โควิด-19: หญิงวัย 24 ปีคือผู้เสียชีวิตที่อายุน้อยสุดของไทย ด้าน ศบค. เผยค่ามัธยฐานเสียชีวิตใน 6 วันหลังพบเชื้อ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ถึง 7 รายภายในวันเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยตั้งแต่ปีก่อน และหนึ่งในผู้เสียชีวิตยังมีอายุน้อยที่สุดเพียง 24 ปี
นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น 7 ราย ส่งผลให้ยอดเสียชีวิตสะสมของไทยอยู่ที่ 117 ราย คิดเป็น 0.24% แต่ถ้าพิจารณาเฉพาะการระบาดระลอกล่าสุดนี้ มีผู้เสียชีวิตสะสม 23 ราย คิดเป็น 0.12%
ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันรายแรกเมื่อ 12 ม.ค. 2563 เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ก่อนเกิดการแพร่ระบาดภายในประเทศนับจากนั้น ขณะนี้ถือเป็นการระบาดระลอกสาม (ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2564) เริ่มต้นจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ ก่อนที่ไวรัสร้ายจะกระจายตัวไปใน 77 จังหวัด
เผยค่ามัธยฐานเสียชีวิตใน 6 วันหลังพบเชื้อโควิดระลอก เม.ย.
นพ. ทวีศิลป์ยังเปรียบเทียบสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในแต่ละระลอก พบว่า
- ระลอกแรก (2563 ทั้งปี) พบผู้ป่วยทั้งสิ้น 6,772 ราย เสียชีวิตสะสม 67 คน คิดเป็นอัตรา 0.82%
- ระลอกสอง (1 ม.ค.-31 มี.ค. 2564) พบผู้ป่วยทั้งสิ้น 21,035 ราย เสียชีวิตสะสม 27 คน คิดเป็น 0.13%
- ระลอกสาม (เม.ย. 2564) พบผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้ว 17,780 ราย เสียชีวิตสะสม 16 คน คิดเป็น 0.1%
"ระลอกปัจจุบัน(ผู้เสียชีวิต) ก็อยู่ที่อายุที่มากกว่า 60 ปีขึ้นไปอยู่ ถึงแม้จะมีรายงานว่าอายุน้อย ๆ แต่เปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์แล้วไม่ได้มาก ไม่เหมือนในช่วยระลอกแรกปี 2563" และ "เกือบครึ่งหนึ่งของปี 2564 นี้ เกิดขึ้นจากการติดเชื้อของคนในครอบครัว"

ที่มาของภาพ, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
จากข้อมูลที่แสดงระหว่างแถลงข่าวของนพ.ทวีศิลป์ ยังแสดงให้เห็นถึงข้อมูลค่ามัธยฐาน (ค่ากลาง) ระยะเวลา นับจากวันทราบผลตรวจพบเชื้อ จนถึงวันที่เสียชีวิตในการระบาดระลอกเดือน เม.ย. นี้ อยู่ที่ 6 วัน โดยระยะเวลาสั้นที่สุดคือ 0 วัน และนานที่สุดคือ 57 วัน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการระบาดในปี 2563 ค่ามัธยฐานอยู่ที่ 12 วัน (ระยะเวลาสั้นสุด-นานสุดอยู่ที่ 2-67 วัน) และการระบาดระลอกสองอยู่ที่ 7 วัน (ระยะเวลาสั้นสุด-นานสุด 6-39 วัน)
สำหรับมัธยฐาน (Median) คือ ค่าข้อมูลที่อยู่ตำแหน่งตรงกลาง หลังจากทำจัดเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปหามาก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ผู้เสียชีวิตล่าสุดทั้ง 7 ราย
สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต 7 ราย ดังนี้
- ผู้เสียชีวิตรายที่ 111 หญิงไทยวัย 24 ปี จ.พัทลุง อาชีพค้าขาย มีโรคอ้วน มีประวัติไปสถานบันเทิงซึ่งมีผู้ติดเชื้อเมื่อ 7 เม.ย. เธอไปตรวจหาเชื้อเมื่อ 16 เม.ย. โดยมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ก่อนที่วัดถัดมาจะพบยืนยันติดเชื้อ ต่อมา 19 เม.ย. ระดับออกซิเจนต่ำลง มีภาวะปอดอักเสบรุนแรง ก่อนจะเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น
นั่นหมายความว่าใช้เวลาเพียง 3 วันหลังได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ก็เสียชีวิตลง
Nope
- ผู้เสียชีวิตรายที่ 112 หญิงไทยวัย 68 ปี จ.สระบุรี อาชีพดูแลเด็ก มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้าเมื่อ 5 เม.ย. ก่อนเริ่มมีไข้ในวันที่ 12 เม.ย. แล้วเข้ารับการรักษาในวันที่ 19 เม.ย. ด้วยการหายใจลำบาก จนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ต่อมาอาการทรุดลงจนเสียชีวิตในวันถัดไป
- ผู้เสียชีวิตรายที่ 113 ชายไทยวัย 83 ปี มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง เริ่มมีอาการไข้จึงเข้ารับการตรวจคัดกรองเชิงรุก พบเชื้อในวันที่ 24 มี.ค. และเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังจากนั้น ก่อนอาการทรุดลง และเสียชีวิตลง
- ผู้เสียชีวิตรายที่ 114 หญิงไทยวัย 80 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียงใน จ.นครปฐม มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน มีประวัติ 13-15 เม.ย ญาติจากกรุงเทพฯ ไปเยี่ยม ก่อนที่จะอาเจียนเป็นเลือด จนต้องนำตัวส่งโรงพยาล ตรวจเชื้อพบเป็นบวก อาการไม่ดี และเสียชีวิตลง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
- ผู้เสียชีวิตรายที่ 115 ชายไทยอายุ 45 ปี อาชีพขับรถ มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า ก่อนที่วันที่ 9 เม.ย.จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น มาตรวจโรงพยาบาลแล้วกลับบ้าน ก่อนกลับเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อ 19 เม.ย. ด้วยอาการหายใจเหนื่อย ผลตรวจพบเชื้อ และปอดอักเสบจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ก่อนจะเสียชีวิตลง
- ผู้เสียชีวิตรายที่ 116 ชายไทยวัย 59 ปี มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า วันที่ 14 เม.ย. มีอาการไข้ วันที่ 20 เม.ย. เข้ารับการรักษา พบหายใจลำบากจนต้องใส่ท่อเชื้อหายใจ ผลพบเชื้อและเสียชีวิตในวันเดียวกัน
- ผู้เสียชีวิตรายที่ 117 ชายไทยวัย 86 ปี อาชีพรับจ้าง มีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า เริ่มมีอาการป่วย ไอแห้ง และเข้ารับการรักษาวันที่ 18 เม.ย. ต่อมาอาการแย่ลงจนเสียชีวิตในวันที่ 21 เม.ย.
ผู้ป่วยหน้าใหม่ 1,470 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมใกล้แตะ 2 หมื่นราย
สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยในรอบ 24 ชั่วโมง จากการรายงานของ ศบค. มีข้อมูลสำคัญ ดังนี้
- มีผู้ป่วยรายใหม่ 1,470 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศทั้งหมด (จากการเฝ้าระวัง 1,370 ราย, จากการค้นหาเชิงรุก 100 ราย) ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 48,113 ราย
- มีผู้ป่วยสะสมการระบาดระลอกใหม่ ตั้งแต่ 1 เม.ย. จำนวน 19,250 ราย
- มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 7 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 117 ราย
- ยอดผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรกของประเทศในวันนี้ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (446 ราย), นนทบุรี (118 ราย), เชียงใหม่ (99 ราย), ชลบุรี (97 ราย) และสมุทรปราการ (39 ราย)
เดินหน้าฉีดวัคซีนต่อ แม้บุคลากรการแพทย์ลำปางมีอาการคล้ายสโตรกอีกราย
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ "อาการไม่พึงประสงค์" หลังรับวัคซีนต้านวิด-19 ของบริษัทซิโนแวค ซึ่งนอกจากบุคลากรทางการแพทย์ใน รพ.ระยอง 6 ราย ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงยอมรับว่าเกิดอาการไม่พึงประสงค์หลายอาการ ที่รุนแรงสุดคืออาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก หลังวัคซีนระหว่างวันที่ 5-9 เม.ย. ล่าสุดยังมีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนหลายสำนักว่าเกิดอาการรุนแรงขั้นเดียวในบุคลากรการแพทย์ใน รพ.ลำบาง อีก 2 คน และที่เหลืออีกเกือบ 40 คนก็พบผลข้างเคียงหลังรับวัคซีน
ในการแถลงข่าวช่วงบ่ายของ สธ. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ยอมรับว่ามี 1 รายที่มีอาการ หลังได้ตรวจสอบข้อมูลจากสาธารณสุขจังหวัดลำปาง (สสจ.จ.ลำปาง) ส่วนบุคคลอื่น ๆ มีอาการไม่พึงประสงค์ปกติ อย่างชาปลายมือ ปลายเท้า เมื่อย อ่อนเพลีย
สำหรับกระแสข่าวที่ว่าลำปางระงับการฉีดวัคซีนซิโนแวค นพ. โอภาสชี้แจงว่า "เป็นเพียงการหยุดชั่วคราว เพื่อรอติดตามข้อมูลจากส่วนกลางเท่านั้น" พร้อมยืนยันว่าทุกพื้นที่ยังคงเดินหน้าฉีดวัคซีนต่อไป

ในรอบ 24 ชม. ที่ผ่านมา มีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น 152,230 โดส ทำให้ยอดรวมสะสมของการฉีดวัคซีนไปแล้ว 864,840 โดส ซึ่งในการบริหารจัดการนั้นกำลังเร่งฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข เพื่อให้สอดคล้องกับการระบาดในปัจจุบัน
เผยผู้ป่วยรอเตียงอีก 422 ราย
กับปัญหาสายด่วน 1668 ที่นายกรัฐมนตรีเจอเข้ากับตัว โดยไม่มีผู้รับสายหลังให้ทีมงานทดลองต่อสายไป และนำไปสู่คำสั่งให้เร่งปรับปรุงเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการนั้น ทำให้ นพ. สกานต์ บุนนาค ผอ.สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ จ้องกล่าว "ขออภัยในความล่าช้า" ในการให้บริการ และยอมรับว่าเกิดปัญหาขึ้นจริง
นพ. สกานต์ ชี้แจงว่า แต่เดิมสายด่วนนี้มีไว้เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคหัวใจของสถาบันโรคทรวงอก จึงไม่ได้มีคู่สายมากเพียงพอสำหรับรองรับสถานการณ์การระบาด แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิดรอบนี้ จึงจำเป็นต้องจัดตั้งสายด่วนขึ้นมาเฉพาะกิจ และปรับปรุงคู่สายไปพร้อม ๆ กัน ในช่วงวันแรกมีเพียง 4 คู่สาย กับอาสาสมัครไม่เกิน 10 คน แต่ในปัจจุบันมีการขยายคู่สายเพิ่มขึ้นแล้ว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
อีกข้อจำกัดหนึ่ง คือผู้ที่จะมาเป็นอาสาสมัครจำเป็นต้องสามารถประเมินความเสี่ยงผู้ป่วยเบื้องต้นได้ จึงต้องขยายให้ทั้งแพทย์และพยาบาลทั่วประเทศเข้ามาร่วมรับสาย ซึ่งจะมีการโอนสายเข้าสู่อาสาสมัครเหล่านี้ที่ว่างในการปฏิบัติงาน โดยใช้ 20 คู่สายในปัจจุบัน ก่อนจะส่งต่อให้ทีมข้อมูล และส่งต่อให้ทีมประสานงานดำเนินการโทรเยี่ยมจนกว่าจะได้รับการแอดมิน
ข้อมูลถึงวานนี้ (21 เม.ย.) มีการรับสายไป 3,744 ครั้ง เป็นผู้ติดเชื้อขอเตียง 1,733 ราย ในจำนวนนี้ยังเหลืออยู่ในระบบที่ยังรอเตียงอยู่ 442 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานขอรถมารับ แต่รายชื่อทั้งหมดเข้าสู่ระบบของเจ้าหน้าที่แล้ว
"ตอนนี้สีเขียวในกลุ่มที่สบายดี โฟลจะค่อนข้างเร็วเพราะมันมี Hospitel รพ.สนามเปิดเยอะแล้ว กลุ่มสีแดงเรารับทันทีเข้าเร็วอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือกลุ่มสีเหลือง เพราะว่าไม่สามารถไป Hospitel กับรพ.สนามได้ จำเป็นต้องเข้า รพ. แต่ รพ.ต้องรับสีแดงเข้าไปก่อนเข้าไปก่อนตลอด เหมือนสีเหลืองมันจะขยับช้า แต่ตอนนี้กรมการแพทย์ก็ไปเปิด รพ.สนามรับสีเหลืองโดยเฉพาะอีก 200 เตียง" นพ. สกานต์กล่าว











