You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
งบ 2565 : กลาโหมแจงต้อง “จัดระเบียบชายแดน” หลัง ส.ส. ประชาชาติแฉ กอ.รมน. ของบ 600 ล. สร้างกำแพง “ปิดกั้นพี่น้องชาติพันธุ์มลายู”
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ในวันที่ 2 ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 วงเงิน 3,100,000 ล้านบาท ในวาระ 1 ขั้นรับหลักการ ส.ส. ฝ่ายค้านยังเดินหน้าวิจารณ์การตั้งงบด้านความมั่นคงของรัฐบาล พร้อมเปิดเผยว่า กอ.รมน. เตรียมทุ่มงบ 600 ล้านบาท สร้างกำแพงกั้นชายแดนไทย-มาเลเซีย
นายกมลศักดิ์ ลีมาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ อภิปรายตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีแผนสร้างกำแพงบริเวณลุ่มน้ำโก-ลก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อ "ปิดกั้นพี่น้องชาติพันธุ์มลายู" ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยกับมาเลเซีย ซึ่งปรากฏในคำขอตั้งงบผูกพัน 3 ปีของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) วงเงิน 640 ล้านบาท
ในปี 2565 กอ.รมน. ตั้งงบในโครงการนี้ 128 ล้านบาท จากนั้นในปี 2566 และ 2567 ขอตั้งงบอีกปีละ 256 ล้านบาท ซึ่งนายกมลศักดิ์วิจารณ์ว่าสะท้อนความไม่เข้าใจต่อวิถีชีวิตและสังคมประเพณีของพี่น้องชนชาติมลายู เนื่องจากคนตากใบมีเครือญาติอยู่ฝั่งมาเลเซีย และมีการค้าขายระหว่างกันหลายสิบปี พร้อมอ้างข้อมูลว่าในแต่ละปีมีรายได้การค้าขายรายย่อยของประชาชนในชายแดนกว่า 3,000 ล้านบาท
"ท่านนายกฯ กำลังขังวิถีชีวิตของพี่น้องมลายู ท่านกำลังทำคล้าย ๆ กับอิสราเอลสร้างกำแพงกั้นปาเลสไตน์ ท่านไม่รู้หรือว่ากำแพงเบอร์ลินที่สร้างมานานในเยอรมนี เขายังทุบทำลายเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว การแก้ปัญหาความมั่นคงด้วยวิธีเหล่านี้ไม้ได้ตอบโจทยที่แท้จริง ท่านนายกฯ กำลังสร้างกำแพงหัวใจของพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านกำลังจัดสรรงบโดยไม่เข้าใจความรู้สึกจริง ๆ ของพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านนายกฯ กำลังมีอคติอย่างร้ายแรงกับพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมหวังว่าจะมีการปรับเปลี่ยนงบในวาระที่ 2-3" นายกมลศักดิ์กล่าว
ล่าสุดเวลา 15.20 น. ของวันที่ 2 มิ.ย. พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ได้ชี้แจงว่า ทางมาเลเซียได้ก่อสร้างรั้วชายแดนไปแล้วบางช่วงไปแล้วในรัฐเคดาห์ และสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโก-ลก ตลอดแนวตรงรัฐกลันตัน ฝั่งตรงข้าม จ.นราธิวาสของไทย ซึ่งถือเป็นการจัดระเบียบชายแดนให้มั่นคงขึ้น
"ในการดำเนินการ หน่วยในพื้นที่ได้สร้างความเข้าใจกับประชาชนที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งประชาชนก็เห็นด้วยว่าจะต้องมีการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่" รมช.กลาโหมกล่าว
พล.อ. ชัยชาญอธิบายวัตถุประสงค์หลักในการสร้างรั้วชายแดนไว้อย่างน้อย 3 ข้อ
- ป้องกันการลักลอบของกลุ่มที่ก่อเหตุรุนแรง ปฏิบัติการแล้วหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่
- ป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดและสินค้าเถื่อน
- แก้ไขปัญหาบุคคล 2 สัญชาติ และแรงงานต่างด้าว
รมช.กลาโหมยืนยันว่า การจัดระเบียบชายแดนจะไม่ให้กระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน โดยช่วงที่เป็นจุดผ่านแดนถาวร 1 แห่ง ยังสามารถเข้า-ออกได้ปกติ จุดผ่อนปรนการค้า 6 แห่ง ยังเปิดปกติ และช่องทางท่าข้ามกว่า 100 จุด ที่ประชาชนเคยติดต่อทางวัฒนธรรม ก็มีประตูรั้ว สามารถเข้า-ออกได้ แต่อาจต้องมีการคัดกรองโดยเจ้าหน้าที่
อัดรัฐมองคน 3 จ. เป็น "ภัยมั่นคง" จัดงบซื้ออาวุธชายแดนใต้ 1.2 พันล้าน
ในปี 2565 รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นวงเงินรวม 31,444.3 ล้านบาท โดยอยู่ในแผนบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 7,144.3 ล้านบาท และงบของกระทรวงและกรมอื่น ๆ อีกราว 24,300 ล้านบาท
ภายใต้ "ยุทธศาสตร์ชาติ" ในประเด็นความมั่นคง กำหนดตัวชี้วัดไว้ว่าต้องปรับลดงบด้านความมั่นคงปีละ 10 % และลดจำนวนเหตุรุนแรงปีละ 20% นั่นทำให้ "งบดับไฟใต้" ตามแผนบูรณาการในปี 2565 ลดลงจากปีที่ก่อน 1,145 ล้านบาท หรือคิดเป็น -13.8%
อย่างไรก็ตาม ส.ส. จังหวัดชายแดนภาคใต้รายเดิมตรวจสอบพบว่า รัฐบาลได้ตั้งงบจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ให้ 3 องค์กรที่ใช้อำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 คือ ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองเป็นวงเงินรวมกัน 1,266 ล้านบาท ทำให้เขารู้สึก "เศร้าใจ" และเห็นว่า "เป็นการจัดงบแบบมองคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น 'ภัยต่อความมั่นคง' มาโดยตลอด"
สำหรับงบจัดซื้ออาวุธในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่นายกมลศักดิ์ ซึ่งเป็นนักการเมืองเชื้อสายมุสลิม พูดถึง มีดังนี้
- กอ.รมน. 339 ล้านบาท
- กองทัพบก 362 ล้านบาท
- กองทัพเรือ 134 ล้านบาท
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 118 ล้านบาท
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย 275 ล้านบาท (ซื้อรถหุ้มเกราะ และครุภัณฑ์อาวุธ)
"ไหนบอกว่าสถานการณ์ดีขึ้น ไหนบอกว่าการก่อเหตุรุนแรงลดลง แต่การจัดสรรงบท่านกลับไปเน้นที่การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เสียดาย น่าจะเอาเงินเหล่านี้มาตอบสนองการแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยากจนที่สุดในประเทศ และการศึกษาก็ติดอันดับท้าย ๆ ของประเทศ" นายกมลศักดิ์กล่าว
ก้าวไกลเกาะติดงบการข่าว พบพูโลนียังเคลื่อนไหว
ขณะที่ ส.ส. พรรคก้าวไกล ยังเกาะติดการตั้ง "งบข่าวกรอง/งบไอโอ (หน่วยปฏิบัติการจิตวิทยา) อย่างเช่นปีก่อน ๆ โดยนายณัฐวุฒิ บัวปทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เมื่อดูสัดส่วนของงบประมาณแล้วพบว่างบโฆษณาชวนเชื่อ ยังคงมีสัดส่วนสูงสุดเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณทั้งหมด ตามด้วยงบความมั่นคง 35% ขณะที่งบกระบวนการสันติภาพที่ควรได้รับความสำคัญเป็นอย่างสูงกลับมีสัดส่วนเพียง 8% เท่านั้น
โครงการ "ส่งเสริมและเผยแพร่ความจริงที่ถูกต้อง" ที่เคยปรากฏในปีงบประมาณ 2563 และถูกเพื่อนร่วมพรรคของเขาตั้งฉายาว่าเป็น "งบล้างสมอง" ด้วยการส่งทหารเข้าโรงเรียนไปปลูกฝังค่านิยมแบบทหารให้เด็กนักเรียน พยายามครอบงำประชาชนให้คิดในแบบที่กองทัพต้องการ ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นโครงการ "เสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสันติสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้" ตั้งแต่ปี 2564 และยังมีการตั้งงบโครงการเดียวกันนี้ในปี 2565 แต่ปรับลดลง 103 ล้านบาท ซึ่งนายณัฐวุฒิพบว่า "รายละเอียดแทบจะถอดแบบกันมา"
นายณัฐพลกล่าวต่อไปว่า กอ.รมน. ได้ตั้ง "งบสายข่าวชายแดนใต้" ไว้ถึง 850 ล้านบาท แบ่งเป็น งบข่าวกรองเชิงรุก 310 ล้านบาท และยังมีงบนอกแผนบูรณาการอีก 540 ล้านบาท
ส.ส. ก้าวไกลระบุด้วยว่า ลองเปิดเว็บไซต์พูโลนี (Pulony) สามารถเข้าถึงได้ตามปกติ และยังคงผลิตบทความสร้างความแตกแยก โจมตีองค์กรสิทธิมนุษยชนและประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาล จึงตั้งคำถามว่าเว็บแบบนี้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสันติภาพอย่างไร และเห็นว่า "หากสภาจะยังสนับสนุนงบประมาณแบบที่เป็นอยู่นี้ ก็ไม่ต่างกับการราดน้ำมันเข้าไปในกองไฟ"
เขายังเรียกร้องให้รัฐบาลล้มเลิกโครงการโฆษณาชวนเชื่อ "หยุดงานข่าวกรองที่รุกล้ำข้อมูลส่วนบุคคลแบบล้นเกิน หยุดสร้างสายข่าวทูตแห่งความแตกแยก แล้วเอางบเหล่านั้นมาเพิ่มพูนให้กับกระบวนการสันติภาพ"
ขณะที่ พล.อ. ชัยชาญตอบข้ออภิปรายของ ส.ส. ฝ่ายค้านไว้ ดังนี้
- การจัดงบตามแผนบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 7,144.3 ล้านบาท ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโดยตั้งงบกว่า 4,000 ล้านบาท (คิดเป็น 56.9%) ส่วนที่เหลืออีกกว่า 3,000 ล้านบาท เป็นงบด้านความมั่นคง (คิดเป็น 43.1%)
- โครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ ส่วนใหญ่เป็นการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันตนเอง การสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ อาทิ ชุดตรวจหาวัตถุระเบิด (อีโอดี) เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ (แจมเมอร์) เครื่องมือสื่อสาร ชุดอุปกรณ์แพทย์ ฯลฯ
- งบงานด้านการข่าว ยืนยันว่ามีไม่เกิน 700 ล้านบาท ซึ่งงานข่าวถือเป็นสิ่งสำคัญในพื้นที่ หากการข่าวมีประสิทธิภาพ ก็สามารถป้องกันมาไม่ให้เกิดความรุนแรงได้