คณะราษฎร : 10 เรื่องน่ารู้ก่อนการชุมนุมภาคต่อ “16ตุลาไปราชประสงค์”

บรรยากาศที่แยกราชประสงค์ 2 ชม. ก่อนถึงนัดหมายชุมนุมของ "คณะราษฎร" ในวันนี้แทบไม่มีคนและรถผ่านไปได้ เนื่องจาก ตร. ตั้งด่านสกัดกั้นรอบทิศทาง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศที่แยกราชประสงค์ 2 ชม. ก่อนถึงนัดหมายชุมนุมของ "คณะราษฎร" ในวันนี้แทบไม่มีคนและรถผ่านไปได้ เนื่องจาก ตร. ตั้งด่านสกัดกั้นรอบทิศทาง

การชุมนุมภาคต่อของแนวร่วมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คณะราษฎร 2563" ที่สี่แยกราชประสงค์ เกิดขึ้นท่ามกลางการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในท้องที่กรุงเทพฯ โดยที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยืนยันความจำเป็นในการใช้กฎหมายพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์มีความรุนแรงเกิดขึ้น และ "มีหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"

แม้มีข้อกำหนดห้ามชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป สำทับด้วยคำแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าการเข้าร่วมชุมนุมถือเป็นทำผิดกฎหมาย แต่ไม่อาจสกัดกั้นการแสดงออกทางการเมืองของพวกเขาเมื่อ 15 ต.ค. ได้

บีบีซีไทยรวบรวม 10 เรื่องน่ารู้ของการชุมนุมภาคต่อ ก่อนที่แฟลชม็อบจะเริ่มต้นที่เดิมในช่วงเย็นวันนี้ (16 ต.ค.)

1. จุดกำเนิดแฟลชม็อบราชประสงค์

การนัดหมายชุมนุมที่แยกราชประสงค์เกิดขึ้นครั้งแรกในเวลาราว 01.00 น. ของวันที่ 15 ต.ค. โดยนายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน หนึ่งในแกนนำ "คณะราษฎร 2563" ได้ขึ้นประกาศ "พักการชุมนุม" หน้าทำเนียบรัฐบาล และขอให้ประชาชนกลับบ้านตอนเช้า ก่อนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในช่วงเย็นที่แยกราชประสงค์

นายอานนท์ให้เหตุผลว่า การชุมนุมที่ทำเนียบฯ "เป็นที่ตั้งที่เสียเปรียบ เนื่องจากมีหน่วยงานราชการทั้งนั้น" แต่สุดท้ายเขาก็ไม่มีโอกาสขึ้นปราศรัยที่เวทีราชประสงค์ เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวจากบริเวณสี่แยกนางเลิ้ง ระหว่างเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ "ยึดคืนทำเนียบฯ" ในช่วงรุ่งสาง หลัง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประกาศสถานการณ์พิเศษที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 04.00 น.

Gov H

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ต่อมา น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำคณะราษฎร ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านแฟนเพจกลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" เรียกร้องให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ในเวลา 16.00 น. แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอได้ก็ถูกควบคุมตัวคาโรงแรมที่พักย่าน ถ.ข้าวสาร พร้อมแกนนำอีกคน

ภาระในการแจ้งข่าว-บอกกล่าว-นัดหมายชุมนุม จึงตกเป็นของแกนนำที่เหลืออยู่ นำโดยกลุ่ม "เยาวชนปลดแอก"

ก่อนถึงเวลานัดหมายราว 1 ชม. ผู้ชุมนุมเริ่มเข้าจับจองพื้นที่ และสามารถยึดสี่แยกราชประสงค์มาตั้งเวทีได้สำเร็จภายในเวลาไม่ถึง ชม.

2. ลักษณะเฉพาะที่ต่างจากการชุมนุมการเมืองกลุ่มอื่น

  • แกนนำไม่ชัดเจน เพราะผู้ชุมนุมยึดหลักการ "ทุกคนคือแกนนำ"
  • มวลชนไม่เปิดตัว ทำให้ยากต่อการคัดกรองของฝ่ายรัฐ โดยมีทั้งนักเรียน นักศึกษา พนักงานบริษัทเอกชน และประชาชนทั่วไปที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ตามห้างร้าน ภัตตาคาร และพื้นที่สาธารณะย่านราชประสงค์ ก่อนเปิดตัวว่าเป็นผู้ชุมนุมครั้งแรกด้วยการ "ชู 3 นิ้ว" ทักทายเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ตามเสียงเรียกร้องของผู้ปราศรัยหลักบนเวที
  • มีนักเรียนชั้นมัธยมเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก ต่างจากขบวนการนักศึกษาอื่น ๆ แม้กระทั่งในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516
  • เสียงจากเวทีหลักไปไม่ถึงมวลชนที่อยู่ห่างออก เนื่องจากอุปกรณ์ปราศรัยมีเพียงโทรโข่งและลำโพงเครื่องเสียงขนาดเล็ก แต่ก็ระดมการมีส่วนร่วมจากผู้ชุมนุมได้เป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการเชิญชวนให้ตะโกนวลีต่าง ๆ อาทิ "ปล่อยเพื่อนเรา", "ภาษีกู", "ประยุทธ์ออกไป"
protest

ที่มาของภาพ, Rachaphon Riansiri/BBC Thai

3. แกนนำคณะราษฎร/ผู้ปราศรัยรายสำคัญ

แม้แกนนำคณะราษฎร 2563 รายสำคัญ ๆ ถูกควบคุมตัวไปตั้งแต่ช่วงเช้า หลังจากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่แกนนำที่เหลืออยู่ก็ยังสามารถบริหารจัดการและทำให้เกิดการชุมนุมแบบ "แฟลชม็อบ" ให้เกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาราว 7 ชม. โดยเริ่มตั้งแต่ 15.30-22.30 น. ของวันที่ 15 ต.ค.

แกนนำรายสำคัญที่ขึ้นปราศรัยบนรถกระบะดัดแปลงเป็นรถปราศรัยขนาดเล็ก อาทิ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ กลุ่มเยาวชนภาคตะวันออก", น.ส. จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ กลุ่มเยาวชนปลดแอก, นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ "ครูใหญ่" กลุ่ม "ขอนแก่นพอกันที", น.ส. ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด กลุ่ม "ฟื้นฟูประชาธิปไตย", นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ กลุ่ม "นักเรียนเลว", นางสุวรรณา ตาลเหล็ก กลุ่ม "24 มิถุนาประชาธิปไตย" ฯลฯ

4. เนื้อหาหลักบนเวทีปราศรัย 15 ต.ค.

  • เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำคณะราษฎรและแนวร่วมที่ถูกจับตัวไป ระหว่างการชุมนุมตั้งแต่ 13-15 ต.ค. และให้เปิดเผยสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด
  • เรียกร้องให้ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
  • ย้ำจุดยืน ไม่เอานายกฯ พระราชทาน และรัฐบาลแห่งชาติ
  • ย้ำจุดยืน ไม่เอารัฐประหาร
  • ข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ถูกพูดถึงบ้างประปราย แต่ไม่ใช่สาระหลักที่มีการหยิบยกขึ้นมาปราศรัย

5. พื้นที่ชุมนุมแห่งที่ 3 ของ "ราษฎร์"

สี่แยกราชประสงค์คือสถานที่ชุมนุมใหญ่แห่งที่ 3 ที่คณะราษฎร 2563 จงใจเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ เพื่อสื่อเจตจำนงของประชาชนทั่วไป

การชุมนุมที่ราชประสงค์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลโดยไม่มีผู้บาดเจ็บช่วงรุ่งสางของวันที่ 15 ต.ค. ผู้ชุมนุมย้ายมารวมตัวกันที่แยกราชประสงค์ในตอนเย็น

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ พวกเขาเคยชุมนุมที่ "สนามราษฎร์" และ ถ. "ราษฎร์ดำเนิน" มาแล้ว

  • 19-20 ก.ย. กลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" นัดชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก่อนเคลื่อนพลออกจากมหาวิทยาลัยไป "ยึดสนามหลวง" แล้วประกาศชื่อเรียกขานใหม่เป็น "สนามราษฎร์" จากนั้นในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้นได้ประกอบพิธีตอกหมุดคณะราษฎร 2563 และอ่านประกาศคณะราษฎรที่ท้องสนามหลวง ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
  • 14 ต.ค. คณะราษฎรนัดชุมนุมที่ ถ.ราชดำเนิน ซึ่งถูกผู้ชุมนุมเรียกด้วยชื่อใหม่ว่า "ราษฎร์ดำเนิน" โดยถือเป็นครั้งแรกที่มีการเคลื่อนขบวนจากที่ตั้งเพื่อไป "ยึดทำเนียบฯ" ทั้งนี้การชุมนุมดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่มีขบวนเสด็จฯ บนถนนสายนี้ ทำให้มีประชาชนที่สวมใส่เสื้อสีเหลืองมารอเฝ้ารับเสด็จฯ จำนวนมาก และเกิดการปะทะกันเล็กน้อยกับแนวร่วมการชุมนุมคณะราษฎร
  • 15 ต.ค. คณะราษฎรนัดชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ ก่อนประกาศชัยชนะเมื่อสามารถ "ยึดราชประสงค์" ได้สำเร็จ ก่อนสลายการชุมนุมไปเองในเวลาราว 22.30 น. ทั้งนี้ผู้ชุมนุมบางส่วนได้นำป้ายสัญลักษณ์มาสื่อความประสงค์ของประชาชนในการออกมาร่วมชุมนุมครั้งนี้ โดยเปลี่ยนพื้นที่การชุมนุมให้เป็น "ราษฎร์ประสงค์"

6. สถานะแกนนำที่ถูกจับ

หนึ่งในความประสงค์หลักของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เข้าร่วมขบวนการแฟลชม็อบราชประสงค์ คือการเรียกร้องให้ "ปล่อยเพื่อนเรา"

นับจากวันที่ 13-15 ต.ค. มีแกนนำคณะราษฎร 2563 และแนวร่วมถูกจับกุมและตั้งข้อหาอย่างน้อย 51 คน ตามการเปิดเผยของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

13 ต.ค. จับกุม 21 คน ในระหว่าง "คณะราษฎรอีสาน" เตรียมตั้งเวทีบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน

14 ต.ค. จับกุม 23 คน จากทำเนียบฯ และ รร. ที่พัก ในจำนวนนี้เป็นแกนนำ 5 คน และผู้ชุมนุม 18 คน

15 ต.ค. จับผู้ชุมนุม 7 คน ซึ่งเข้าร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์

ไมค์, เพนกวิน และอานนท์ (จากซ้ายไปขวา) ขึ้นเวทีหน้าทำเนียบรัฐบาลในช่วงท้าย ๆ ก่อนประกาศพักเวทีเมื่อ 15 ต.ค. ซึ่งปรากฏว่าแกนนำ 2 คนถูกจับกุมตัวในเวลาต่อมา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ไมค์, เพนกวิน และอานนท์ (จากซ้ายไปขวา) ขึ้นเวทีหน้าทำเนียบรัฐบาลในช่วงท้าย ๆ ก่อนประกาศพักเวทีเมื่อ 15 ต.ค. ซึ่งปรากฏว่าแกนนำ 2 คนถูกจับกุมตัวในเวลาต่อมา

สำหรับสถานะล่าสุดของ 6 แกนนำรายสำคัญ ณ วันที่ 16 ต.ค. คือถูกแยกฝากขังอยู่ในเรือนจำหลายแห่ง เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว

  • นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" ถูกตั้ง 12 ข้อหา จากการเตรียมจัดการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เมื่อ 13 ต.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
  • นายอานนท์ นำภา ถูกตั้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ กรณีจัดการชุมนุมที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 9 ส.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่
  • นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ หรือเจมส์ ถูกตั้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ กรณีจัดการชุมนุมที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 9 ส.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่
  • นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษา มธ. ถูกตั้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี กรณีจัดการชุมนุมเมื่อ 10 ส.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำธัญบุรี
  • น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นักศึกษา มธ. ถูกตั้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี กรณีจัดการชุมนุมเมื่อ 10 ส.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำธัญบุรี
  • นายณัฐชนน ไพโรจน์ นักศึกษา มธ. ถูกตั้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี กรณีจัดการชุมนุมเมื่อ 10 ส.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำธัญบุรี
"รุ้ง ปนัสยา" ทิ้งตัวนอนลงบนพื้นในห้องพักของโรงแรมเพื่อเป็นการแสดงอารยะขัดขืนขณะเจ้าหน้าที่แสดงหมายจับเพื่อจับกุม

ที่มาของภาพ, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

คำบรรยายภาพ, "รุ้ง ปนัสยา" ทิ้งตัวนอนลงบนพื้นในห้องพักของโรงแรมเพื่อเป็นการแสดงอารยะขัดขืนขณะเจ้าหน้าที่แสดงหมายจับเพื่อจับกุม

นอกจากนี้ยังมีแนวร่วมอื่น ๆ อีกอย่างน้อย 5 คนที่ถูกศาลออกหมายจับในคดีต่าง ๆ ตามการรายงานของศูนย์ทนายฯ ดังนี้

  • นายเอกชัย หงส์กังวาน ถูกตั้งข้อหา ม. 110 จากการแสดงออกระหว่างมีขบวนเสด็จของพระราชินี
  • นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง ถูกตั้งข้อหา ม. 110 จากการแสดงออกระหว่างมีขบวนเสด็จของพระราชินี
  • นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ถูกตั้งข้อหา ม. 116 และอื่น ๆ จากกรณีร่วมชุมนุมเมื่อ 19 ก.ย.
  • นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ถูกตั้งข้อหา ม. 116 และอื่น ๆ จากกรณีจัดการชุมนุมที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อ 22 ส.ค.
  • นายฉัตรชัย ถูกตั้งข้อหา ม. 116 และอื่น ๆ จากกรณีจัดการชุมนุมที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อ 22 ส.ค.

7. ปฏิบัติการของ ตร.

ในขณะที่ฝ่ายรัฐยังประเมินไม่ถูกว่าจะมีมวลชนเข้าร่วมชุมนุมมากน้อยแค่ไหน ภายหลังแกนนำคณะราษฎร 2563 ที่รอดจากการจับกุมนัดหมายจัดการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ชนิดไม่เกรงกลัว "ยาแรง" อย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 13 กองร้อย หรือ 2,325 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์ และยึดตรึงพื้นที่โดยรอบ

ตร. แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1. สกายวอร์ค บีทีเอส 2. ถ.ราชดำริ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถึงอาคารอัมรินทร์พลาซ่า และโรงแรมเอราวัณ 3. ฝั่งขวาของแยกราชประสงค์ และ 4. ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ตลอดจนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Protest

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ส่วนในวันที่ 16 ต.ค. มีคำสั่งปิดถนนที่มุ่งสู่แยกราชประสงค์ ตั้งแต่ 14.00 น. โดย ตร. ได้ตั้งด่านสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนนำรถบรรทุกน้ำ อาหาร รถดัดแปลงเวทีปราศรัยที่มีเครื่องขยายเสียง เข้าพื้นที่ชุมนุม

สำหรับ 3 เส้นทางที่ถูกปิด ได้แก่ เส้นทาง ถ.ราชดำริ ตั้งแต่แยกราชดำริ-แยกประตูน้ำ, เส้นทาง ถ.เพลินจิต ตั้งแต่แยกชิดชม-แยกราชประสงค์ และเส้นทาง ถ.พระราม1 จากแยกราชประสงค์-แยกเฉลิมเผ่า

8. ท่าทีของ พล.อ. ประยุทธ์

นับจากงัด "ยาแรง" ออกมาใช้สลายการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อรุ่งสางวันที่ 15 ต.ค. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกประชุม ครม. นัดพิเศษเพื่อให้รับรองการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเวลา 30 วัน ก่อนเปิดปากให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นครั้งแรก

นายกฯ ถูกสื่อมวลชนโยนหลายคำถามที่วนเวียนอยู่บนเวทีการชุมนุมของ "คณะราษฎร" ใส่ เขามีท่าทีอย่างไร

จะมีการรัฐประหารซ้ำอีก?

"พูดกันซ้ำซากอยู่อย่างนี้ ปฏิวัติ รัฐประหาร พูดอยู่นั้นแหละ ไม่รู้ว่าสื่อคิดแหลมคมกันไปเองหรือเปล่า ผมไม่รู้ ผมยังไม่คิดถึงตรงนั้น ใครจะทำไปหามาสิ"

แนวคิดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ เป็นไปได้แค่ไหน?

"โอ๊ย! ยังไปอีกไกล"

CG

ยืนยันว่าจะไม่ลาออกตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมใช่หรือไม่?

"ไม่ออกอะ" และได้โยนคำถามกลับไปช่วงหนึ่งว่า "แล้ววันนี้ผมทำความผิดอะไรหรือ ผมผิดอะไรหรือ"

มีข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำ?

"มันผิดกฎหมาย"

มีอะไรอยากพูดกับผู้ชุมนุม?

"อยากขอร้อง ไม่อยากให้ใครถูกดำเนินคดีทางกฎหมายทั้งสิ้น ไม่อยากให้ทำ ขอให้รักแผ่นดินเกิดของท่านให้มากขึ้นเท่านั้นเอง"

9. เวทีคู่ขนานกับ "แฟลชม็อบ" ราชประสงค์

ไม่เฉพาะการนัดหมายชุมนุมที่แยกราชประสงค์ของ "คณะราษฎร 2563" ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่นักศึกษาและประชาชนในอีกหลายจังหวัดที่ไม่ได้ไปราชประสงค์ ได้นัดรวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในช่วงเย็นวันที่ 15 ต.ค. ภายใต้ข้อเรียกร้องและความมุ่งหมายไม่ต่างกัน

นี่ถือเป็นกิจกรรมคู่ขนานกิจกรรมในเมืองหลวงของประเทศ ทว่าจุดต่างคือจังหวัดเหล่านั้นไม่อยู่ภายใต้การประกาศ "ภาวะฉุกเฉินซ้อนฉุกเฉิน" เพื่อยุติการชุมนุมทางการเมือง

  • ชลบุรี จัดโดยกลุ่ม "โกงกาง" ที่ ม.บูรพา
  • เชียงใหม่ จัดโดยกลุ่ม "ประชาคมมอชอ" ที่ ม.เชียงใหม่
  • พิษณุโลก จัดโดยกลุ่ม "MU Movement" ที่ ม.นเรศวร
  • อุตรดิตถ์ จัดโดยกลุ่ม "อุตรดิตถ์ปลดแอก" ที่ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์
  • ขอนแก่น จัดโดยกลุ่ม "ขอนแก่นพอกันที" ที่ ม.ขอนแก่น
  • สงขลา จัดโดยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนครินทร์ (มอ.) ที่ มอ.

10. บทสนทนาในออนไลน์เมื่อ "การชุมนุมไร้แกนนำ"

การชุมนุมภาคต่อที่เกิดขึ้นภายใต้หลักการ "เราทุกคนคือแกนนำ" ทำให้ประชาชนที่เป็นแนวร่วมทางอุดมการณ์ต่างช่วยกัน "ออกแบบม็อบ" ในโลกออนไลน์ ก่อนนำมาใช้ในความเป็นจริง

protest

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ภายในระยะเวลาชั่วข้ามคืนหลังปฏิบัติการ "ปิดราชประสงค์" ของแนวร่วม "คณะราษฎร 2563" ได้ปรากฏความเคลื่อนไหวการส่งต่อคิวอาร์โค้ดเพื่อให้เข้าร่วมกลุ่มสนทนาในแอปพลิเคชัน "เทเลแกรม" (Telegram)

"หากมีแกนนำโผล่มาอีก พวกเขาก็จะโดนจับอีก แล้วทำไมพวกเราถึงไม่เป็นแกนนำเสียเองหละ" ข้อความในแอปฯ ดังกล่าวระบุ

ส่วนเนื้อหาอื่น ๆ ที่สมาชิกมาแลกเปลี่ยนกัน มีตั้งแต่การทำโพลสำรวจความคิดเห็น, แนวทางการรวมตัว, ข้อปฏิบัติตัวในการชุมนุมเมื่อพบเห็นใครถูกจับกุมโดยมิชอบจากเจ้าหน้าที่, แนวคิดในการจัดชุมนุม รวมถึงเนื้อหาบนเวทีปราศรัยว่าควรชูประเด็นไหนอย่างไร

ภายในกลุ่มยังเน้นย้ำเรื่องการรักษาความเป็นส่วนตัวเพื่อปกปิดตัวตนแก่สมาชิก

เทเลแกรม เป็นช่องทางการสื่อสารที่ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงใช้ในระหว่างการชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในการประท้วงใหญ่เมื่อปีที่แล้ว และเป็นรูปแบบที่ประสบความสำเร็จในการสื่อสารระหว่างผู้ประท้วง อีกทั้งยังมีลักษณะของฟีเจอร์การทำงานที่ปกปิดร่องรอยของตัวเองในโลกดิจิทัล