เลือกตั้ง 2562 : สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ หญิง เพื่อไทย โต้ภาพลักษณ์พรรคใต้เงานายใหญ่-ประชานิยมพ่นพิษ

คำบรรยายวิดีโอ, 5 คำถามกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
    • Author, เรื่องโดย หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, วิดีโอโดย ภานุมาศ สงวนวงษ์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นผู้หญิง 1 ใน 6 คน ที่ได้รับการเสนอชื่อท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

นอกจากเธอยังมีชื่อนารีรายอื่น ๆ อาทิ กัญจนา ศิลปอาชา จากพรรคชาติไทยพัฒนา, นางนลินี ทวีสิน พรรคเพื่อธรรม และ ณหทัย ทิวไผ่งาม พรรคประชาชาติ

ผ่านมาเกือบ 5 ปี หลัง "นายกฯ หญิงคนแรกของไทย" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ถูกโค่นอำนาจลงด้วยการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้ง "ผู้นำสูงสุดของ คสช." และ "คนการเมือง" กลับมาต่อสู้-วัดพลังผ่านสมรภูมิเลือกตั้ง

บทสนทนาระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ กับบีบีซีไทย เกิดขึ้นก่อนวันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการเสนอชื่อ "นายกฯ ในบัญชี" ของพรรคการเมืองต่าง ๆ

ทว่าหลัง "ข่าวลือสะเทือนแผ่นดิน" กลายเป็น "ข่าวจริง" เมื่อ 8 ก.พ. มีรายงานข่าวจากอดีตรัฐมนตรีของ "พรรคทักษิณ" ว่าแคนดิเดตนายกฯ หญิงของพรรคเพื่อไทยถึงขั้น "เข่าทรุด" เมื่อการลงแรงกายแรงใจที่ผ่านมาสูญเปล่า.. ความฝันที่มีหลุดลอยไปต่อหน้า ท่ามกลางอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาของ "พรรคพี่-พรรคน้อง" และชะตากรรมอันไม่แน่นอนของ "การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์"

ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้า ทษช. เข้ายื่นพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นนายกฯ ในบัญชีของพรรค เมื่อ 8 ก.พ.

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้า ทษช. เข้ายื่นพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นนายกฯ ในบัญชีของพรรค เมื่อ 8 ก.พ. ก่อนที่ กกต. จะไม่ประกาศพระนามในอีก 3 วันต่อมา

ผ่านไป 3 วัน คุณหญิงสุดารัตน์ถึงยอมปรากฏตัวต่อสาธารณะ โดยระบุว่าเรื่องของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ไม่เกี่ยวกับ พท. ไม่ได้คุยกับแกนนำ ทษช. แต่เห็นว่า "วันนี้ต้องเทิดทูนดำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เมื่อมีพระราชโองการมาแล้ว ทุกฝ่ายต้องน้อมรับไว้เหนือเกล้า"

เพื่อไทยขอ "สงบอย่างมีคุณภาพ"

ย้อนไปปลายเดือน ม.ค. ซึ่งยังไม่ปรากฏชื่อ "นารี" รายอื่น ๆ นอกจากคุณหญิงสุดารัตน์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ เธอตอบคำถามบีบีซีไทยที่ว่าอนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไรหากได้ "นายกฯ หญิง" หลังการเลือกตั้งปี 2562 โดยระบุว่าคงไม่เกี่ยวว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาเยอะมากจากความขัดแย้งทางความคิดตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา และเสียโอกาสไปเยอะ ดังนั้นประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้า และเกิดความสงบอย่างมีคุณภาพ

"สงบภายใต้ 4-5 ปีที่อยู่มานี้ มันเป็นความสงบที่เสียสิทธิและเสรีภาพไปด้วย แต่ความสงบสำหรับเพื่อไทยจะสงบอย่างมีคุณภาพ คือเรายังให้สิทธิเสรีภาพแน่นอน แต่ที่สำคัญคือเป็นความสงบที่มีคุณภาพ ปากท้องของคน เศรษฐกิจจะต้องดีด้วย" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

หลังเปิดหน้าในฐานะหัวหอกทีมเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นักการเมืองผู้มีอายุในวงการ 27 ปี ปรากฏกายด้วยภาพลักษณ์ใหม่ ซึ่งหลายคนเห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่าช่างละม้ายคล้ายคลึงกับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

คุณหญิงสุดารัตน์ยิ้มรับคำแซวก่อนบอกปัดว่า "ก็ไม่ได้ปรับ (ภาพลักษณ์) อะไรนะคะ ก็ยังเป็นตัวตนแบบเดิม เพราะอายุมากแล้วค่ะจะปรับคงยาก เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นค่ะ"

เจ๊นิวลุคส์

ที่มาของภาพ, ThaiNewsPix/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ กับลุคส์ใหม่ เมื่อ ธ.ค. 2561 ที่ดูละม้ายอดีตนายกฯ หญิงคนแรกของไทย

แม้ยอมรับว่าปัญหาความทัดเทียมระหว่างหญิง-ชาย ยังมีอยู่บ้างในการเมืองไทย แต่คุณหญิงสุดารัตน์ ก็อยากใช้ความเป็นผู้หญิงที่มี "จิตวิญญาณของความเป็นแม่" ซึ่งหมายถึงการมองอะไรระยะยาวและมองไปสู่อนาคตเพื่อแก้ไขปัญหาบางเรื่องที่ต้องทำอย่างยั่งยืน

ไม่ขอแปร "จินนี่ฟีเวอร์" เป็นคะแนนเพื่อไทย

หากพูดถึงความเป็นแม่ ทั้งหนุ่มน้อย-หนุ่มใหญ่ต่างยกให้คุณหญิงสุดารัตน์เป็น "แม่ยายแห่งชาติ" หลัง ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือจินนี่ บุตรสาวของเธอ ปรากฏกายเคียงคู่มารดาในระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำเมื่อ พ.ย. 2561

"ยังไม่ทันถึงบ้านเลย ข่าวก็เริ่มออก เราก็ตกใจ ก็ถามลูกว่าคิดอย่างไรถึงมาเดินกับแม่ เขาบอกว่าพี่นักข่าวเดินไปตามจินนี่ ทีแรกจินนี่เดินอยู่กับพ่อ (สมยศ ลีลาปัญญาเลิศ) ด้านหลัง เขาบอกว่าอยากได้รูปกับคุณแม่ หนูก็เลยมาเดินกับแม่ และหนูก็งงมากว่าทำไมมันถึงเป็นข่าว" คุณหญิงหน่อย ย้อนนึกถึงวันที่ชื่อ "จินนี่" กลายเป็นแฮชแท็กยอดนิยมในทวิตเตอร์ไทย

จินนี่

ที่มาของภาพ, Thai News Pix/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, จินนี่-ยศสุดา ตกเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง หลังปรากฏตัวพร้อมมารดาของเธอ

ความโด่งดังที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ทำให้ จินนี่ นิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของตนไปราวสัปดาห์ "ถึงขนาดว่าเลิกเรียนแล้ว เด็กสาวก็จะไปกินเค้ก ไปกินไอศกรีมตามห้าง นี่คือไม่ไปไหนอยู่สัปดาห์น่ะค่ะ คือตกใจอยู่เหมือนกัน เลิกเรียนเสร็จกลับบ้านเลยเพราะไม่ทราบจะวางตัวอย่างไร"

กว่าแม่-ลูกจะมีโอกาสจับเข่าคุยกัน กระแสก็ผ่านไป 2-3 วัน หลังคุณหญิงสุดารัตน์ กลับจากหาเสียงในต่างจังหวัด ความรู้สึกทั้งด้านบวก-ด้านลบ พรั่งพรูจากปากเด็กสาววัย 19 ปีที่กลายเป็น "คนในข่าว" แต่เธอก็แข็งแกร่งพอจะผ่านมันมาได้

ปรากฏการณ์ "จินนี่ฟีเวอร์" จาก "พรรคเพื่อเธอ" จะแปรเป็นคะแนนเสียงให้คุณหญิงสุดารัตน์และพรรคเพื่อไทยได้บ้างหรือไม่?

มารดาวัย 57 ปีปฏิเสธทันควัน "เราไม่ได้คิดที่อยากจะใช้กระแสของลูกมาเพื่อที่จะให้เกิดกระแสต่อการเมืองนะคะ เพราะพรรคก็คงอยากได้ให้คนเลือกด้วยเหตุผล ด้วยสิ่งที่เขาเห็นว่านโยบายเหล่านั้นที่เรานำเสนอจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนความเมตตาความกรุณาที่มีต่อน้องจินนี่ ในฐานะแม่ก็ต้องขอบคุณนะคะ ก็ฝากลูกเอาไว้ให้เป็นลูกของครอบครัวของสังคมไทยเอาไว้"

มีปัญหา "พึ่งเจ๊ได้"

นอกจากสถานะ "แม่ยายแห่งชาติ" คุณหญิงสุดารัตน์ ยังเป็นผู้หญิงในวงการการเมืองไม่กี่คนที่ถูกตั้งคำนำหน้าชื่อว่า "เจ๊" ไม่มีใครเคยรู้ว่าลึก ๆ แล้วเธอชอบหรือไม่ชอบคำเรียกขานนี้

แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียง เมื่อต้น ก.พ. 2562

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเพื่อไทย

คำบรรยายภาพ, แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียง เมื่อต้น ก.พ. 2562

"ก็เป็น 'เจ๊หน่อย' มานานแล้วเหมือนกันนะคะ" เธอพูดพลางหัวเราะเล็ก ๆ ก่อนเฉลยความในใจว่าไม่ถึงขนาดว่าชอบหรือไม่ชอบขนาดนั้น เพียงแต่คำว่าเจ๊ในสังคมไทยก็จะเป็นเหมือนกับขาลุยหน่อย ออกลูกนักเลงหน่อย ซึ่งอาจมาจากบุคลิกที่ค่อนข้างลุยและเป็นนักสู้ตั้งแต่เข้าการเมืองใหม่ ๆ

"ไม่เป็นไรค่ะ เรียกอย่างไรก็ได้ แต่ว่าเราเองก็คิดว่าความเป็นเจ๊ก็ดีเหมือนกัน เพราะนอกจากมันจริงแล้ว ยังสามารถที่จะเหมือนเป็นที่พึ่งของคนได้น่ะค่ะ ยังไงก็พึ่งเจ๊ได้อะไรอย่างนี้น่ะค่ะ"

ในการหาเสียงเลือกตั้งช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มักปรากฏภาพข่าว-หัวข่าวในทำนองคุณหญิงหน่อย "บุกถาม-สอนมวย-จี้-บี้" ทหารที่ตามประกบขบวนหาเสียงของเพื่อไทย ซึ่งดูคล้าย "เจ๊" ลุยหนัก-ดุดันมากเป็นพิเศษ

เธอแจกแจงว่าสิ่งที่สื่อสารออกไปไม่ใช่การดุ แต่ต้องแสดงความเด็ดเดี่ยวในเชิงจุดยืน หลังพบว่าชาวบ้านยากจนหนัก-ทุกข์หนักกับปัญหาปากท้องหลังรัฐประหารปี 2557 กลายเป็นคำขวัญประจำตัว "อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ" ซึ่งประชาชนมักทวงถาม คุณหญิง สุดารัตน์ ให้ทวนคำนี้เมื่อปรากฏตัวตามเวทีปราศรัยต่าง ๆ

ครวญถูก "เขาบังคับให้ทุบบ้านครึ่งหนึ่งทิ้ง"

ถึงขณะนี้ พรรคเพื่อไทยยังไม่ปล่อยชุดนโยบายหาเสียงเลือกตั้งแบบครอบคลุมทุกด้านออกมาให้สังคมได้ยล ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่ลงตัวในทีมจัดทำนโยบาย ต่างจาก "พรรคน้อง" อย่างพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่ประกาศนโยบายออกมาก่อนหน้านี้ โดยไม่ลืมอ้าง-อิงความสำเร็จดั้งเดิมของพรรคไทยรักไทย (ทรท.)

ภาพหาเสียง

ที่มาของภาพ, กองโฆษก ทษช./พท.

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทษช. เลือกใช้คำขวัญ "คิดใหม่ ทำใหม่ กล้าเปลี่ยนแปลง" ซึ่งเป็นคำขวัญหลักของ ทรท. ในการเลือกตั้งปี 2544 (คิดใหม่ ทำใหม่)

ขณะที่พรรคเพื่อไทยมาพร้อมคำขวัญ "เพื่อไทย หัวใจคือประชาชน" ซึ่งก็เป็นคำขวัญของ ทรท. ในการเลือกตั้งปี 2548 (ไทยรักไทย หัวใจคือประชาชน)

เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ อธิบายว่าปรัชญาในการคิดนโยบายต่าง ๆ ของพรรคเพื่อไทยจะเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่วน ทษช. คงไม่สามารถตอบแทนได้ แต่รากเหง้ามาจากจุดเดียวกัน เป็นคนไทยรักไทยเหมือนกันและมาอยู่พรรคเพื่อไทยด้วยกัน แต่ต้องจำใจแยกกันไปเพราะรัฐธรรมนูญ "เขียนมาเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้ใหญ่ต่อไป"

"มันทำให้คนอีกครึ่งหนึ่งของพรรคไม่มีที่อยู่ ไม่รู้จะไปอย่างไร อยู่กับพรรคก็ไม่มีที่อยู่ ถ้าได้ ส.ส. เขต ก็ไม่ได้ปาร์ตี้ลิสต์แล้ว ดังนั้นเขาก็ต้องจำใจไปอ่ะค่ะ ต้องออกจากบ้านหลังนี้ไปสร้างบ้านหลังใหม่ แต่เรามาจากบ้านหลังเดียวกัน บางคนก็จะคิดคล้าย ๆ กัน มีแนวคิด มีนโยบายคล้าย ๆ กัน มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติซึ่งก็เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้" และ "เราเองก็จากกันแบบไม่ได้เป็นศัตรู เพราะว่าเราไม่ได้ทะเลาะกันจนบ้านแตก.. เขาบังคับให้ทุบบ้านครึ่งหนึ่งทิ้ง มันเป็นความจำใจ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแนวคิดหลักการได้"

การเลือกตั้งปี 2562 ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของพรรคลูกหลานไทยรักไทย ที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ไม่ครบทุกเขตครั้งแรกในรอบ 17 ปี ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่อง "แบ่งบท" กันเล่นกับ ทษช.

หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์เลือกตั้งเพื่อไทยตั้งคำถามกลับว่า "ถ้าตรงนั้นเราไม่มีคน เราจะไปดิ้นรนแบบไหนในระยะเวลาแบบนี้" พร้อมแสดงความมั่นใจว่าการส่งผู้สมัคร ส.ส. ไม่ครบทุกพื้นที่ทั้งประเทศจะไม่เกิดผลกระทบต่อการเสนอตัวเป็น "นายกฯ ในบัญชี" ของพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด

ลั่นใช้งบประชานิยมอย่างชาญฉลาด แต่ยอมรับจำนำข้าวเป็นบาดแผล

แม้ว

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย นำพรรคชนะเลือกตั้งปี 2548 และจัดตั้งรัฐบาลพรคเดียว 377 เสียง

กับคำถามที่ว่าหากสามารถแก้ไขภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยได้หนึ่งอย่างเพื่อสร้างการยอมรับในกลุ่มประชาชนที่ไม่นิยมเพื่อไทย อยากแก้ไขเรื่องใด ระหว่างการอยู่ใต้เงานายใหญ่, ระบบพรรคครอบครัว, ประชานิยมพ่นพิษ?

คุณหญิงสุดารัตน์ ยิ้มหวานรับคำถามหนัก ๆ ก่อนกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าทั้งหมดนี้เกิดจากมันสมองและการคิดนอกกรอบของคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นรากของพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน แต่ขณะนี้มาสู่บทบาทใหม่เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ไม่อนุญาตให้ ทักษิณ หรือครอบครัวบริหารจัดการพรรคแบบในอดีต

"แต่ก่อนคุณทักษิณอาจเข้ามาบริหารจัดการพรรคได้ถึงแม้ว่าตัวไม่อยู่ แต่ในปัจจุบันนี้กฎหมายได้ห้ามแล้ว ดังนั้นคุณทักษิณก็ไม่อยากทำอะไรที่ทำให้พรรคเกิดความเสียหายแน่"

ส่วนนโยบายประชานิยม หญิงหน่อย ขอท้าว่าพรรคต้นสังกัดของเธอไม่เคยแจกเงินให้กับประชาชนฟรี ๆ โดยไม่คำนึงถึงการก่อให้เกิดรายได้หรือทรัพย์สินใหม่ ๆ

"เราไม่เคยจ่ายเช็คช่วยชาติฟรี ๆ เราไม่เคยจ่ายเงินให้ประชาชนโดยไม่รู้ว่าจ่ายไปแล้วมันแค่เยียวยา เหมือนกับเราเป็นแผลถึงกระดูก แค่ทายาแดง อย่างนั้นประชาชนไม่หายจน.. สิ่งที่เราทำทุกครั้งเราใช้งบประมาณอย่างระมัดระวัง และต้องบอกว่าเราพยายามใช้งบประมาณอย่างชาญฉลาดเพื่อให้งบประมาณทุกเม็ดที่ลงไปมันไปถึงคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ"

ทว่าทัศนะของคุณหญิงสุดารัตน์ อาจขัดต่อภาพจำ-ความรับรู้ของสังคมเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยต้องโทษจำคุกในคดีทุจริต ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

บุญทรง เตริยาภิรมย์

ที่มาของภาพ, ThaiNewsPix/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, สีหน้า บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว. พาณิชย์ อดีต รมว. พาณิชย์ สลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งจำคุก 42 ปี คดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เมื่อ ส.ค. 2560

คุณหญิงหน่อย ขอให้แยกเรื่องนี้ออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนหลักการ เธอบอกว่าคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ชี้ว่าหลักการไม่ผิด

"ไม่ได้เป็นโครงการที่เสียหายหรือเป็นประชานิยมแบบมอมเมา มันคือการลงทุนแล้วได้ข้าว แล้วมาชะลอขายข้าวต่อ" แต่พอเกิดรัฐประหาร ทำให้ข้าวที่ค้างอยู่ขายไม่ได้ กว่าจะขายได้ก็ผ่านมาหลายปีและถูกตีเป็นราคาข้าวเน่า ทั้งที่เจ้าของโรงสี/ผู้เก็บข้าวบอกว่ายังเป็นของที่มีคุณภาพดี จึงเกิดการขาดทุนมหาศาลและบอกว่าเป็นความผิดของรัฐบาลในชุดนั้น

"ตรงนี้ถ้าพิสูจน์จริง ๆ ก็สามารถพิสูจน์ได้ และระบบที่เป็นอยู่ที่มีการรัฐประหารมันอาจจะพิสูจน์ไม่ได้ แต่ถ้าในระบบยุติธรรมปกติน่าจะพิสูจน์ได้นะคะ"

ส่วนที่สองคือส่วนปฏิบัติที่เกิดการรั่วไหล ในทุกโครงการมีทั้งนั้น ไปดูว่าผู้ปฏิบัติในแต่ละระดับมีปัญหาอย่างไร แต่ขอให้เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ได้มาตรฐาน

เมื่อถูกถามย้ำว่า ไม่ได้คิดว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นบาดแผลของพรรคเพื่อไทย?

"เป็น ๆ ๆ ค่ะ แน่นอน" คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบ แต่ย้ำว่าขบวนการที่เธอร่ายมาข้างต้นทำให้สังคมได้รับข้อมูลข่าวสารที่แตกต่างกันไป

หมายเหตุ : ติดตามรายงานพิเศษชุด "เลือกตั้ง 2562 : 5 คำถามแทงใจผู้นำพรรคการเมือง กับ 5 คำตอบโดนใจผู้อ่านบีบีซีไทย" ได้ทางยูทิวบ์ BBC News ไทย เราจะอัพเดทวิดีโอใหม่ทุกวันพุธ

Presentational grey line
แบนเนอร์เลือกตั้ง

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562