โดยใช้ภายในระยะเวลาในการผลิต 6 เดือน ซึ่งเทียบได้กับมาตรฐานอื่นที่ผลิตในต่างประเทศ และวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ได้รับการอนุมัติให้เริ่มจัดส่งภายในสัปดาห์นี้
การส่งมอบดังกล่าวเกิดขึ้นจากการได้รับการผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศรวมถึงผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของแอสตร้าเซนเนก้าในต่างประเทศ นับเป็นการยืนยันคุณภาพของวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตในประเทศไทยว่ามีมาตรฐานในระดับสากล
นางนวลพรรณยังระบุอีกว่า ผลการทดลองทางคลินิกยืนยันว่า ผู้รับวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าสามารถทนต่อผลข้างเคียงของวัคซีนได้ดีและวัคซีนยังช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ในทุกระดับความรุนแรง นอกจากนี้ จากข้อมูลการใช้วัคซีนในประชากรหลายสิบล้านคนทั่วโลกยังแสดงให้เห็นว่าวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ามีประสิทธิผลลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 ในระดับที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้มากถึง 80% หลังจากการฉีดเข็มแรก
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการผลิตวัคซีนและสามารถดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดไว้ โดยแอสตร้าเซนเนก้าจะทยอยส่งออกวัคซีนโควิด-19 ไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเดือน ก.ค. ขณะนี้ แอสตร้าเซนเนก้าได้จัดส่งวัคซีนมากกว่า 500 ล้านโดส ให้แก่ 168 ประเทศทั่วโลก
ทางด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวในการให้ข้อมูลการกระจายวัคซีนในประเทศไทยที่จัดโดยองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย วันนี้ (2 มิ.ย.) ถึงกรณีประเทศฟิลิปปินส์เผยว่าได้รับการจัดส่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ล็อตที่ผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ของไทย ล่าช้าว่า "ฟิลิปปินส์จะได้รับล่าช้า ก็เป็นการรับล่าช้าจากแอสตร้าเซนเนก้า ไม่ใช่จากสยามไบโอไซเอนซ์ "
นพ.นครอธิบายว่าบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าจะเป็นผู้จัดสรรว่าจะส่งมอบวัคซีนที่ผลิตจากโรงงานใดให้ประเทศที่สั่งซื้อเข้ามา ดังนั้นการส่งวัคซีนล่าช้า "คงเป็นเรื่องระหว่างแอสตร้าฯ กับรัฐบาลประเทศนั้น ๆ" แต่ในส่วนของประเทศไทยการส่งมอบวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าจะเริ่มในช่วงปลายสัปดาห์นี้ จากนั้นจึงจะกระจายวัคซีนออกไป
เขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าขณะนี้ยังอยู่ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งบริษัทผู้ผลิตวัคซีนจะ "ผลิตไป ส่งมอบไป" ไม่ได้เก็บวัคซีนไว้ในคลัง ดังนั้นความล่าช้าในการส่งมอบจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะผู้ผลิตวัคซีนไม่ได้มีวัคซีนจำนวนมากพร้อมรอส่ง
นอกจากนี้การผลิตวัคซีนและการตรวจสอบคุณภาพวัคซีนยังมีขั้นตอนและรายละเอียดมาก ดังนั้น "การใช้เวลาในการผลิตนานกว่าที่คาดกันไว้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้"
"การที่เรามีฐานผลิตในประเทศไทย มั่นใจว่าอย่างไรเสียก็ยังมีวัคซีนที่อยู่ในประเทศไทย กระบวนการที่จะจัดสรรก็จะอยู่ภายใต้การเจรจาร่วมกันระว่างสถาบันวัคซีน กรมควบคุมโรค และแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย" ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติกล่าวและเปิดเผยว่าตามข้อตกลงที่ประเทศไทยทำกับแอสตร้าเซนเนก้า ไทยจะไม่ห้ามการส่งออกวัคซีน แต่การส่งออกแต่ละครั้งต้องมีการปรึกษาหารือกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและบริษัท
คาดจบปี 2564 ไทยมีวัคซีนเกิน 100 ล้านโดส
นพ. นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ตามนโยบายประเทศไทยจะจัดหาวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดสครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากรภายในปี 2564 ขณะนี้จัดหาแล้วคือวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส เนื่องจากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นการผลิตไปส่งมอบไป โดยจะมีการเจรจาการส่งมอบและจัดสรรอย่างต่อเนื่องในแต่ละเดือน
วัคซีนซิโนแวคตั้งเป้าจัดหา 10-15 ล้านโดส ขณะนี้ส่งมอบแล้ว 6 ล้านโดส ที่เหลือจะทยอยส่งมอบประมาณเดือนละ 3 ล้านโดส ได้รับบริจาคจากรัฐบาลจีน 1 ล้านโดส
ส่วนวัคซีนของไฟเซอร์และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันอยู่ระหว่างเจรจาเงื่อนไขในสัญญา โดยไฟเซอร์คาดว่าจัดหาให้ได้ 20 ล้านโดส ภายในไตรมาส 3 และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 5 ล้านโดส ภายในไตรมาส 4 หากรวมวัคซีนทั้งหมดคาดว่าเกิน 100 ล้านโดส
พบทารกวัย 10 เดือนเสียชีวิตจากโควิด
สำหรับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในไทยประจำวันนี้ (2 มิ.ย.) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 3,440 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,843 ราย เรือนจำ 1,087 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 165,599 ราย เฉพาะการระบาดระลอกเดือน เม.ย. 2564 มีผู้ติดเชื้อสะสม 136,599 ราย
ข้อมูลสำคัญอื่น ๆ จากการรายงานของ ศบค. มีดังนี้
ผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ 49,777 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 1,247 ราย และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 381 ราย
จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ (680 ราย) สมุทรปราการ (466 ราย) เพชรบุรี (449 ราย) ตรัง (176 ราย) และสมุทรสาคร (78 ราย)
ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 38 ราย หนึ่งในนั้นเป็นทารกวัย 10 เดือน แม้จะเป็นผู้เสียชีวิตอายุน้อยที่สุดในวันนี้ แต่ยังไม่ใช่ผู้เสียชีวิตจากโควิดที่อายุน้อยที่สุดที่พบในไทย ก่อนหน้านี้ ศบค. รายงานเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ว่าผู้ป่วยโควิดที่เสียชีวิตอายุน้อยสุดที่พบในไทยประเทศเป็นทารกอายุ 2 เดือน ซึ่งแพทย์ระบุว่าเด็กเป็นโรคหัวใจมาแต่กำเนิด และติดเชื้อจากสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ภาวะของโรครุนแรงขึ้นจนเด็กเสียชีวิตในที่สุด