You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อัดรัฐบาลฉีดวัคซีนล่าช้าได้แค่วันละ 5,000 โดส ก่อนเข้ารับทราบข้อหา ม.112
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าเดินหน้าวิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการอภิปรายเรื่อง "วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย"
นายธนาธรให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้งวันนี้ (30 มี.ค.) ว่าเขาไม่กังวลในการต่อสู้คดีเพราะเชื่อมั่นว่าเนื้อหาในการอภิปรายที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อวันที่ 18 ม.ค. นั้น "ไม่ได้มีประเด็นอะไรที่ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์" และเป็นการตรวจสอบรัฐบาลด้วยความบริสุทธิ์ใจ
"ถ้าย้อนกลับไปฟังสิ่งที่ผมอภิปรายในเฟซบุ๊กไลฟ์ก็จะพบว่าไม่มีข้อความใดเลยที่ละเมิด ม.112 ผ่านไปสองเดือนกว่าน่าจะเห็นแล้วว่าสิ่งที่ผมพูดไปนั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในวันนี้ การที่เรามีแผนการจัดซื้อจัดหาวัคซีนที่พึ่งบริษัทใดบริษัทหนึ่งมากเกินไปเป็นความเสี่ยง" นายธนาธรกล่าวและย้ำว่า "สิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง"
ก่อนหน้านี้ นายธนาธรเคยถูกแจ้งข้อหายุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญาและข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้รับหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาตามมาตรา 112
เขาบอกว่าไม่ได้เตรียมหลักฐานหรือเอกสารใด ๆ มาชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนเป็นพิเศษในการเข้ารับทราบข้อกล่าววันนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าการตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดหาวัคซีนของเขานั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจและเป็นหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในเรื่องนี้
การบรรยายในหัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย" ที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กไลฟ์ของคณะก้าวหน้าและของนายธนาธรนั้น ประธานคณะก้าวหน้าได้วิจารณ์นโยบายการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า "ล่าช้า" และตั้งคำถามถึงแนวทางจัดหาวัคซีนแบบ "แทงม้าตัวเดียว" จาก บ.แอสตร้าเซนเนก้า และแสดงความกังวลต่อการที่บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ถือหุ้นโดยตรงเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดวัคซีน
รัฐบาลได้ออกมาตอบโต้ โดยกล่าวหาว่านายธนาธรบิดเบือนข้อมูลและยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์
แหล่งข่าวจากคณะก้าวหน้าเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า นายธนาธรได้รับหมายเรียกจาก สน. นาเลิ้งให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 เมื่อวันที่ 22 ก.พ. โดยในหมายปรากฏชื่อนายอภิวัฒน์ ขันทอง เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ระบุข้อกล่าวหาเพียงสั้น ๆ ว่า "ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่าหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์" จึงให้มารับทราบข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ นายอภิวัฒน์เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่งและเพื่อน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 ส.ค. เขาได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนายอานนท์ นำภา โดยกล่าวหาว่าได้ทำการปราศรัยละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพสักการะ
นอกจากนี้เขายังยื่นคำร้องต่อสภาทนายความให้ลบชื่อนายอานนท์ออกจากทะเบียนทนายความด้วย
ในหมายเรียกของ สน.นางเลิ้ง ระบุให้นายธนาธรมาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 มี.ค. แต่เนื่องจากนายธนาธรติดภารกิจเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งเทศบาล จึงได้ขอเลื่อนเป็นวันที่ 30 มี.ค.
มีรายงานว่าทีมกฎหมายของคณะก้าวหน้าเองก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีผู้ใดบ้างที่ร้องทุกข์กล่าวโทษนายธนาธรในข้อหาหมิ่นประมาท-ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์จากกรณีเฟซบุ๊กไลฟ์เรื่อง "วัคซีนพระราชทาน" เนื่องจากหลังการเผยแพร่วิดีโอดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 ม.ค. สื่อมวลชนรายงานว่ามีบุคคลหลายคนไปร้องทุกข์กล่าวโทษนายธนาธรตามมาตรา 112 เช่น นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)ได้มอบหมายทีมผู้ช่วยรัฐมนตรีดิจิทัลฯ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้ายื่นแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดนายธนาธรต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)
นอกจากนี้ยังมีบุคคลไปแจ้งความนายธนาธรในข้อหาเดียวกันที่ สน.นางเลิ้งอีกด้วย ซึ่งต่อมามีรายงานว่า บก.ปอท. มีความเห็นให้รวมสำนวนทั้งหมดไว้ที่ สน. นางเลิ้งเป็นสำนวนเดียวกัน
เดินหน้าวิจารณ์ต่อ ชี้ "ฉีดวัคซีนล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น"
ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา นายธนาธรได้วิจารณ์ถึงความล่าช้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล โดยชี้ว่านับตั้งแต่กระทรวงสาธารณสุขเริ่มฉีดวัคซีนโควิดให้ประชาชนเมื่อวันที่ 28 ก.พ. จนถึงขณะนี้ครบ 1 เดือนแล้ว แต่มีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนไปเพียง 1.5 แสนคน หรือฉีดได้เพียงวันละ 5,000 เข็มเท่านั้น
"กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างบริษัทผลิตวัคซีนก็เป็นเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมอภิปรายไปแล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าในขณะนี้คือกระบวนการฉีดวัคซีน...ในเวลา 1 เดือนเราฉีดไป 1.5 แสนโดสหรือประมาณ 5,000 เข็มต่อวัน และยังมีวัคซีนคงค้างสต็อกอยู่ 1 ล้านโดส ทำไมไม่รีบกระจาย"
"ถ้าคุณยังฉีดด้วยอัตราเท่านี้อยู่คือ 5,000 เข็มต่อวัน กว่าจะหมด 1 ล้านโดสต้องใช้เวลาอีก 200 วัน แล้วเมื่อถึงเดือน ก.ค.ที่บอกว่าจะมีวัคซีน 10 ล้านโดส จะเอาศักยภาพที่ไหน (ฉีด)" นายธนาธรตั้งคำถาม
ทั้งนี้ ประเทศไทยนำเข้าวัคซีนโควิด-19 มาแล้วทั้งหมด 3 ล็อต ได้แก่ วัคซีนของ บ.ซิโนแวค ไบโอเทค จำนวน 992,000 (แบ่งเป็นล็อตแรก 192,000 โดสและล็อตสอง 800,000 โดส) และวัคซีนของ บ.แอสตร้าเซนเนก้า 117,000 โดส รวมเป็น 1,109,000
ในการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 28 มี.ค. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้สรุปความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนว่ามีผู้ได้รับวัคซีนแล้วกว่า 150,000 ราย นับตั้งแต่เริ่มฉีดเมื่อวันที่ 28 ก.พ. แบ่งเป็น
- เข็มที่ 1 จำนวน 130,187 ราย
- เข็มที่ 2 จำนวน 19,920 ราย
นพ.โสภณยืนยันว่า "การให้บริการ (ฉีดวัคซีนโควิด-19) เป็นไปตามแผน" และ "ดำเนินการฉีดได้รวดเร็ว" กล่าวคือจำนวนผู้ไดรับวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นไปตามเป้าหมายของการกระจายวัคซีนใน 13 จังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงรวมถึงกรุงเทพฯ
"สัปดาห์ที่ผ่านมาเหลือเพียง จ.ปทุมธานีและนนทบุรี ที่ยังฉีดวัคซีนเข็มแรกไม่ครบ 100% เนื่องจากมีการจัดสรรวัคซีนให้เพิ่มเติม และการฉีดเข็มที่ 2 นั้นก็ดำเนินการไปถึง 70-90% แล้ว" รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่าในสัปดาห์หน้าองค์การอาหารและยาจะให้กรมควบคุมโรคไปตรวจรับวัคซีนโควิด-19 จำนวน 8 แสนโดส ซึ่งเป็นวัคซีนล็อตสองของซิโนแวคที่นำเข้ามาเมื่อวันที่ 25 มี.ค. หลังจากนั้นก็พร้อมที่จะกระจายวัคซีนออกไปในพื้นที่อย่างน้อย 22 จังหวัด คาดว่าในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้าจำนวนผู้ได้รับวัคซีนจะเพิ่มขึ้นอีก 3-4 แสนคน
เรื่องลบโพสต์ "วัคซีนพระราชทาน" ยังไม่จบ ดีอีเอสอุทธรณ์คำสั่งศาลอาญา
นอกการแจ้งความในข้อหาตามมาตรา 112 แล้ว อีกคดีหนึ่งที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการออกมาวิจารณ์เรื่องการจัดหาวัคซีนโควิดของนายธนาธรคือคดีที่กระทรวงดีอีเอสยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการเผยแพร่คลิปไลฟ์สดของนายธนาธร โดยให้เหตุผลว่ามีเนื้อหาพาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์และกระทบต่อความมั่นคง ซึ่งศาลได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ให้ระงับคลิปตามที่กระทรวงดีอีเอสร้องขอ
ต่อมานายธนาธรได้ต่อมานายธนาธรได้ยื่นคัดค้านและขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ศาลได้ไต่สวนคู่ความทั้งสองฝ่ายและมีคำสั่งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาและยกเลิกคำสั่งที่ให้ลบเนื้อหาออนไลน์ทั้งหมดตามคำขอของกระทรวงดีอีเอส โดยศาลให้เหตุผลโดยสรุปว่ากระบวนการที่ผ่านมาข้ามขั้นตอนเพราะนายธนาธรไม่มีโอกาสได้ชี้แจงหรือคัดค้าน และเห็นว่าคำร้องของนายธนาธรที่ขอให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวมีน้ำหนักเชื่อได้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญโดยสุจริต
ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.พ. กระทรวงดีอีเอสได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลอาญาที่ให้คณะก้าวหน้าและนายธนาธรเผยแพร่คลิปดังกล่าวต่อไปได้ และศาลได้ให้นายธนาธรยื่นแก้อุทธรณ์ภายในวันที่ 9 เม.ย.