วัคซีนโควิด: นายกฯ พร้อมฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า ขณะที่ซิโนแวคฉีดไปแล้วเกือบ 3 หมื่นราย

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่นำเข้าจาก บ.แอสตร้าเซนเนก้า ในวันศุกร์ที่ 12 มี.ค. นี้ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานว่าขณะนี้มีผู้ได้รับวัคซีนโควิดในไทยแล้วเกือบ 3 หมื่นราย เกือบทั้งหมดเป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ยังไม่มีรายงานผู้แพ้วัคซีนรุนแรง มีแต่พบอาการไม่พึงประสงค์

พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยในการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (9 มี.ค.) ว่าเขาและรัฐมนตรีบางส่วนจะเข้ารับการฉีดวัคซีนของ บ. แอสตร้าเซนเนก้าในวันที่ 12 มี.ค. นี้

"วันศุกร์ผมตัดสินใจจะฉีด (วัคซีนโควิด-19) เมื่อเขามีความพร้อมแล้ว ได้รับวัคซีนจากการตรวจสอบมาแล้วนะ" นายกฯ กล่าว

สำหรับประเด็นโรงพยาบาลเอกชนที่ต้องการนำเขาวัคซีนนั้น นายกฯ ยืนยันว่าไม่ได้มีการกีดกันและเห็นว่าควรเป็นทางเลือกของประชาชน แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ บริษัทต่าง ๆ ก็มีข้อจำกัด และการจองสั่งซื้อก็เป็นเรื่องยาก

"ถ้าสามารถจัดหาได้ผมจะไปกีดกันทำไม...บางทีจองไปเขาก็ไม่ให้ แต่ถ้าจองได้ผมก็ยินดี แต่ต้องระมัดระวังควบคุมในเรื่องการฉีด" นายกฯ ระบุ

คำยืนยันเรื่องการรับวัคซีนของนายกฯ มีขึ้นหลังจากเมื่อวานนี้ บ.แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทยได้เสร็จสิ้นการตรวจสอบคุณภาพของวัคซีนจำนวน 117,300 โดสที่รัฐบาลไทยสั่งซื้อและส่งมอบให้ สธ. เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สธ. พร้อมด้วยผู้บริหาร สธ. เป็นผู้รับมอบ

นายอนุทินระบุว่าหลังจากนี้จะนำไปฉีดให้แก่กลุ่มเป้าหมายต่อไป โดยหนึ่งในนั้นคือ พล.อ. ประยุทธ์ ซึ่งมีอายุเกิน 60 ปี และมีความเสี่ยงเพราะต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก

"วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าจะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่อายุมากกว่า 60 ปี โดยการกระจายวัคซีนจะมีคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด 19 ดำเนินการจัดสรร ส่วนนายกรัฐมนตรีมีอายุมากกว่า 60 ปี อยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับวัคซีนได้ นอกจากเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ มีการประชุมและพบปะผู้คนจำนวนมาก ยังสร้างความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนด้วย" นายอนุทินกล่าว

อนุทินฉีดวัคซีน

ที่มาของภาพ, Facebook/อนุทิน ชาญวีรกูล

คำบรรยายภาพ, นายกฯ ให้กำลังใจนายอนุทิน ชาญวีรกูลที่รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นคนแรกของไทยเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

ขณะนี้วัคซีนโควิด-19 ที่นำเข้ามาในไทยแล้วมี 2 ยี่ห้อ คือ วัคซีน "โคโรนาแวค" จำนวน 200,000 โดส ของ บ.ซิโนแวค ไบโอเทค ของประเทศจีน และวัคซีนของ บ.แอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 117,300 โดส ทั้งสองยี่ห้อมาถึงในวันที่ 24 ก.พ.

หลังจากวัคซีนโคโรนาแวคผ่านการตรวจรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว สธ. ได้เริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. เป็นต้นมา โดยเรียกว่าเป็นการฉัดวัคซีนโควิด-19 "ระยะที่ 1 รอบแรก" มีนายอนุทินเป็นผู้รับวัคซีนเข็มแรก ตามด้วยรัฐมนตรีอีก 3 คนและผู้บริหารระดับสูงของ สธ. เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีนสัญชาติจีน

หลังจากนั้น สธ. ได้ทยอยฉีดวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมายแรกใน 13 จังหวัดที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สมุทรสาคร) พื้นที่ควบคุม (กทม.ฝั่งตะวันตก, ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ, อ.แม่สอด จ.ตาก, นครปฐม, สมุทรสงคราม และราชบุรี) และพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม (ชลบุรี, ภูเก็ต, เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ เชียงใหม่) โดยให้อำนาจคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเป็นผู้พิจารณาผู้ที่เหมาะสมในการฉีด

ทั้งนี้ วัคซีนโคโรนาแวคมีข้อบ่งใช้ว่าจะต้องฉีดให้ผู้ที่อายุไม่เกิน 60 ปี

จนถึงวันที่ 8 มี.ค. สธ. รายงานว่ามีผู้รับวัคซีนของซิโนแวคแล้วทั้งหมด 29,900 ราย เกือบทั้งหมดเป็นบุคลากรทางการแพทย์/สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) กว่า 20,000 ราย ที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและบุคคลที่มีโรคประจำตัว

วัคซีนโควิด

ที่มาของภาพ, Reuters

เกือบ 8% มี "อาการไม่พึงประสงค์" หลังรับวัคซีน

สธ. รายงานผลการเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีนระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-8 มี.ค. ว่ามีทั้งหมด 2,380 ราย คิดเป็น 7.96% ของผู้รับวัคซีนทั้งหมด

"อาการไม่พึงประสงค์" ที่ได้รับรายงานเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก ดังนี้ อาเจียน (17%) ปวดเมื่อยเนื้อตัว (14%) อักเสบบริเวณที่ฉีด (13%) ไข้ (11%) นอกจากนั้นเป็นอาการปวดศีรษะ ท้องเสีย ผื่น เหนื่อยและคลื่นไส้ ซึ่งกรมควบคุมโรคยืนยันว่าเป็นอาการที่พบได้เป็นปกติหลังรับวัคซีน

กรณีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเป็นบุคลากรทางการแพทย์วัย 28 ปี ซึ่ง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 3 มี.ค. ว่าบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นผู้หญิงรายนี้มีประวัติแพ้ยาเพนนิซิลลิน หลังได้รับวัคซีนโควิดประมาณ 4-5 ชม. มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงหลังได้รับวัคซีน กล่าวคือ คลื่นไส้ อาเจียน ความดันโลหิตต่ำ แพทย์ได้ทำการรักษาโดยฉีดอะดรีนาลีน จากนั้นเธอจึงมีอาการดีขึ้น และขณะนี้ปลอดภัยแล้ว

ต่อมา พญ. จุไร วงศ์สวัสดิ์ แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันบำราศนราดูร แถลงเพิ่มเติมว่าบุคลากรทางการแพทย์คนดังกล่าวมีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ซึ่งไม่ใช่การแพ้อย่างรุนแรงเฉียบพลันชนิด Anaphylaxis เนื่องจากสัญญาณชีพ และความดันโลหิตยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และสามารถรับวัคซีนเข็มที่ 2 ได้ ภายใต้การสังเกตการณ์ของแพทย์อย่างใกล้ชิด และประวัติการแพ้ยาเพนนิซิลลินไม่เป็นข้อห้ามในการได้รับวัคซีนแต่อย่างใด

คำบรรยายวิดีโอ, โควิด-19: เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับวัคซีนของซิโนฟาร์มและซิโนแวคจากจีน

"อาการไม่พึงประสงค์" ไม่ใช่ "แพ้วัคซีน"

เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแพ้วัคซีน ในการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันเมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) สธ. ได้เชิญ ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเวชศาสตร์ ระดับโมเลกุล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มาอธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง "อาการแพ้" กับ "อาการไม่พึงประสงค์" ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับวัคซีนทุกชนิด ไม่เฉพาะวัคซีนโควิด-19

นพ. วิปรอธิบายว่า วัคซีนถือเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย เช่นเดียวกับยาหรือสารเคมีอื่น ๆ เมื่อรับเข้าสู่ร่างกายจึงมีปฏิกิริยาเกิดขึ้น แต่ในบางรายอาจไม่เกิดปฏิกิริยาใด ๆ เลยก็ได้

ปฏิกิริยาของร่างกายหลังการฉีดวัคซีนมี 2 กลุ่ม คือ อาการไม่พึงประสงค์ (adverse reaction) และอาการแพ้วัคซีน (allergic reaction) ซึ่งมีความแตกต่างกัน และอาการไม่พึงประสงค์นั้นไม่ใช่การแพ้วัคซีนเสมอไป

อาการไม่พึงประสงค์ยังแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ อาการเฉพาะที่ เช่น ปวดบริเวณที่ฉีด บวมแดง แขนล้า และอาการทั่วร่าง เช่น มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ซึ่งเกิดขึ้นได้กับการฉีดวัคซีนในทุกชนิดและอาการมักจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน

นายอนุทิน (ขวา) และผู้บริหาร สธ. รับวัคซีนของ บ.แอสตร้าเซนเนก้า

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

คำบรรยายภาพ, นายอนุทิน (ขวา) และผู้บริหาร สธ. รับวัคซีนของ บ.แอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 117,300 โดส ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากบริษัทแล้วเมื่อวานนี้ (8 มี.ค.)

ส่วนอาการแพ้วัคซีนนั้น จะมีอาการรุนแรง เช่น มีไข้สูง แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดศีรษะรุนแรง ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น โดยอาการที่อาจเห็นชัด คือ การเกิดผื่นแพ้บริเวณผิวหนัง ที่เรียกว่าลมพิษ

"ปฏิกิริยาบริเวณตำแหน่งที่เราฉีด บางคนบวม บางคนแดง บางคนเจ็บแขน ยกแขนไม่ขึ้น อันนี้คืออาการไม่พึงประสงค์ แต่ถ้าไปถึงระดับที่เรียกว่าแพ้วัคซีน ก็จะต้องมีระดับความรุนแรงที่เริ่มต้นอาจจะมีผื่นขึ้น ไปจนกระทั่งถึงแบบรุนแรงที่เรียกว่า Anaphylaxis ซึ่งหากมีอาการให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที" นพ.วิปรกล่าว

นพ.วิปรอธิบายเพิ่มเติมว่าในวัคซีนมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ไวรัสที่ทำให้ตายแล้ว ชิ้นส่วนของดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอของไวรัสที่ใช้กระตุ้นภูมิต้านทาน สารแขวนลอย น้ำตาล สารกันบูด และสารเคมีอื่น ๆ ที่ผู้ผลิตวัคซีนใส่เข้าไปเพื่อให้วัคซีนกระตุ้นภูมิต้านทานได้ดีขึ้น ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ทั้งสิ้น

"เวลาเราใช้คำว่าแพ้วัคซีน เราอาจจะไม่ได้แพ้ตัวไวรัส หรือชิ้นส่วนของไวรัสที่เขาใส่มา แต่เราอาจจะแพ้องค์ประกอบอื่น ๆ ที่อยู่ภายในตัววัคซีนนั้นก็ได้" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเวชศาสตร์กล่าว และเตือนว่าคนที่มีประวัติแพ้อาหาร แพ้โลหะหรือเป็นโรคภูมิแพ้จะมีความเสี่ยงต่อการแพ้วัคซีนมากขึ้น ดังนั้นหลังฉีดวัคซีนแล้วจึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามสังเกตอาการมากกว่าคนที่ไม่มีประวัติแพ้

นพ. วิปรกล่าวว่าจำนวนผู้รับวัคซีนโควิด-19 ในไทยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จนถึงขณะนี้ถือว่ามีจำนวนไม่ได้มากกว่าวัคซีนตัวอื่น ๆ

เขายังได้อ้างอิงการเก็บข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 จากทั่วโลก พบว่าวัคซีนทุกยี่ห้อมีรายงานอาการไม่พึงประสงค์และอาการแพ้ ซึ่งแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของวัคซีน

เตรียมรับวัคซีนล็อตที่ 2 ของซิโนแวค

รัฐบาลไทยสั่งซื้อวัคซีนของซิโนแวคทั้งหมด 2 ล้านโดส หลังจากล็อตแรกจำนวน 2 แสนโดสมาถึงเมื่อวันที่ 24 ก.พ. แล้ว นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐรประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้แจ้งนายอนุทินว่าวัคซีนล็อตที่ 2 จำนวน 8 แสนโดสที่คาดว่าจะมาถึงวันที่ 25 มี.ค. นี้

นอกจากนี้นายหยาง ซิน ยังได้เสนอให้ประเทศไทยพิจารณาฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้แก่คนสัญชาติจีนที่อาศัยในประเทศไทย และร่วมกับประเทศจีนจัดตั้งศูนย์การฉีดวัคซีนให้ชาวจีนโพ้นทะเลในภูมิภาคอาเซียนด้วย