โควิด-19: ศบค. เตรียมยกระดับมาตรการควมคุมหลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น คาดบังคับใช้วันที่ 4 ม.ค.

Covid-19

ที่มาของภาพ, Getty Images

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เตรียมยกระดับพื้นที่ควบคุมทั่วประเทศหลังพบมีการติดเชื้อที่ไม่สามารถเชื่อมโยงหาที่มาของการระบาดได้ โดยย้ำว่ามาตรการที่จะนำกลับมาใช้ดังกล่าวยังไม่ประกาศใช้จนกระทั่งวันที่ 4 ม.ค. หลังหารือและได้รับการอนุมัติเพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีเวลาเตรียมตัวก่อน ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในประเทศไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในรอบ 24 ชม. มีผู้ป่วยเพิ่ม 216 ราย และเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย

นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 216 ราย และเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย สำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นหญิงไทยอายุ 47 ปี มีโรคประจำตัวเป็รเบาหวาน ภูมิลำเนาเดิมอยู่ จ.ชลบุรี มีประวัติเสี่ยงเป็นผู้เล่นการพนัน อ.บางละมุง ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 7,379 ราย และเสียชีวิตสะสมที่ 64 ราย

ผู้ติดเชื้อในประเทศล่าสุดมีจำนวน 182 ราย แรงงานต่างด้าว 32 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ที่ติดเชื้อภายในประเทศแบ่งออกได้ตามนี้

  • ผู้มีประวัติเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ จ.สมุทรสาคร 3 ราย
  • ผู้มีประวัติเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ จ.ระยอง 1 ราย
  • ผู้มีประวัติเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ จ.ชลบุรี 1 ราย
  • ผู้มีประวัติไปสถานที่เสี่ยงอื่น มีอาชีพเสี่ยง หรือสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 23 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 154 ราย
Covid-19

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

นพ. ทวีศิลป์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ไม่สามารถสืบทราบถึงที่มาของการติดได้ และคาดว่าจะมีการแพร่กระจายโรคอีกมาก รูปแบบการแพร่ระบาดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น จำเป็นต้องมีมาตรการเข้มข้นขึ้น ปัญหาหลัก ๆ ที่ประเทศไทยเจออยู่ตอนนี้เกิดจากการที่ผู้ติดเชื้อหลายคนทราบดีว่าตัวเองได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือร่วมกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่ไม่ยอมกักตัวเอง หรือไม่หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น หรือไม่เข้าไปปรึกษาแพทย์ ทำให้เกิดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นในสถานที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังพบว่ามีกิจกรรมลักลอบมั่วสุมโดยผิดกฎหมาย

"สิ่งที่เราเรียนรู้จากวันที่ 18 ธ.ค. 63 ถึงวันนี้ คือการแพร่เชื้อกระจายตัวจาก 6 จังหวัด มาเป็น 53 จังหวัดภายในเวลาเพียงแค่ครึ่งเดือน ซึ่งมากกว่าสี่เท่า ซึ่งจากตอนนี้ไปไม่น่าจะมีการแพร่กระจายไปมากกว่านี้" นพ. ทวีศิลป์ กล่าว

ยกระดับการควบคุม

โฆษก ศบค. รายงานว่าการคัดกรองผู้ติดเชื้อในแรงงานต่างด้าวยังคบพบเจอผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การระบาดรอบใหม่ที่น่าจับตามองคือกลุ่มก้อนใน กทม. ซึ่งเริ่มกระจายหลายพื้นที่และเริ่มมีผู้เสียชีวิตโดยไม่สามารถหาความเชื่อมโยงจากศูนย์กลางการระบาดเดิมได้ ทำให้การควบคุมโรคยากขึ้นกว่าเดิม และคาดว่าจะมีการแพร่กระจายโรคเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวและแพร่ไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันและควบคุมโรค และมาตรการทางสัมคมที่เข้มข้นและรวดเร็ว จึงจะมีประสิทธิภาพมากเพียงพอ

หลังจากที่ทาง ศบค. มีการประชุมเมื่อเช้าวันนี้จึงได้เสนอให้มีมาตรการควบคุมที่เข้มข้นขึ้นโดยเสนอให้ 28 จังหวัดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดซึ่งมี กรุงเทพมหานคร, ตาก, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, นครนายก, กาญจนบุรี, นครปฐม, ราชบุรี, สุพรรณบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, สมุทรปราการ, จันทบุรี, ชลบุรี, ตราด, ระยอง, ชุมพร และระนอง

พื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย, กำแพงเพชร, นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, เพชรบูรณ์, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, นครราชสีมา, สุราษฎร์ธานี และพังงา

ส่วนจังหวัดที่เหลืออีก 38 จังหวัด ถูกยกระดับเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง

Covid-19

ที่มาของภาพ, ศบค.

ทั้งนี้ ศคบ. จะนำข้อเสนอเรื่องมาตรการป้องกันโควิด-19 เข้าที่ประชุมวันที่ 4 ม.ค. เพื่อขอความเห็นชอบจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. บังคับใช้โดยแบ่งออกเป็นสองขั้น

ขั้นที่ 1 จำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานประกอบการ ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ค้นหาจับกุมกลุ่มบุคคลที่มั่วสุมทำผิดกฎหมาย หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ขอความร่วมมือไม่เดินทางข้ามจังหวัด สถานการศึกษาหยุดการเรียนการสอนหรือใช้รูปแบบออนไลน์ ให้มีการทำงานจากที่บ้านทั่วทั้งพื้นที่ที่ ศบค. กำหนด มีมาตรการควบคุมการเดินทางของบุคคลที่เดินทางจากพื้นที่ควบคุม เร่งการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกและการสวยสวนโรคในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อและพื้นที่เชื่อมโยงที่ได้ข้อมูลจากการสอบสวนโรคของ สธ.

โดยกำหนดห้วงการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. เวลา 06.00 น. ถึง 1 ก.พ. เวลา 06.00 น.

ขั้นที่ 2 จำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานประกอบการเพิ่มมากขึ้น ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เพิ่มความเข้มข้นในการเร่งค้นหาและจับกุมกลุ่มบุคคลที่มั่วสุมทำผิดกฎหมาย งดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการควบคุมการเดินทางข้ามจังหวัด สถานศึกษายังคงหยุดการเรียนการส้อนเว้นกิจกรรมที่มีความจำเป็นเร่งรัดและเพิ่มการทำงานจากบ้านอย่างเต็มขีดความสามารถ เร่งรัดการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกและการสอบสวนโรคในพื้นที่เสี่ยง กิจกรรมที่เสี่ยง กลุ่มบุคคลที่เสี่ยง จำกัดเวลาออกนอกเคหะสถานในพื้นที่ที่กำหนด

โดยห้วงเวลาดำเนินการยังไม่กำหนดเพราะต้องรอดูสถานการณ์หลังมาตรการขั้นตอนที่หนึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว

นพ. ทวีศิลป์ กล่าวว่า มาตรการกำหนดเวลาออกนอกเคหะสถานน่าจะไม่นำออกมาใช้ถ้าทุกคนให้ความร่วมมือกัน โดยแจงรายละเอียดว่าแต่ละจังหวัดสามารถปรับมาตรการให้เข้มกว่า ศบค. ได้ แต่จะอ่อนกว่าไม่ได้ และโฆษก ศบค. ยังเน้นย้ำให้ทุกคนต้องร่วมมือกัน และสวมหน้ากากในทุกที่เพื่อช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19