สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในวัย 60 ปี กับภารกิจสร้าง “ไทยสร้างไทย”

ที่มาของภาพ, Thai news pix
หากไม่มีการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสร้ายในประเทศไทยระลอกใหม่ บ้านหลังใหญ่ ชั้นเดียวในซอยลาดปลาเค้า 60 คงได้คึกคักอีกครั้ง เปิดต้อนรับผู้คนมากหน้าหลายตาที่คงจะเวียนมาอวยพรวันเคล้ายวันเกิดปีที่ 60 ของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในวันที่ 1 พ.ค. 2564
"สืบเนื่องจากโควิดระบาดหนักพอสมควรในกรุงเทพฯ จึงมีข้อจำกัดครับ กิจกรรมก็จะมีใส่บาตรที่บ้าน เป็นการส่วนตัวของที่บ้านคุณหญิง กิจกรรมเปิดใจดังที่เคยแจ้งไว้ยังคงต้องเลื่อนออกไปก่อน" อดีตรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่แยกออกจากพรรคเพื่อไทยมาร่วมก่อตั้งพรรค "ไทยสร้างไทย" บอกกับ บีบีซีไทย
เมื่อไม่สามารถเปิดตัวพรรคได้ในวันเกิดแล้ว ยังไม่แน่ชัดว่าการประชุมใหญ่กลางเดือน พ.ค. เพื่อ เปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิมให้คุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค จะเกิดขึ้นหรือไม่ การสร้างพรรคการเมืองใหม่ที่ "หญิงหน่อย" บอกว่าจะเป็น "ผลงานชิ้นสุดท้าย" ในทางการเมือง ก่อนส่งมอบให้คนรุ่นต่อไปขึ้นมาทำงานแทน
เกือบ 3 ทศวรรษบนเส้นทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นภาพสะท้อนของการเมืองไทยสมัยใหม่ที่ ล้มลุกคลุกคลาน มีสมหวังและผิดหวัง ครั้งแล้วครั้งเล่า เคยมีกระแสข่าวว่าอาจได้ขึ้นเป็นผู้นำประเทศ แต่เพียงไม่กี่อึดใจ ก็ถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ชื่อเสียงและหน้าตาห่างหายไปจากสื่อ แล้วกลับมาเป็นคู่ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรคใหญ่ แต่คล้อยหลังไม่นานก็ถูกลดบทบาท จนต้องลาออกมาตั้งพรรคของตัวเอง

ที่มาของภาพ, Thai news pix
29 ปี กับอาชีพนักการเมือง
หนึ่งในภาพจำที่หลายคนยังติดตา คือ ภาพของ สุดารัตน์ ในวัย 31 ปี จับไมโครโฟนยืนพูดกลางฝูงชนที่มาออกชุมนุมขับไล่ พล.อ. สุจินดา คราประยูร ผู้นำรัฐประหารที่ไม่รักษาสัจจะว่าจะไม่สืบทอดอำนาจ เมื่อปี 2535
ครั้งนั้น เธอเพิ่งแจ้งเกิดทางการเมือง เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กทม.สมัยแรก สังกัดพรรคพลังธรรม ได้ไม่กี่เดือน
สิบปีแรกในชีวิตการเมืองของสุดารัตน์ ถือเป็น "ดาวรุ่ง" ที่มีอนาคตสดใส ได้เป็น ส.ส.ติดกันถึง 5 สมัย เป็นรองโฆษกรัฐบาล เป็น รมช.คมนาคม และเป็น รมช.มหาดไทย อีก 2 ครั้ง
เป็น ส.ส.คนสุดท้าย ของพรรคพลังธรรมในยุคตกต่ำที่สุด เมื่อปี 2539 และยังได้เป็น ผู้สมัครคนแรกของพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2543 ที่แม้จะแพ้ให้กับสมัคร สุนทรเวช แต่ก็ได้รับคะแนนไปกว่า 5 แสนเสียง
ระยะเวลา 10 ปีต่อมา เมื่อย้ายมาร่วมสร้างอาณาจักรไทยรักไทย ในปี 2541 กับคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เป็นช่วงเวลาขึ้นสุด-ลงสุด ของสุดารัตน์ ไม่เพียงได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสำคัญ ทั้ง สาธารณสุข และ เกษตรและสหกรณ์ แต่ยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นจตุตถจุลจอมเกล้า (จ.จ.) ทำให้ได้รับคำนำหน้าว่า "คุณหญิง" เมื่อปี 2548
ด้วยบุคลิกภาพประกอบกับเส้นทางชีวิตทางการเมืองอันโดดเด่น ทำให้บางช่วงเวลา มีหลายคนทำนายทายทักว่านี่อาจเป็น "นายกรัฐมนตรีหญิง" คนแรกของไทย (แต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อนายใหญ่ยกให้น้องสาวได้เป็นก่อน)
แต่หลังพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ในปี 2548 ก็เกิดกระแสต่อต้านรัฐบาลทักษิณ จนกองทัพเข้ามายึดอำนาจอีกครั้ง สุดารัตน์ยังติดบ่วงแหถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จากคดียุบพรรคไทยรักไทย ระหว่างปี 2550-2555 ร่วมกับสมาชิก "บ้านเลขที่ 111" หรืออดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยรวม 111 คน
จากนั้น ชื่อของสุดารัตน์ก็เริ่มห่างหายไปจากแวดวงการเมืองอยู่พักใหญ่

ที่มาของภาพ, Thai news pix
การเกิด 2 ครั้ง และชีวิตครอบครัว
คุณหญิงสุดารัตน์ เกิดเมื่อ 1 พ.ค.2504 ที่ กทม. บิดา คือ สมพล เกยุราพันธุ์ อดีต ส.ส. 3 สมัย (เสียชีวิตปี พ.ศ. 2557) มารดา คือ เรณู เกยุราพันธุ์ (เสียชีวิตปี พ.ศ.2551)
ชีวิตครอบครัว สมรสกับนักธุรกิจ สมยศ ลีลาปัญญาเลิศ มีลูกด้วยกัน 3 คน คือ บอส-ภูมิภัทร, เบสท์-พีรภัทร และ จินนี่-ยศสุดา
คุณหญิงสุดารัตน์เคยเล่าถึงชีวิตครอบครัวไว้กับ The Momentum ว่า แม้จะอยู่ในบ้านพักเดียวกันเป็นครอบครัวใหญ่ แต่สมัยทำงานการเมือง โดยเฉพาะช่วงที่เป็นรัฐมนตรีทำงานหนักมาก กลางวันอยู่กับกระทรวง พอกลับมาก็ต้องเซ็นหนังสืออีก ตี 2-3 ถึงได้นอน แทบไม่ได้คุยกันเลย
"อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ 7-8 โมงเช้าก็ไปหาพ่อแม่ ไปหอมแก้ม แต่ชีวิตเรามันก็ทำได้แค่นั้น แทบไม่ได้คุยกันเลย ส่วนลูก ๆ ก็ดีที่มีสามีช่วยดูแลให้"
แต่หลังการรัฐประหารในปี พ.ศ.2549 พ่วงถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ทำให้เธอมีโอกาสได้กลับไปดูแลครอบครัวอีกครั้ง โดยเฉพาะแม่ที่ป่วยหนัก
คุณหญิงสุดารัตน์เรียนจนชั้น ม.ปลายจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ซึ่งเป็นโรงเรียนคาทอลิกแม้นับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่ได้สนใจหลักธรรมคำสอนมากนัก กระทั่งตอนที่ต้องมาดูแลแม่ที่ป่วย ถึงได้เอาหนังสือสวดมนต์และหนังสือธรรมะมาอ่านให้ฟัง ทำให้เธอเริ่มสนใจธรรมะมากขึ้น กระทั่งบอกว่า "แม่ให้เราเกิด 2 รอบ" คือให้ชีวิตกำเนิดขึ้นมา และให้กำเนิดในทางศาสนา
จากนั้น เธอก็ไปทำโครงการบูรณะสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าที่สวนลุมพินีวัน ประเทศเนปาล และเรียนปริญญาเอก สาขาวิชาพระพุทธศาสนา จากคณะบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยวิทยานิพนธ์ที่ทำให้ได้อีกคำนำหน้าว่า "ดอกเตอร์" คือการประยุกต์หลักคำสอนพระพุทธศาสนามาใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"แม่ยายแห่งชาติ"
กระทั่งปี่กลองการเลือกตั้งกลับมาอีกครั้ง ในปี พ.ศ.2562 คุณหญิงสุดารัตน์ก็หวนกลับมารับบทบาทนำในพรรคเพื่อไทย ทั้งในฐานะ "ประธานกรรมการยุทธศาสตร์" และในฐานะ "หนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี" ของพรรค การนำลูกสาว จินนี่-ยศสุดาไปช่วยหาเสียง แล้วกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ทำให้เธอถูกได้สมญาว่าเป็น "แม่ยายแห่งชาติ"
ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น แม้พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.มากที่สุด แต่ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล ด้วยกติกาอันซับซ้อนที่ให้ ส.ว.แต่งตั้งมาร่วมโหวตเลือกนายกฯ ได้ ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ก็ไม่ได้เป็น ส.ส.
หลังจากนั้น นักการเมืองสตรีรายนี้ ก็ถูกลดบทบาทในพรรคลงเรื่อย ๆ จนตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกช่วงปลายปี 2563

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
งาน "ชิ้นสุดท้าย" ในชีวิตการเมือง
ภาวะของการมี "ดาวฤกษ์" หลายดวง ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพรรคเพื่อไทย ที่มีวัฒนธรรมการเมือง แบบกลุ่ม-ก๊วน-มุ้ง มาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่ยังเป็นพรรคไทยรักไทย
บทความในเว็บไซต์ของ นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ให้ภาพความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยหลังเลือกตั้งปี พ.ศ.2562 ในหลายระดับ ทั้งการเปลี่ยนเลขาธิการพรรคจาก ภูมิธรรม เวชยชัย ไปเป็น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สายตรงของคุณหญิงสุดารัตน์ จนภูมิธรรมพร้อมแกนนำพรรคอีกจำนวนหนึ่งไปตั้งกลุ่ม CARE เพื่อทำงานการเมืองคู่ขนาน แล้วกลับมามีบทบาทในพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง หลังคุณหญิงสุดารัตน์ลาออก ทว่าหัวหน้าพรรคยังเป็น สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สายตรงของนายใหญ่ในดูไบ
จนภายในพรรคเหมือนมี 2 หัว คือ "ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค - หัวหน้าพรรค"

ที่มาของภาพ, Thai news pix
เวลาผ่านไปท่ามกลางการกระทบกระทั่งกัน จนการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคในปี พ.ศ.2563 มีการลดบทบาทและเคลียร์คนของ "เจ้าแม่ กทม." จากตำแหน่งสำคัญ
จนในที่สุดมาถึงจุดแตกหัก เมื่อคุณหญิงสุดารัตน์พร้อมด้วย โภคิน พลกุล, วัฒนา เมืองสุข และ พงศกร อรรณนพพร ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมจัดตั้ง "กลุ่มสร้างไทย" ขึ้น
ตลอดทั้งเดือน ก.พ.2564 คุณหญิงสุดารัตน์เดินสายพบปะและพูดคุยกับสื่อมวลชนหลายสำนัก เพื่อแนะนำตัวพรรคการเมืองใหม่ที่กำลังจะจัดตั้งขึ้น คือ "พรรคไทยสร้างไทย" พร้อมคำประกาศว่าจะเป็นผลงานชิ้นเอก หรือ masterpiece ชิ้นสุดท้ายทางการเมืองของตัวเอง
พรรคไทยสร้างไทย ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งรับจดทะเบียนแล้ว เมื่อ 25 มี.ค.2564 จะเดินหน้า 2 นโยบายสำคัญ คือ ปรับปรุงรัฐราชการที่ใหญ่โตมาตลอด 7 ปีของยุค คสช.ให้เล็กลง และเสริมพลังและสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อย
พร้อมจุดยืนสำคัญ คือจะไม่แตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ดึงลงมาอยู่ในวังวนความขัดแย้ง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
พลิกโควิดเป็นโอกาส
ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 คุณหญิงสุดารัตน์ อดีต รมว. สาธารณสุข เคลื่อนไหวแสดงความเห็น และ "วิสัยทัศน์" ผ่านทางสื่อมวลชนทั้งโทรทัศน์ที่เข้าถึงผู้ชมวงกว้างและสื่อสังคมออนไลน์ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในเรื่องการแก้ปัญหาการระบาดและผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ประชาชนจำนวนมากไม่พอใจกับการแก้ปัญหาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อม กับการออกแจกข้าวของที่จำเป็นให้ประชาชนในหลายพื้นที่ใน กทม.
เมื่อนายเก่า ใช้สื่อใหม่ เช่น คลับเฮาส์ สื่อสารกับพลเมืองดิจิทัล แสดงวิสัยทัศน์ คุณหญิงหน่อยก็ไม่น้อยหน้า ปรากฏตัวหลายครั้งทั้งในห้องที่คุยเรื่องการแก้ปัญหาวิกฤตสาธารณสุข และห้องผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด
ที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ถูกโยงมาตลอดว่ามีสายสัมพันธ์อันดีกับผู้นำกองทัพ ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธ แม้ยอมรับว่ารู้จักบ้างบางคน แต่คนละอุดมการณ์กัน และจะไม่ยอมรับการสืบทอดอำนาจเด็ดขาด
ในโอกาสอายุครบ 60 ปี ก้าวย่างต่อไปของสตรีผู้นี้ จึงยังคงน่าสนใจ











