ประสิทธิ์ เจียวก๊ก ผู้กว้างขวางที่ถูกหาว่า "เข้านอกออกในกองทัพ" และเบื้องหลังไอโอ

นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, "หากผมผิดผมก็รับโทษ" นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง มูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนเข้ามอบตัวที่กองบังคับการปราบปรามวันนี้ (17 พ.ค.)

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก นักธุรกิจพันล้านเจ้าของเครือข่ายธุรกิจหลายกลุ่ม กลายมาเป็นชื่อในข่าวอีกครั้งเพียงไม่กี่เดือน หลังจากที่คณะก้าวหน้าออกมาระบุชื่อของเขาในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการไอโอของกองทัพ เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว 

ประสิทธิ์ ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ตกเป็นผู้ต้องสงสัยและถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกงกว่าพันล้าน ภายหลังกองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นพื้นที่ 9 จุดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัทหลอกลวงนักลงทุนหลายรูปแบบ โดยอ้างถึงการได้รับผลตอบแทนสูง โดยตำรวจติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นบุคคลที่มียศเป็น "พันโทแพทย์หญิง" ประธานโครงการเที่ยวเพื่อชาติ

ล่าสุดวันนี้ (17 พ.ค.) นายประสิทธิ์ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็น "หัวหน้าขบวนการ" ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อที่กองบังคับการปราบปราม โดยเขาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวก่อนเข้าพบเจ้าพนักงานว่าได้นำหลักฐานมาเพื่อต่อสู้คดีและยืนยันในความบริสุทธิ์

นายประสิทธิ์ยอมรับว่าเขาประสบปัญหาทางธุรกิจเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และยืนยันว่าเขาได้ทำความดีเพื่อประเทศชาติมาก่อนที่จะมาทำธุรกิจ

"สิ่งที่พูดไปในอดีตคือข้อเท็จจริง...ผมทำเพื่อชุมชนสหกิจทั่วประเทศ คืนคุณแผ่นดินมาก่อนการระดมทุนเพื่อธุรกิจอีก" เขาบอกและขอให้สังคมแยกเรื่องการระดมทุนเพื่อธุรกิจกับแชร์ลูกโซ่

"คนที่ศรัทธาผม คนที่เชื่อในอุดมการณ์ผม ผมเชื่อว่าฟ้าดินรับรู้ วันนี้ผมมาเพื่อพิสูจน์ จำไว้เลยเราคือคนไทย สิ่งใดก็ตามหากผมผิดผมก็รับโทษ" นายประสิทธิ์กล่าว

คนถือป้ายร้องเรียนที่กองปราบปราม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, กลุ่มผู้เสียหายในคดีหลอกลงทุนพันล้าน กว่า 20 คน ที่ปรากฏชื่อนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก นักธุรกิจชื่อดังเข้าไปเกี่ยวข้อง ทยอยเดินทางมายังกองปราบปราม พร้อมเอกสารหลักฐานที่ถูกหลอกลงทุน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีกับเจ้าหน้าที่

นายประสิทธิ์ คือบุคคลที่ น.ส. พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เคยระบุว่าเป็นหนึ่งในเครือข่ายปฏิบัติการด้านข่าวสาร หรือ information operation (IO) ของกองทัพ

ภายหลังที่เขาตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา มติชนออนไลน์ รายงานว่า พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก ระบุเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า ไอโอของกองทัพเคยมีการชี้แจงไปแล้ว

ส่วนที่มีการร้องเรียนว่าอาจมีกำลังพลของกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจในขบวนการของนายประสิทธิ์ ทางกองทัพบกกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่หากพบว่ามีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องก็พร้อมดำเนินการทันที

นายประสิทธิ์ คือใคร มีธุรกิจอะไรบ้าง และเกี่ยวข้องกับไอโอกองทัพอย่างไร บีบีซีรวบรวมข้อมูลมาไว้ที่นี้

เชื่อมโยงปฏิบัติการไอโอกองทัพ

ในการแถลงเปิดข้อมูลเครือข่ายไอโอกองทัพ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2563 น.ส. พรรณิการ์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้เปิดเผยข้อมูลว่า กองทัพมีปฏิบัติการด้านข่าวสารทำงานผ่านแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานกับทวิตเตอร์ จำนวน 2 แอป ซึ่งมีลักษณะการทำงานที่สามารถทวีตข้อความหลายข้อความได้ในเวลาเดียวกันหรือ "ปั่นแท็ก"

บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของเซิร์ฟเวอร์ที่แอปพลิเคชั่นที่คณะก้าวหน้าอ้างว่าใช้ "ปั่นแท็ก" คือ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือเอ็มกรุ๊ป

ข้อมูลที่คณะก้าวหน้าเปิดเผยระบุว่า เขาเป็นวิทยากรอบรมจิตอาสา 904 และประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ตรงกับข้อมูลที่ตัวเขาเองเผยแพร่ในเว็บไซต์และบัญชีโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการออกมาแถลงโต้ตอบคณะก้าวหน้า

พรรณิการ์ วานิช

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, 54,800 คือจำนวนของบัญชีทวิตเตอร์ที่ "คณะก้าวหน้า" อ้างว่าเป็น "ไอโอ กองทัพ" ขณะที่ ทบ. ชี้แจง "ปฏิบัติการข่าวสารเป็นเรื่องปกติในหลักสูตรทางทหาร"

หลังคณะก้าวหน้าแถลงเปิดข้อมูลเครือข่ายไอโอไม่ทันข้ามวัน ประสิทธิ์ ได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญกรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เอาผิดคณะก้าวหน้า และระบุว่าเขา "ไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นประชาชนคนหนึ่งที่รักใน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างที่สุด"

เขาบอกด้วยว่า สิ่งที่ทำ "เป็นการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์และช่วยส่งเสริมให้ประชาชนได้รู้จักการใช้โซเชียลให้เกิดประโยชน์"

ในกรณีที่ถูกพาดพิงเรื่องที่ให้กองทัพใช้เซิร์ฟเวอร์ของแอปฯ เอ็มเฮลป์มี เขากล่าวว่า สร้างแอปฯ นี้มาเพื่อสังคม และเห็นว่ากองทัพได้ขอใช้มาอย่างถูกต้อง และควรส่งเสริมการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อเผยแพร่ "พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน"

สำหรับแอปฯ เอ็มเฮลป์มี (M-Help Me) มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2561 โดยใช้สถานที่ที่คิงพาวเวอร์

"เป็นผู้เข้านอกออกในกองทัพ"

ในการแถลงของคณะก้าวหน้าครั้งนั้น น.ส.พรรณิการ์ ยังได้แสดงภาพถ่ายของนายประสิทธิ์ ซึ่งเป็นเจ้าของเซิร์ฟเวอร์ที่แอปพลิเคชั่น 2 แอปฯ ว่าเป็นผู้มีกิจการต่าง ๆ และทำกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่ ลงเรียนหลักสูตรของจิตอาสาพระราชทาน เป็นผู้ถวายผ้ากฐินพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าไปบรรยายหลักสูตรพิเศษอบรมการใช้โซเชียลมีเดียของโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน 904 และ "เป็นผู้เข้านอกออกในกองทัพ"

เธอได้แสดงภาพนายประสิทธิ์ โดยอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ในวันสถาปนา ร.31รอ. ทหารหมวกแดงที่ จ.ลพบุรี เดินอยู่ท่ามกลางผู้บัญชาการเหล่าทัพหลายคน

"แสดงว่าเข้านอกออกในและมีความสนิทสนมกันจริง ๆ" น.ส.พรรณิการ์ ระบุ และเสริมว่า พบการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ของบุคคลนี้ในช่วง 3 ปี ในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และเคยให้สัมภาษณ์ว่า "เราจะยิ่งใหญ่กว่ากูเกิลให้ได้"

ด้านนายประสิทธิ์ ประธานกลุ่มเอ็มกรุ๊ปที่คณะก้าวหน้าระบุว่าอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการไอโอของกองทัพ ยอมรับว่าเป็นเจ้าของแอปและเซิร์ฟเวอร์ที่กองทัพบกใช้งานจริง แต่เป็นการให้ใช้ฟรีโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

เอกสารหลักฐานคดีฉ้อโกง

ที่มาของภาพ, Thai NEws Pix

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ขนย้ายเอกสารจำนวนมากที่เป็นหลักฐานในคดีฉ้อโกงที่นายประสิทธิ์เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา

นอกจากนี้วิทยากรของบริษัทยังเป็นผู้เข้าไปสอนเจ้าหน้าที่ทหารให้รู้จักการใช้โซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีต่าง ๆ จริง และให้ใช้โดเมนเนม "เอ็มเฮลป์มี" ของทางเอ็มกรุ๊ปจริง เพราะตนเองเป็นจิตอาสา 904 ภาคประชาชนที่ต้องการคืนคุณแผ่นดินและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

นายประสิทธิ์ยืนยันด้วยว่าไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด แต่ที่สามารถ "เข้านอกออกในกองทัพ" ได้ เพราะได้ทำโครงการพัฒนาความรู้ให้ทหารร่วมกันโดยตนไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด

ทำธุรกิจหลากหลาย ตั้งแต่เจ้าของเว็บไซต์ พัฒนาซอฟต์แวร์ ธุรกิจสายการบิน อสังหาฯ

เว็บไซต์ prasitjeawkok.com ของนายประสิทธิ์ ระบุตัวเองว่าเขาเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ มัณดาวีต์ กรุ๊ป

สำนักข่าวอิศรา ระบุว่าจากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ วันที่ 15 พ.ค. 2564 พบว่า นายประสิทธิ์ เป็นกรรมการบริษัทอย่างน้อย 10 แห่ง ที่มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 1-500 ล้านบาท

สำหรับ บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า จัดตั้งเมื่อปี 2547 ระบุประเภทธุรกิจตอนจดทะเบียนว่าเป็นธุรกิจจัดนำเที่ยว ส่นธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุดเป็นธุรกิจรับจ้างจองห้องพักผ่านอินเตอร์เน็ต

ส่วนบริษัทอื่น ๆ มีการจดทะเบียนประกอบธุรกิจ เช่น ธุรกิจสายการบิน ซึ่งงบการเงินล่าสุดปี 2562 ระบุว่าไม่มีรายได้ ธุรกิจบริหารสำนักงานแบบเบ็ดเสร็จ ธุรกิจสุขภาพ จำหน่ายสินค้า ขายส่งคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ ธุรกิจรับออกแบบ ติดตั้งเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ พัฒนาซอฟต์แวร์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธูรกิจนำเที่ยว

เมื่อปี 2561 ประสิทธิ์ เจียวก๊ก และบริษัท มัณดาวีต์ ทัวร์ จำกัด ยังเคยถูกคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) สั่งปรับเป็นเงินรายละ 500,000 บาท กรณีถูกตรวจสอบพบว่า เสนอขายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้แก่ประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.

เรียกตัวเองว่า "แจ็ค หม่า 2 เมืองไทย" แอ๊ด คาราบาว แต่งเพลงให้

บนเว็บไซต์ prasitjeawkok.com/ ของนายประสิทธิ์ มักจะใช้คำกล่าวในข่าวประชาสัมพันธ์โดยเรียกนายประสิทธิ์ว่าคือ "แจ็ค หม่า 2 เมืองไทย"

ข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ของตัวเขาเอง เขียนบ่อยครั้งถึงวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ และมักจะเน้นย้ำคำว่า "การให้" "การช่วยเหลือ" และ "ยึดมั่นความดี"

เว็บไซต์ของประสิทธิ์ ระบุด้วยว่าแอ๊ด คาราบาว ยังแต่งเพลง "ประสิทธิ์ ผู้ให้" โดยเขียนทั้งเนื้อร้องและทำนอง เผยแพร่เมื่อปี 2562

โครงการคืนคุณแผ่นดิน ทำอะไร

จากการตรวจสอบเว็บไซต์ของนายประสิทธิ์ พบว่าชื่อของโครงการคืนคุณแผ่นดิน มีการทำกิจกรรมหลายอย่างในลักษณะกิจกรรมที่ให้บริจาคสิ่งของต่อหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป เช่น การบริจาคหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และการมีโครงการร่วมกับหน่วยงานราชการ เช่น ความร่วมมือโครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา หรือการมอบรางวัลตำรวจจราจรดีเด่นโดยเป็นโครงการร่วมกับตำรวจจราจร

นอกจากนี้ยังปรากฏกิจกรรมที่เกี่ยวกับการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งบนเว็บไซต์ของเขาปรากฏภาพการตั้งโต๊ะแถลงข่าว และให้รายละเอียดว่าเป็นกิจกรรมที่ "สร้างความเข้าใจ" และ "แสดงข้อเท็จจริง" เพื่อให้สังคม เยาวชน เข้าใจในสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการใช้ทุกช่องทางในการสื่อสารนำเสนอพระราชกรณียกิจทุกพระองค์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน