ทูตไทยในอังกฤษชี้แจง ไฟแนนเชียลไทมส์ ม.112 มีไว้ปกป้องสถาบันกษัตริย์ เหมือนที่ประชาชนมีกฎหมายหมิ่นประมาท

เอกอัครราชทูตไทยในสหราชอาณาจักรเขียนจดหมายโต้บทความใน นสพ.ไฟแนนเชียลไทมส์ ว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีไว้เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์คล้ายกับที่ประชาชนทั่วไปมีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มครอง

จดหมายถึงบรรณาธิการมีขึ้น หลัง จอห์น รีด ผู้สื่อข่าว นสพ.ไฟแนนเชียลไทมส์ ประจำภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ เขียนบทความแสดงความคิดเห็นชื่อ "Tongues loosen as protesters break taboos around the Thai king" เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ซึ่งพูดถึงการที่คนไทยกล้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา

นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน เขียนจดหมายตอบโต้ไปยังหนังสือพิมพ์ดังกล่าวซึ่งได้รับการตีพิมพ์วันที่ 7 ก.ย. ว่า รู้สึกผิดหวังในบทความดังกล่าว และจำเป็นต้องเขียนจดหมายมาอธิบายบริบทที่ข้อเขียนดังกล่าวให้ไว้อย่างไม่ถูกต้อง

นายรีด แสดงความเห็นในบทความว่า กฎหมายที่ห้ามไม่ให้คนพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์กำลังถูกโจมตีโดยการวิพากษ์วิจารณ์และการล้อเลียนของนักเรียนนักศึกษาที่ออกมาประท้วง นายพิษณุ ระบุว่า ไม่มีกฎหมายที่ห้ามไม่ให้คนพูดถึงพระมหากษัตริย์ และไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายที่จะพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

"ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้การคุ้มครองสิทธิ์และชื่อเสียงของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการ ในแบบที่คล้ายกันกับที่กฎหมายหมิ่นประมาทให้กับประชาชนทั่วไป"

นอกจากนี้ เขาระบุด้วยว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ได้มีไว้เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพทางวิชาการ หรือการพูดคุยถกเถียงถึงพระมหากษัตริย์ในฐานะสถาบัน แต่มีไว้เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

ในบทความของ นสพ.ไฟแนนเชียลไทมส์ นายรีดยังบอกอีกว่า แม้การจับกุมผู้ต้องหาคดี 112 ครั้งสุดท้ายมีขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน แต่การพิจารณาคดีของศาลในข้อกล่าวหานี้ยังดำเนินต่อไป และ ทางการไทยหันมาใช้ข้อหายุยงปลุกปั่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาอื่น ๆ ในการจัดการกับคนที่กล้าวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ แทน

"ไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายใดที่ให้นิ่งเงียบเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายที่จะหารือแลกเปลี่ยนกันในเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์" นายพิษณุในตอนต้นของจดหมายชี้แจง

นายพิษณุ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่นายรีดพูดถึงกลุ่มเฟซบุ๊ก "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส" ว่า รัฐบาลไทยขอความร่วมมือกับบริษัทโซเชียลมีเดียในการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมที่ละเมิด พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และการขอให้ลบหรือจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ ก็เป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของไทย

นายพิษณุ ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการแสดงออกมาก โดยจะเป็นสิ่งคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่าง ๆ และยังเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยไทยอีกด้วย

บีบีซีไทยพยายามติดต่อไปหานายพิษณุเพื่อขอความคิดเห็นเพิ่มเติมแต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ