You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โควิด-19 : ศบค. ลดเวลากักตัวเหลือ 10 วัน เริ่ม 1 เม.ย. นี้ สั่งห้ามสาดน้ำ-จัดคอนเสิร์ต-ปาร์ตี้โฟมช่วงสงกรานต์
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติให้ลดระยะเวลาการกักกันบุคคลที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเหลือ 10 วัน จากเดิม 14 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป และเตรียมยกเลิกสถานที่กักกันตัวตั้งแต่ 1 ต.ค.
การประชุม ศบค. วันนี้ (19 มี.ค.) มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน โดย ศบค. มีมติเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมติการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร เป็นคราวที่ 11 ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค. โดยอาศัยตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
อย่างไรก็ตาม ศบค. ได้ปรับเกณฑ์พื้นที่เสี่ยงของ จ.สมุทรสาคร จากเดิมเป็น "พื้นที่สีเฝ้าระวังสูงสุดและเข้มงวด" ก็เปลี่ยนเป็น "พื้นที่ควบคุม" เช่นเดียวกับอีก 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี ราชบุรี สมุทรสงคราม ตาก นครปฐม และสมุทรปราการ ส่วน "พื้นที่เฝ้าระวังสูง" มี 14 จังหวัด และที่เหลือ 54 จังหวัด เป็น "พื้นที่เฝ้าระวัง"
1 เม.ย. ลดเวลากักตัวเหลือ 10 วัน
นอกจากนี้ ศบค. ยังเห็นชอบแผนการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่ง นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เปิดเผยว่ามี 3 ระยะ ดังนี้
- ระยะที่ 1 (1 เม.ย.-30 มิ.ย.) ลดวันกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน ทั้งผู้ที่มีรับวัคซีนแล้วและยังไม่ได้รับวัคซีน และเมื่อมีความพร้อม จะลดเวลากักตัวเหลือ 7 วัน
- ระยะที่ 2 (1 ก.ค.-30 ก.ย.) ลดวันกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน ทั้งผู้ที่มีรับวัคซีนแล้วและยังไม่ได้รับวัคซีน และเมื่อมีความพร้อม จะลดเวลากักตัวเหลือ 7 วัน
- ระยะที่ 3 (1 ต.ค. เป็นต้นไป) ไม่ต้องกักตัวในบางพื้นที่ โดยมีเงื่อนไขว่าบุคลากรทางการแพทย์ต้องได้รับวัคซีนแล้ว 70%, ประชาชนได้รับวัคซีนตามเป้าแล้ว และเปิดรับบุคคลที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในระยะเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยังให้มีการกักตัว 14 วัน สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์
นพ. ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับการเดินทางเข้ามาของคนต่างชาติ นับตั้งแต่ 1 เม.ย. ใช้เอกสารรับร้อง Covid-19 Free Certificate (CFC) เท่านั้น ไม่ต้องยื่นเอกสาร Fit to fly อีกต่อไป รวมถึงในระหว่างการกักกันตัว ก็จะผ่อนคลายให้สามารถออกนอกห้องพักได้ตามเวลาและเงื่อนไข เช่น ใช้ห้องฟิตเนส ใช้สระว่ายน้ำ ซื้ออาหารภายนอก ก่อนที่ระยะถัดไปจะอนุญาตให้ใช้บริการอื่น ๆ ของโรงแรมได้ ท้ายที่สุดจะกักกันเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่กำหนด
1 ต.ค. เลิกสถานกักกันตัว
โฆษก ศบค. กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. นี้ จะมีการปรับรูปแบบสถานที่กักกัน โดยเฉพาะสถานที่กักกัน หลังพบสถิติคนไทยจำนวนหนึ่งเดินทางระหว่างประเทศ ใช้บริการสูงสุดถึง 7 ครั้งต่อปี ทำให้รัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่ายมาก ดังนั้นอาจต้องมีการออกค่าใช้จ่ายเองถ้าจำเป็น แล้วแต่บางคน หรืออาจจะต้องเลือกสำหรับการได้รับบริการ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
- ระยะที่ 1 (1 เม.ย.-30 มิ.ย.) คงทุกอย่างเดิมไว้ เป็นระยะเปลี่ยนผ่าน
- ระยะที่ 2 (1 ก.ค.-30 ก.ย.) ปรับรูปแบบให้เหลือเฉพาะที่จำเป็นและเหมาะสมคือ สถานที่กักกันของรัฐ (State Quarantine - SQ), สถานที่กักกันทางเลือก (Alternative Quarantine - AQ), สถานที่กักกันในสถานพยาบาลที่รัฐกำหนด ( HQ), สถานที่กักกันในโรงพยาบาลทางเลือก (AHQ), สถานที่กักกันในรูปแบบเฉพาะองค์กร (Organizational Quarantine - QQ)
- ระยะที่ 3 (1 ต.ค. เป็นต้นไป) ปรับรูปแบบเป็นสถานที่ควบคุมไว้สังเกต และใช้มาตรการ bubble and seal
"1 ต.ค. เป็นระยะที่ 3 ก็อาจจะไม่มีรูปแบบของ Quarantine ละครับ เพราะยกเลิกไปแล้ว ถึงตอนนั้นวัคซีนก็คงจะเต็มที่แล้ว" โฆษก ศบค. กล่าว
สงกรานต์ ห้ามสาดน้ำ-จัดคอนเสิร์ต-ปาร์ตี้โฟม
ส่วนมาตรการป้องกันโควิด-19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศบค. สั่งงดกิจกรรมการรับตัวกันของคนหมู่มาก โดยงดการรวมกลุ่มสาดน้ำ งดการจัดคอนเสิร์ต งดการประแป้ง งดการเล่นปาร์ตี้โฟม
"เน้นย้ำเลยนะครับ ไม่มีการสาดน้ำนะคับ งดกิจกรรมรวมกลุ่ม" นพ. ทวีศิลป์กล่าวและว่า แตสำหรับกิจกรรมประเพณีที่จัดในที่โลง เลี่ยงการสัมผัส เช่น กิจกรรมสรงน้ำพระ กิจกรรมทางศาสนา รดน้ำดำหัวตามประเพณีนิยม การเดินทางข้ามจังหวัด สามารถดำเนินการได้ตามปกติ แต่ให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ไม่อยู่ในพื้นที่คับแคบ จัดให้มีอาการระบาย
ยอดผู้ป่วยหน้าใหม่ 100 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย
โฆษกศบค. ยังรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน โดยมีข้อมูลสำคัญ ๆ ดังนี้
- ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 100 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 96 ราย (55 รายมาจากระบบเฝ้าระวัง และ 41 รายจากการค้นหาเชิงรุก) และอยู่ในสถานที่กักของรัฐ 4 ราย
- ผู้ติดเชื้อสะสม 23,357 ราย ในจำนวนนี้ยังพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 1,054 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 90 ราย
- ผู้เสียชีวิตรายที่ 90 เป็นหญิงไทยวัย 53 ปี อาชีพพนักงานบริษัท มีโรคประจำตัว คือเบาหวาน กล้ามเนื้อหัวใจตาย และปอดอักเสบ โดยเมื่อพบยืนยันติดเชื้อเมื่อ 2 ก.พ. ก็เข้ารับการรักษา แต่อาการทรุดลงจนเสียชีวิต
แผนกระจายวัคซีน
ศบค. ยังรับทราบรายงานของ สธ. ตามแผนกระจายวัคซีน จนถึงเมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) มีผู้ได้รับวัคซีนแล้ว 62,941 ราย ในจำนวนนี้ 31,066 ราย เป็นบุคลาการทาการแพทย์และสาธารณสุข
ขณะที่วันพรุ่งนี้ (20 มี.ค.) จะมีวัคซีนซิโนแวคนำเข้ามาล็อตที่ 2 จำนวน 800,000 โดส ซึ่ง นพ.ทวีศิลป์ระบุว่าจะกระจายไปยัง 18 จังหวัดให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งออกเป็น 2 ระยะ
ระยะแรก ช่วงที่มีวัคซีนปริมาณจำกัด
กลุ่มเป้าหมายคือ บุคคลากรทางการแพทย์ทั้งรัฐและเอกชน, ผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่างทางเดินหายใจเรื้องรังรุนแรง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง เป็นต้น ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรค
ระยะที่ 2 เมือมีวัคซีนเพียงพอ
กลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มเป้าหมายจากระยะที่ 1 บุคลากรทางการแแพทย์นอกเหนือจากด่านหน้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผู้ที่เดินทางระหว่างประเทศ ประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ระหว่างประเทศ แรงงานภาคต่าง ๆ