โควิด-19: สธ. เร่งรวบรวมคนไทยในท่าขี้เหล็กกลับไทย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อสถานบันเทิงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

โควิด-19

ที่มาของภาพ, Getty Images

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในไทยรอบสัปดาห์นี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มุ่งความสนใจไปที่กลุ่มคนไทยที่ทำงานในสถานบันเทิงใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา หลังจากพบว่ามีผู้ที่ลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนโดยไม่ผ่านการคัดกรองและกักกันโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กว่า 10 ราย และได้มีการเดินทางไปในหลายจังหวัด ส่งผลให้ต้องมีการกักตัวผู้เสี่ยงสัมผัสนับร้อยคน

ล่าสุดศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 5 ธ.ค. ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 19 ราย โดย 3 รายเป็นชาวไทยที่เดินทางเข้าประเทศไทยจากเมียนมาผ่านช่องทางธรรมชาติ 1 รายเป็นชาวเมียนมาที่เดินท่างผ่านด่านอย่างถูกกฎหมาย

นอกจากนี้ยังมีผู้ติดเชื้อในประเทศ จากจังหวัดสิงห์บุรี 1 ราย และจังหวัดเชียงรายอีก 1 ราย และที่เหลืออีก 13 รายเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ากักตัวในสถานกักกันตัวของรัฐ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประสานงานเพื่อรวบรวมรายชื่อคนไทยที่ทำงานอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการเดินทางกลับไทย เพื่อไม่ให้มีการลับลอบกลับเข้าประเทศโดยไม่ผ่านมาตรการควบคุมโรค

เขายอมรับว่าคนไทยในท่าขี้เหล็กมีความเสี่ยงที่จะติดโควิด-19 ดังนั้นจึงขอความร่วมมือให้ประสานเจ้าหน้าที่เพื่อกลับเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมาย

โควิด-19

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

ก่อนหน้านี้ นพ.โอภาสกล่าวว่ามีคนไทยใน จ.ท่าขี้เหล็ก แสดงความจำนงเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 150 คน

นพ.โอภาสกล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราบริเวณชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบข้ามพรมแดน ยกระดับมาตรการควบคุมโรคในสถานประกอบการตามจังหวัดชายแดน กำชับเจ้าหน้าที่ในชุมชนดูแลบุคคลที่กลับเข้าเมือง และย้ำว่าจะดำเนินการคดีกับผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในทุกจังหวัดอย่างเข้มงวด

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า ณ วันที่ 4 ธ.ค. จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมจากกลุ่มคนไทยที่กลับจากท่าขี้เหล็กมีทั้งหมด 14 ราย ทั้งหมดเป็นผู้หญิง อายุระหว่าง 21-36 ปี ในจำนวนนี้มีเพียง 3 รายที่เดินทางกลับเข้าเมืองตามระบบ ผู้ป่วยอยู่ใน จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิจิตร กรุงเทพฯ ราชบุรี

นพ.โสภณให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้มีการตรวจเชื้อผู้สัมสัมผัสผู้ป่วยกลุ่มนี้แล้วกว่า 250 ราย พบผู้ติดเชื้อเพียง 1 ราย เป็นชายวัย 28 ปีทำอาชีพเป็นพนักงานเสิร์ฟใน จ. เชียงราย ซึ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยใน จ.พะเยา