โควิด-19 : คนไทยในอินเดียรับมืออย่างไรกับวิกฤตการระบาดรอบใหม่

ที่มาของภาพ, จิดาภา รูปะวิเชตร์
"มันแย่ มันหนักมาก" จิดาภา รูปะวิเชตร์ หรือไอรีน ชาวไทยผู้อาศัยอยู่ในรัฐจัมมูและแคชเมียร์ ดินแดนใต้การปกครองของประเทศอินเดีย บอกกับบีบีซีไทย
ในวันที่มีคนมากมายในอินเดียเสียชีวิตขณะรอเตียงในโรงพยาบาล และออกซิเจนก็ขาดแคลนไปทั่วประเทศ หญิงวัย 38 ปี เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "คนไทยในอินเดีย" บอกกับว่าสถานการณ์เป็นตามที่ "ทุก ๆ คนได้เห็นภาพตามข่าวที่ออกไป"
แม้รัฐจัมมูและแคชเมียร์จะไม่ใช่ภูมิภาคที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รุนแรงที่สุดในอินเดีย แต่คำบอกเล่าของเธอก็ทำให้เราจินตนาการได้ว่าเมืองอื่น ๆ ของอินเดียกำลังวิกฤตแค่ไหน
"ครอบครัวไอรีนเองไม่กล้าที่จะออกจากบ้านเลย ไม่กล้าจะไปใช้ชีวิตประจำวันนอกบ้าน แม้จะไปซื้อของ ไปซูเปอร์ฯ... เราไม่กล้าที่จะไป เพราะเราไม่รู้ไง เกิดความระแวง ไม่รู้ว่าใครมีเชื้อโควิด" จิดาภา เล่า โดยบอกว่ารัฐจัมมูและแคชเมียร์มีผู้ติดเชื้อเพิ่มกว่า 2,000 รายต่อวันจากที่เพิ่มแค่หลักร้อยก่อนหน้านี้

ที่มาของภาพ, จิดาภา รูปะวิเชตร์
ขณะที่ประชาชนในอิสราเอลไม่ต้องใส่หน้ากากในที่กลางแจ้งอีกต่อไป และคนในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็สามารถเดินทางไปหากันโดยไม่ต้องกักตัวแล้ว การระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุดในอินเดียทำให้มีคนในประเทศติดเชื้อเพิ่มถึง 2 ล้านคนในช่วงเวลาแค่ 1 สัปดาห์
ล่าสุด ศบค. ยังได้ประกาศระงับการยื่นขอใบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศ (COE - Certificate of Entry) ของชาวต่างชาติที่ประสงค์เดินทางมาจากประเทศอินเดีย ส่วนคนไทยที่เดินมาต้องกักตัวเพิ่มเป็น 21 วัน ท่ามกลางความกังวลเรื่องโควิดสายพันธุ์อินเดีย
ตอนนี้ ยอดผู้เสียชีวิตในอินเดียทะลุ 200,000 ราย นับว่าร้ายแรงเป็นอันดับที่ 4 ตามหลังสหรัฐฯ บราซิล และเม็กซิโก

ที่มาของภาพ, EPA
จิดาภาบอกกับบีบีซีไทยว่า จำนวนคนติดเชื้อทั่วประเทศที่เพิ่มจากหลักหมื่นเป็นสามแสนรายทำให้คน "แพนิค" หรือตื่นตระหนก กันไปหมด "ไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าทำอะไร"
เธอบอกว่าการระบาดในระลอกใหม่เกิดจากความหละหลวมและชะล่าใจ
"ในช่วงโควิด[ระบาด] เขาก็คิดว่ามันคงไม่มีอะไรมากมาย บางคนไม่ใส่หน้ากากอนามัยอะค่ะ ...มันก็อาจจะมีส่วนที่ทำให้โควิดระบาดขึ้นมาอีก"
ชินแล้ว

ที่มาของภาพ, ราตรี กุมาร
แม้ว่าสถานการณ์ในเมืองบังกาลอร์ในรัฐกรณาฏกะ หนักกว่าที่รัฐจัมมูและแคชเมียร์ แต่ ราตรี กุมาร หญิงไทยซึ่งอยู่ในเมืองทางตอนใต้ของอินเดียเมืองนี้บอกว่า ไม่ได้เครียดมากเพราะชินแล้ว
หญิงวัย 33 ปีผู้นี้บอกว่า เฉพาะเมื่อวันที่ 27 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมาราว 17,000 คน และรัฐบาลประกาศล็อกดาวน์อีก 14 วันตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. แต่ก็ไม่ค่อยเครียดแล้วเพราะปีที่แล้วต้องเผชิญการล็อกดาวน์ไปถึง 6 เดือน ทำให้เธอที่มีอาชีพเทรนเนอร์ หรือครูฝึกด้านการออกกำลังกาย ต้องเปลี่ยนมาสอนทางช่องทางออนไลน์ทั้งหมด
"เมื่อปีที่แล้วนี่เครียดนิดนึง เพราะว่าเราเคยทำงานใช่ไหม ล็อกดาวน์ 6 เดือนนะ ครึ่งปีที่ไม่ได้ไปไหน อยู่แต่ในบ้านแล้วก็อาทิตละครั้งที่ไปซื้อของมาตุนไว้"
ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ราตรีบอกว่าทุกคนเตรียมตัวเป็นอย่างดีเพราะรู้ดีว่าการระบาดต้องมาถึงตัว จากนั้นผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มลดหลังปีใหม่
"สองเดือนที่แล้ว[ผู้ติดเชื้อเพิ่มในบังกาลอร์]ลดลงอยู่ที่ห้าร้อย สี่ร้อย สามร้อย หนึ่งร้อย มันจะหมดแล้วอะค่ะ"

ที่มาของภาพ, ราตรี กุมาร
ราตรี เห็นตรงกับ จิดาภา จากรัฐจัมมูและแคชเมียร์ ว่า การระบาดระลอกใหม่มาจากความหละหลวมและชะล่าใจ เพราะมีการจัดงานเทศกาลกันมากมาย ทั้งงานเลี้ยงสังสรรค์และงานแต่งงาน
"ทุกคนเขาคิดว่าโควิดมันจะหมดแล้ว คนเขาก็แฮปปี้แล้ว เหลืออีกนิดเดียวจะหมดแล้ว ทุกคนก็เลยชะล่าใจ"
ราตรีบอกว่า ตอนนี้มาตรการล็อกดาวน์อนุญาตให้คนออกไปซื้อของได้ระหว่าง 6 โมงเช้าถึง 10 โมงเช้าเท่านั้น เธอบอกว่า "ก็กลัว ๆ อยู่เหมือนกันแต่ก็พยายามป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด เวลาไปร้านค้าก็[ใส่หน้ากากอนามัย]สองชั้นเลยค่ะพี่ ชั้นเดียวไม่พอ ถุงมือด้วยค่ะ ใส่ไปซื้อของ เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว"
แม้ว่าตอนนี้บังกาลอร์เองเริ่มจะขาดแคลนออกซิเจน และเตียงในโรงพยาบาลเริ่มจะไม่เพียงพอ แต่ราตรีบอกว่าก็ยังไม่รู้สึกกังวลเท่าไร และ "ชินแล้ว" ก็เป็นคำที่เธอกล่าวกับบีบีซีไทยอยู่บ่อยครั้ง
"พยายามทำให้ตัวเองไม่เครียด ทำให้ตัวเองเครียดน้อยลงที่สุดเท่าที่จะทำได้"
เมื่อถามว่าอยากจะส่งสารไปถึงเพื่อนชาวไทยอย่างไรบ้างในฐานะที่กำลังเผชิญการระบาดระลอกใหม่เช่นกัน ราตรีบอกเพียงว่า "เวลาออกไปข้างนอกก็พยายามป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด ถ้าไม่จำเป็นก็อยู่บ้านดีกว่า"











