โควิด-19 : พบผู้ป่วยภายในประเทศรายล่าสุดที่เชียงใหม่ เผยเดินทางเข้าออกไทย-เมียนมาร่วมเดือนโดยไร้การกักตัว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ เป็นหญิงไทย เดินทางกลับมาจากประเทศเมียนมา พบมีการเข้า-ออกจากไทยไปปฏิบัติงานในประเทศเมียนมาเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแต่ไม่เคยกักตัว
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมเปิดเผยข้อมูลวันนี้ (28 พ.ย.) ที่กรมควบคุมโรคเกี่ยวกับกรณีที่พบการติดเชื้อรายใหม่เป็นหญิงไทยวัย 29 ปี ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่
สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 รายนี้ มีอาการไข้ ถ่ายเหลว ปวดศีรษะ จมูกไม่ได้กลิ่น โดยเริ่มมีอาการไข้ ถ่ายเหลว ปวดศีรษะ จมูกไม่ได้กลิ่นเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา และปัจจุบันรักษาตัวที่ โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่
หลังจากสืบสวนโรคพบว่าผู้ป่วยรายนี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แต่มีการเดินทางเข้าออกไปปฏิงานในประเทศเมียนมาหลายครั้งตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. - 23 พ.ย. โดยไม่เคยกักตัวหลังกลับเข้ามาในประเทศไทยและมีการเดินทางไปในที่สาธารณะตลอดเวลา ล่าสุดพบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงอย่างน้อย 326 คน

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข
เปิดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อในประเทศรายล่าสุด
24 พ.ย. 2563
05.00 น. เดินทางกลับมาจากเมียนมา เข้า อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากนั้นโดยสารรถตู้จาก อ.แม่สาย ไป อ.เมือง จ. เชียงราย
11.00 น. โดยสารรถบัสจากเชียงราย - เชียงใหม่
14.50 น. เดินทางถึงเชียงใหม่แล้วใช้บริการเรียกแกร็บคาร์จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปยังคอนโดแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่
ช่วงค่ำ เดินทางไปสถานบันเทิงย่านสันติธรรม อ.เมือง จ.เชียงใหม่กับเพื่อน 2 คน โดยมีการสูบบุหรี่และดื่มร่วมกัน
25 พ.ย.2563
02.00 น. เข้าที่พักที่คอนโดของเพื่อน (ดื่มต่อที่ห้อง)
12.00 น. กลับคอนโดของตัวเองด้วยบริการแกร็บคาร์
15.30 น. ไปห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใกล้ที่พัก ทานอาหาร ชมภาพยนตร์ และซื้อของ โดยตลอดเวลามีการสวมหน้ากากอนามัยเป็นส่วนใหญ่ มีบางช่วงที่ไม่ได้สวมหน้ากาก

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
26 พ.ย.2563
15.30 น. เรียกรถไปส่งที่โรงพยาบาลไปตรวจอาการป่วย ผลการซักประวัติ มีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ถ่ายเหลว ไม่มีไข้ ส่งตรวจเชื้อ พบเชื้อโรคโควิด-19 ในคืนวันนั้น
27 พ.ย.2563
ส่งตรวจหาเชื้อซ้ำ พบเชื้อ ยืนยันเป็นผู้ป่วยโควิด-19
พบผู้สัมผัสเสี่ยง 326 คน
หลังจากที่ได้รับการยืนยันว่าพบเชื้อโควิด-19 ในหญิงวัย 29 เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสอบสวนโรคพร้อมติดตามผู้สัมผัส ปรากฏว่าพบจำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงทั้งหมด 326 ราย แบ่งเป็น ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 105 ราย อยู่ในชุมนุม 65 ราย ประกอบด้วย คอนโดผู้ป่วย คอนโดเพื่อน สถานบันเทิงและ ห้างสรรพสินค้า
นอกจากนี้ยังมีผู้สัมผัสในยานพาหนะ 40 ราย แบ่งเป็น เชียงราย 35 ราย ผู้ที่เดินทางข้ามแดนด้วยกัน, รถตู้, รถบัส, คนขับแกร็บ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 149 ราย ประกอบด้วยชุมชน 140 คนคือ ในคอนโดฯ ห้างสรรพสินค้า รวมถึงบุคคลากรทางการแพทย์ 9 ราย และผู้สัมผัสอื่น ๆ ในชุมชน 72 ราย
ส่วนประเด็นการเข้าเมือง หรือ กักตัวทางจังหวัดกำลังตรวจสอบการเข้าเมืองเพิ่ม พบว่าผู้ป่วยไม่ได้ผ่านจุดผ่านปกติ จึงไม่มีการกักตัวซึ่งถือว่าทำผิดกฎหมาย จึงอาจจะต้องให้ขอดำเนินคดีทั้ง พ.ร.บ.โรคติดต่อและกฎหมายอาญากรณีลักลอบเข้าเมือง เพราะการติดเชื้อเป็นอันตรายตัวเขาเองและสังคม
สถานการณ์ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา
นพ.โอภาส สรุปสถานการณ์การติดเชื้อภายในประเทศตลอดเวลาสองเดือนที่ผ่านมาพร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีระบบการติดตามตัวและการสืบสวนโรคที่ดีจนนำไปสู่การตรวจหาโรคในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงได้ทันเวลาและสามารถควบคุมไม่ให้โรคแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อภายในประเทศดังต่อไปนี้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
- ชาวเมียนมาติดเชื้อชายแดนอำเภอแม่สอด 5 รายในครอบครัวเดียวกัน
- หญิงฝรั่งเศสที่ตรวจพบโรคที่เกาะสมุย โดยพบว่าติดเชื้อที่สถานที่กักตัวทางเลือก และพบว่าจุดที่เกิดปัญหาคือระบบระบายอากาศในห้องออกกำลังกาย
- ชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองที่พัทลุง มาจากชายแดนมาเลเซีย ตอนแรกอ้างว่ามาจากแม่สอด
- ชายอินเดียที่กระบี่มาตรวจโควิด 19 เพื่อสมัครงาน โดยก่อนหน้านี้เขาได้เดินทางไป จ.เชียงใหม่ จ.สุโขทัย และจ.ภูเก็ต แต่มีการติดตามดี น่าจะติดเชื้อนานแล้ว ตรวจหาเจอแต่ไม่สามารถแพร่เชื้อได้เพราะมีเชื้ออยู้น้อย
- ทหารชาวเกาหลีที่มาประชุมในประเทศไทย ระบุได้ว่าประชุมที่ไหน ทำให้ตรวจสอบได้ครบ ไม่พบผู้ติดเชื้อ เชื้อน้อย ไม่สามารถแพร่ได้
- รัฐมนตรีฮังการี ตรวจเจอตั้งแต่วันแรก จากการวางระบบทำให้ตรวจจับได้รวดเร็ว ส่วนทูตฮังการีที่ติดเชื้อเนื่องจากสัมผัสใกล้ชิด แต่มีการกักตนเองและใส่หน้ากาก ทำให้ไม่มีการแพร่เชื้อต่อ
- ชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองในค่ายอุ้มเปี้ยม อ.พบพระ จ.จาก ปริมาณเชื้อค่อนข้างน้อย อาจเป็นการติดเชื้อนานแล้ว
- หญิงอายุ 17 ปี ชาวไทยเมียนมา เป็นโรคพุ่มพวง มารักษาที่ไทยเป็นการติดเชื้อจากชายแดนและลักลอบเข้ามา
"สิ่งที่เรียนรู้จากเหตุการณ์ทั้งหมด คือ การใส่หน้ากากสม่ำเสมอในพื้นที่สาธารณะเป็นสิ่งจำเป็นช่วยป้องกันโรคได้ และการสอบสวนโรคได้รวดเร็ว เนื่องจากร้านค้า อาคาร พื้นที่สาธารณะมีกล้องวงจรปิดช่วยติดตาม การสแกนไทยชนะ แต่จุดเสี่ยงคือชายแดนยังคงต้องเข้มงวดเฝ้าระวังการลักลอบ โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังด้วย หากพบผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศไม่ถึง 14 วัน ไม่ได้กักตัวให้รีบแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรค" นายแพทย์โอภาสกล่าว
สำหรับสถานที่ต่างๆ ที่หญิงรายนี้เดินทางไปใช้บริการ ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้เข้าตรวจสอบและให้ทำความสะอาดแล้ว ทีมสอบสวนโรคกำลังติดตามผู้สัมผัส 326 รายและจะรายงานผลให้ทราบต่อไป










