สินบนโตโยต้า: สนง. กฎหมาย "อันนานนท์" เตรียมฟ้องสื่อที่พาดพิงว่าบริษัทเกี่ยวข้องกับการจ่ายใต้โต๊ะผู้พิพากษา

ที่มาของภาพ, Getty Images
สำนักงานกฎหมายอันนานนท์ เตรียมดำเนินคดีกับเว็บไซต์ www.law360.com ในสหรัฐฯ หลังจากเว็บไซต์ดังกล่าวเผยแพร่รายงานที่ระบุชื่อสำนักงานกฎหมายแห่งนี้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ่ายสินบนผู้พิพากษาในคดีภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ของโตโยต้า ที่อยู่ระหว่างการสืบสวนของคณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (เอสอีซี) และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (ดีโอเจ) ในขณะนี้
นายทรงพล อันนานนท์ กรรมการผู้จัดการ สำนักงานกฎหมายอันนานนท์ ได้เผยแพร่เอกสารรายละเอียดการแจ้งความดำเนินคดีต่อนายแฟรงค์ จี รุนยอน (Mr. Frank G.Runyeon) ในฐานความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังจากเข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจห้วยขวางเมื่อวานนี้ (31 พ.ค.)
ในเอกสารที่นายทรงพลส่งให้บีบีซีไทยระบุว่า ผู้เขียนเนื้อหาบนเว็บไซต์ดังกล่าว อ้างว่าสำนักงานกฎหมายอันนานนท์รับเงินจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เพื่อนำไปมอบให้กับผู้พิพากษาเพื่อจูงใจในการตัดสินคดีภาษี ซึ่งอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำพิพากษา เพื่อให้ผู้พิพากษาพิจารณาคดีเป็นคุณต่อบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
นายทรงพลชี้แจงว่า สำนักงานกฎหมายของเขาได้ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความต่อศาลภาษีอากรกลาง และได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2562 ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะอ่านคำสั่งของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2564 อนุญาตให้รับฎีกาของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดไว้พิจารณา

ที่มาของภาพ, สำนักงานกฎหมายอันนานนท์
3 อดีตผู้พิพากษาที่ถูกพาดพิง แจ้งความเอาผิดผู้เผยแพร่ข้อมูล
ในการรายงานข่าวของเว็บไซต์ www.law360.com เกี่ยวกับความคืบหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนคดีภาษีของบริษัทในเครือโตโยต้าเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา นอกจากจะพาดพึงถึงสำนักงานกฎหมายอันนานนท์แล้ว รายงานชิ้นนี้ยังปรากฏชื่ออดีตข้าราชการระดับสูงของศาลยุติธรรมอย่างน้อย 3 คนที่มีส่วนพาดพิงในคดีนี้ ซึ่งประกอบด้วย นายดิเรก อิงคนินันท์ อดีตประธานศาลฎีกา นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ อดีตประธานศาลฎีกา และ ศ.พิเศษ ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์

ที่มาของภาพ, Reuters
ในวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวอิศรา รายงานโดยอ้างสำนักงานศาลยุติธรรมว่าบุคคลที่ถูกอ้างถึงได้มอบอำนาจให้สำนักงานศาลยุติธรรมไปแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี (ปอท.) ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีที่มีการกล่าวหาว่า ผู้พิพากษาระดับสูง 2 รายรับสินบนเพื่อโน้มน้าวประธานศาลฎีกาให้เปลี่ยนแปลงผลคดีโดยมีการระบุชื่อและส่งต่อข้อความต่าง ๆ อันเป็นเท็จในโซเชียลมีเดียสร้างความเสียหายต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาและศาลยุติธรรม
ศาลยุติธรรมตั้งคณะทำงานสอบสวนเร่งด่วน
ด้านสำนักงานศาลยุติธรรม ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง "คณะทำงานตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินการต่อข้อกล่าวหากรณีคดีภาษีอากรที่เป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์" เมื่อวันที่ 28 พ.ค. โดยคณะกรรมการชุดนี้มีนายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นประธานคณะทำงาน พร้อมกับคณะรวมทั้งหมด 10 คน โดยให้กรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องด่วน
ต่อมาวันที่ 31 พ.ค. นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ได้อาศัยอำนาจ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง "คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง" ขึ้นอีกชุดหนึ่ง โดยมีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการฯ และมีผู้พิพากษาชั้นศาลฎีกาและชั้นศาลอุทธรณ์ เป็นกรรมการรวมทั้งหมด 4 คน
นางเมทินีมอบหมายให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสอบสวนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้น กรณีข้าราชการตุลาการถูกกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย พ.ศ.2544 ออกตามความในมาตรา 68 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมฯ ให้เสร็จโดยเร็ว

ที่มาของภาพ, สำนักงานประธานศาลฎีกา
ขณะที่นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมย้ำว่า ศาลยุติธรรมจะแสวงหาทุกข้อเท็จจริงและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ โดยจะทำทุกทางพิสูจน์ให้ความจริงปรากฏอย่างชัดเจนโดยเร็วที่สุด
นายพงษ์เดช เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินการต่อข้อกล่าวหากรณีคดีภาษีอากรฯ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ระบุว่าการกล่าวอ้างว่าอาจมีการกระทำที่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทยจนถึงขั้นอาจมีการเสนอให้สินบนนั้นกระทบต่อภาพลักษณ์และศรัทธาของประชาชนที่มีต่อศาลยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง
"สำนักงานศาลยุติธรรมจึงไม่นิ่งนอนใจ นับตั้งแต่มีการรายงานข่าวจึงได้ดำเนินการส่งหนังสือประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกรณีดังกล่าวในประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาเมื่อในเนื้อหาข่าวปรากฏชื่อบุคคลในศาลยุติธรรมขึ้น สำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและติดตามผลโดยที่ผมเป็นประธานคณะทำงานด้วยตัวเอง" นายพงษ์เดชกล่าว
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าคณะทำงานชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ติดตามหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกรณีนี้ ซึ่งได้ส่งหนังสือขอข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศแล้ว ได้แก่ ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทโตโยต้า สหรัฐฯ กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงส่งอีเมล์ติดต่อไปยังผู้สื่อข่าวที่เขียนรายงานข่าวอันเป็นต้นทางของเรื่องนี้ และจะขอเข้าร่วมสังเกตการณ์การไต่สวนของคณะลูกขุนในรัฐเท็กซัสด้วย











