อานนท์ นำภา: นักกฎหมายสิทธิบุกสภาทนายฯ ค้านลบชื่อ "อานนท์" จากทะเบียนทนายความ

อานนท์ นำภาปราศรัยในที่ชุมนุม

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นายอานนท์ นำภา ประกาศบนเวทีชุมนุมที่จัดโดย "คณะประชาชนปลดแอก" เมื่อ 16 ส.ค. ว่า "เราต้องการเห็นสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง และอยู่ใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง"
    • Author, กุลธิดา สามะพุทธิ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์รับพิจารณาคำร้องขอให้ลบชื่อนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนวัย 35 ปี ออกจากทะเบียนทนายความ เหตุกระทำผิดมรรยาททนายความจากการปราศรัยที่ผู้ร้องกล่าวหาว่ามีเนื้อหายุยงปลุกปั่นและล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้านนายอานนท์ยืนยัน "การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นการส่งเสริมเกียรติของทนาย"

นายปัญญา จารุมาศ เลขานุการคณะกรรมการมรรยาททนายความ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า คณะกรรมการมรรยาททนายความได้รับคำร้องของนายอภิวัฒน์ ขันทอง ที่ขอให้พิจารณาโทษเกี่ยวกับการกระทำผิดมรรยาททนายความของนายอานนท์ ไว้พิจารณาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานและเอกสารเพื่อตัดสินใจว่าจะรับเป็นคดีและตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่

ทั้งนี้นายอภิวัฒน์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่งและเพื่อน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 ส.ค. เขาได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนายอานนท์ในความผิดตามมาตรา 116 และมาตรา 215 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จากการขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ซึ่งนายอภิวัฒน์ระบุว่ามีเนื้อหาล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพสักการะ คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการในชั้นพนักงานสอบสวน

ขณะที่วันนี้ (21 ส.ค.) สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนได้เดินทางไปยื่นจดหมายเปิดผนึกพร้อมรายชื่อทนายความและองค์กรด้านกฎหมายกว่า 260 รายชื่อต่อสภาทนายความฯ เรียกร้องให้ยกคำร้องของนายอภิวัฒน์ที่ขอให้ลบชื่อนายอานนท์ออกจากทะเบียนทนายความ

"สมาคมฯ เห็นว่าคำกล่าวหาของนายอภิวัฒน์ ขันทอง ไม่มีพฤติการณ์อันสมควรที่จะให้มีการสอบสวนมรรยาททนายความตาม พ.ร.บ. ทนายความฯ มาตรา 65 สภาทนายความฯ จึงสามารถมีคำสั่งยกคำกล่าวหาได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมสอบสวนแต่อย่างใด" สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนระบุในจดหมายเปิดผนึก ดร.กิตติมา สิริศุภชัย กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายของสภาทนายความฯ รับเรื่องและกล่าวว่าจะนำข้อเสนอส่งให้คณะกรรมการมรรยาททนายความซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนนายอานนท์

นายอานนท์ นำภา กล่าวปราศรัยเรื่องการขยายพระราชอำนาจ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายอานนท์ นำภา กล่าวปราศรัยเรื่องการขยายพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์บนเวทีการชุมนุม "แฮร์รี พอตเตอร์" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยวันที่ 3 ส.ค.

สภาทนายฯ ต้องปกป้องสิทธิในการแสดงความเห็นของทนาย

จดหมายเปิดผนึกของสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ชี้แจงถึงเหตุผลที่เรียกร้องให้สภาทนายความฯ ยกคำร้องของนายอภิวัฒน์ ใน 3 ประเด็นดังนี้

  • การที่สภาทนายความโดยคณะกรรมการมรรยาททนายความจะลบชื่อทนายความออกจากทะเบียนได้ตาม พ.ร.บ.ทนายความนั้น ต้องปรากฏว่าทนายความฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ ซึ่งครอบคลุมการกระทำผิดต่อตัวความ ต่อลูกความ ต่อทนายด้วยกันเองและต่อศาล ซึ่งสมาคมฯ ยังไม่พบพฤติกรรมใดของนายอานนท์ที่เข้าเงื่อนไขให้ลบออกจากทะเบียนทนายความ
  • คดีความที่นายอภิวัฒน์แจ้งความนายอานนท์จากการปราศรัยวันที่ 3 ส.ค. นั้นยังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน ยังมิได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลให้จำคุก กรณีของนายอานนท์จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขการขาดคุณสมบัติในการเป็นทนายความตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ทนายความฯ ที่ระบุว่าผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นทนายความต้องไม่ถูกคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
  • ที่ผ่านมา นายอานนท์ได้ปฏิบัติหน้าที่ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในหลากหลายประเด็น ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองแรงงาน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอันเป็นพื้นฐานสำคัญที่ให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข "ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ทนายความเพื่อผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพอย่างกล้าหาญ ยืนหยัดปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนสมกับเป็นผู้มีวิชาชีพทนายความ ที่ทนายความควรเอาแบบอย่าง"

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเรียกร้องให้สภาทนายความฯ "แสดงท่าทีที่ชัดเจนในการปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของทนายความและประชาชนในฐานะองค์กรวิชาชีพ และไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของบุคคลใดเพื่อคุกคามทำลายผู้เห็นต่างทางการเมือง"

"ทนายอานนท์เป็นสมาชิกของสมาคมนักกฎหมายสิทธิฯ เป็นทนายความที่ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน และมีบทบาทโดดเด่นในการช่วยเหลือประชาชนให้ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด" คอรีเยาะ มานุแช นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนกล่าว

"เรามีความกังวลว่าผู้ร้องซึ่งเป็นทนายความกำลังเอาข้อบังคับของสภาทนายความฯ มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อลดทอนคุณค่า ดิสเครดิตทนายความด้วยกันเอง เราจึงเห็นว่าสภาทนายความฯ ควรยกคำร้อง ไม่ต้องเสียเวลาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และคุ้มครองทนายความของเราในการทำหน้าที่ต่อไป" นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิฯ กล่าวกับ ดร.กิตติมา ตัวแทนสภาทนายความฯ ที่มารับจดหมาย

อานนท์: "การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นการส่งเสริมเกียรติของทนาย"

นายอานนท์ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ถึงกรณีนี้ว่าเขาหวังว่าสภาทนายความฯ จะ "ไม่รับลูก" ข้อเรียกร้องที่ให้ลบชื่อเขาจากทะเบียนทนายความ "เพราะการออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมันยิ่งส่งเสริมเกียรติของทนายขึ้นมาด้วยซ้ำ"

แต่หากสภาทนายฯ พิจารณารับเป็นคดีและตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนจริง เขาก็พร้อมที่จะยื่นคำให้การและโต้แย้งอุทธรณ์

"ผมคิดว่าสมาชิกสภาทนายความจำนวนมากเห็นด้วยกับการออกมาเคลื่อนไหวของผม" ทนายความสิทธิมนุษยชนวัย 35 ปีกล่าว และให้ข้อมูลว่าขณะนี้เขาให้ความช่วยเหลือลูกความในคดีการเมืองอยู่ประมาณ 10 คดี ขณะที่ตัวเขาเองก็ถูกแจ้งความดำเนินคดีไม่ต่ำกว่า 10 คดีเช่นกัน

อานนท์ นำภา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นายอานนท์ได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 20 ส.ค. หลังจากถูกออกหมายจับและจับกุมเป็นครั้งที่ 2 ในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์จากการขึ้นเวทีปราศรัยในที่ชุมนุม

นายอานนท์เพิ่งได้รับการประกันตัวหลังจากถูกเจ้าหน้าที่แสดงหมายจับและเข้าจับกุมช่วงค่ำวันที่ 19 ส.ค. จากการขึ้นปราศรัยในการชุมนุม "แฮร์รี พอตเตอร์" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 3 ส.ค.

ก่อนหน้านี้ไม่ถึงสองสัปดาห์ นายอานนท์ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 7 ส.ค.และถูกตั้งข้อหาหลายข้อหาจากการร่วมชุมนุมกับ "กลุ่มเยาวชนปลดแอก" เมื่อวันที่ 18 ก.ค.

สำหรับการชุมนุมในวันที่ 3 ส.ค. นับเป็นครั้งแรกที่นายอานนท์เปิดประเด็นเรื่องการปฏิรูปและขอบเขตพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการพูดถึงประเด็นนี้ในที่สาธารณะได้อย่างเปิดเผยโดยไม่ถูกคุกคามดำเนินคดี

หลังการปราศรัยของนายอานนท์ในวันนั้น ผู้จัดการชุมนุมคือกลุ่มนักศึกษา "มหานครเพื่อประชาธิปไตย" และ "มอกะเสด" ได้อ่านข้อเรียกร้อง 3 ประการ คือ

1.ให้ยกเลิกและแก้ไขกฎหมายที่มีผลเป็นการขยายพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อาจกระทบกับระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

2.แก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้สอดคล้องกับระบบประชาธิปไตยและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

3.ต้องรับฟังเสียงของนิสิตนักศึกษาและประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในขณะนี้ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองให้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย

อานนท์ นำภา

ที่มาของภาพ, Reuters

"อานนท์" ละเมิดมรรยาททนายความหรือไม่?

นายปริญญา จารุมาศ เลขานุการคณะกรรมการมรรยาททนายความกล่าวกับบีบีซีไทยว่าผู้ร้องกล่าวหาว่านายอานนท์ "ประพฤติตนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดี หรือเป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของทนายความ" ซึ่งเป็นการกระทำผิดตามข้อบังคับสภาทนายความข้อ 18 ว่าด้วยมรรยาททนายความ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการมรรยาททนายความได้รับเรื่องไว้พิจารณาแต่ยังไม่มีมติว่าจะรับเป็นคดีและตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนหรือไม่

หากคณะกรรมการมรรยาทมีมติรับเป็นคดีก็จะต้องคัดเลือกบุคคลมาเป็นคณะกรรมการสอบสวน พร้อมกับแจ้งผู้ถูกร้องคือนายอานนท์ให้ทราบและส่งคำให้การ

"ในความเห็นส่วนตัว ผมเองก็ได้เปิดฟัง (การปราศรัยของนายอานนท์เมื่อวันที่ 3 ส.ค.) แล้ว พบว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันฯ ซึ่งผมมีความจงรักภักดีอยู่แล้ว การที่เขาพูดในลักษณะอย่างนั้น มันก็เหมือนกับไปก้าวล่วง ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเจตนาของเขาเป็นอย่างไร แต่ผมเองก็มองว่ามันไม่เหมาะสมและน่าจะไม่ถูกต้อง แต่จะผิดถึงขั้นผิดมรรยาททนายความหรือไม่ต้องรอผลการพิจารณา แต่ส่วนตัวผมเห็นว่าไม่เหมาะสมและไม่สมควรอย่างยิ่ง" นายปริญญากล่าว

เขาให้ข้อมูลว่เพิ่มเติมว่าที่ผ่านมามีทนายที่ถูกร้องเรียนและถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานกระทำผิดมรรยาทจนถูกลบชื่อจำนวนไม่น้อย เฉลี่ยเดือนละ 1-2 คน แต่ส่วนมากเป็นกรณีเกี่ยวกับการทุจริต เช่น รับเงินแล้วไม่ทำคดี ทิ้งคดี หรือไม่นำเงินที่ลูกความจ่ายไปให้ผู้เสียหาย ยักยอกทรัพย์หรือครอบครองเงินของลูกความ

สำหรับการลงโทษนั้น มีตั้งแต่ขั้นเบาคือการว่ากล่าวตักเตือน พักการเป็นทนายเป็นระยะเวลา 1-3 ปี หรือลบชื่อจากทะเบียนทนาย

"ถ้ากรณีที่รุนแรงจริง ๆ จะทำให้สังคมเสียหาย ทำให้สภาทนายความฯ ถูกมองในทางไม่ดี ก็ต้องเอาเขาออกจากวงการ" เลขานุการคณะกรรมการมรรยาททนายความกล่าว