โควิด-19 : "ทองแท้ไม่กลัวไฟ" เป็นมาอย่างไร ขณะรายชื่อเรียกร้องอนุทินลาออกจากตำแหน่งใกล้ 2 แสน

ที่มาของภาพ, Reuters
ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ การถกเถียงเรื่องประสิทธิภาพในการรับมือของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็เข้มข้นมากขึ้นเช่นกัน
ด้านหนึ่งเสียงสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้วยแฮชแท็ก "ทองแท้ไม่กลัวไฟ" ทางทวิตเตอร์ มีการทวีตด้วยแฮกแท็ก #Saveอนุทิน ถึง 1.4 แสนครั้งอีกด้านหนึ่ง ผู้ลงชื่อเรียกร้องให้ รมว.สธ. ผู้นี้ ลาออกทางกระทู้ของเว็บไซต์ change.org ที่ใกล้ 200,000 รายชื่อเข้าไปทุกที ทำให้อีกฝ่ายอย่างนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล บอกว่าเป็น "ทองไม่รู้ร้อน" มากกว่า
ใกล้ 200,000 รายชื่อ
ประเด็นถกเถียงนี้เริ่มต้นจากที่บุคคลหรือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "หมอไม่ทน" ได้ทำแคมเปญบนเว็บไซต์ change.org เรียกร้องให้นายอนุทินลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากมองว่า ไม่สามารถรับมือกับการระบาดในประเทศไทย ทั้งเรื่องนโยบาย การจัดการทรัพยากร การจัดหาวัคซีน ตลอดจนถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรทางการแพทย์

ที่มาของภาพ, change.org
นอกจากนี้ "หมอไม่ทน" ยังบอกว่า รมว.สธ. ผู้นี้ขาดวิสัยทัศน์ที่เหมาะสมจากที่เคยพูดว่าโรคระบาดนี้ "เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา" และเมื่อมีแพทย์ติดเชื้อ ก็พูดว่าต้องไป "หวด" ที่แพทย์ไม่ระวังตัวเอง
"จากความล้มเหลวทั้งหมดนี้ เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเราไม่อาจจะให้เวลาอันมีค่าของเรา หมดสิ้นไปกับการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพไม่มากพอได้ ขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลาออก และให้ผู้ที่มีความสามารถ มีความเหมาะสมมากกว่าเข้ารับตำแหน่ง ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังตกอยู่ในความวิกฤตนี้" แถลงการณ์ของ "หมอไม่ทน" ระบุ
#ทองแท้ไม่กลัวไฟ
หลังจากนั้น ได้มีเพจเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลหลายแห่ง อาทิ รพ.ปากช่องนานา จ.นครราชสีมา รพ.ลำปาง รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก ได้ออกมาโพสต์ข้อความให้กำลังใจนายอนุทิน พร้อม แฮชแท็ก #ทองแท้ไม่กลัวไฟ และ #Saveอนุทิน จนมีประชาชนจำนวนมากไปวิพากษ์วิจารณ์รวมถึงตั้งคำถามว่าเหตุใดโรงพยาบาลเหล่านี้ออกมาจึงออกมาเคลื่อนไหวในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันด้วยคำพูดคล้ายกันเช่น #ทองแท้ไม่กลัวไฟ และ #ทองแท้ย่อมเป็นทองแท้
ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งเขียนความคิดเห็นลงในโพสต์โดยโรงพยาบาลลำปางว่า "เป็นหมอทำไมเลียเก่งคะ อายคนไข้บ้าง" ขณะที่อีกคนระบุว่า "ขัดแย้งกับสิ่งที่เห็นมาก แอดมินโรงพยาบาลโดนบังคับโพสต์หรือเปล่าครับ หรือเป็นหนังสือเวียนแบบเร่งด่วนหรือให้ใช้ข้อความนี้"

ที่มาของภาพ, facebook/โรงพยาบาลลำปาง
ในเวลาต่อมา นายอนุทินให้สัมภาษณ์ตอบโต้กรณีการล่ารายชื่อว่า "ผมทำงานอยู่ไม่เป็นไร ผมก็ทน ผมคิดว่าผมยังทำงานกับหมอได้ หมอที่ไหนไม่ทน แต่หมอกระทรวงสาธารณสุขยังทนทำงานอยู่"
นายอนุทินบอกอีกว่า เขากำลังทำงานอยู่และรับฟังทั้งคนที่ชมและวิพากษ์วิจารณ์
ส่วนเรื่องการเรียกร้องให้ลาออกนั้น รมว. สธ. บอกว่า "ตอนเข้า ผมก็ขอเขามาที่นี่ ถ้าจะไปผมก็ขอไปด้วยตัวเอง ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้ามันไม่ไหวผมไม่อยู่หรอก"
นอกจากนี้ ในเฟสบุ๊กส่วนตัวของนายอนุทิน ได้มีการโพสต์ข้อความ ถึงประเด็นยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 2 ล้านเม็ด ได้จัดส่งจากสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น มาถึงประเทศไทย เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, facebook/อนุทิน ชาญวีรกูล
นายอนุทิน ระบุว่า องค์การเภสัชกรรมจะได้เร่งกระจายจัดส่งให้สถานพยาบาลเครือข่าย ต่างๆ ตามการจัดสรรของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) ทันที และภายในเดือน พฤษภาคมนี้ จะมีการจัดส่งมาเพิ่มอีกจำนวน 1 ล้านเม็ด
ตอนท้ายนายอนุทิน ย้ำขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ามียาเพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 พร้อมปิดท้ายข้อความด้วย #ทำงานต่อไป
ล่าสุด นายอนุทินเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้งโดยบอกว่าขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ตนได้จากทุกช่องทาง
"ผมยังเข้มแข็งดี ทั้งร่างกายและจิตใจ และยังมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับคณะแพทย์ และบุคลากรสาธารณสุข ทั้งของกระทรวงสาธารณสุข และ หน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน และ การควบคุมโรคให้ได้ผล"










