สำรวจความเคลื่อนไหวแนวร่วม "ประชาชนปลดแอก" กับ "ประชาชนปกป้องสถาบันฯ" ในรอบเดือน ก่อนชุมนุมใหญ่ 16 ส.ค.

ประชาชนส่วนหนึ่งออกมาแสดงพลังร่วมกับกลุ่ม "อาชีวะช่วยชาติ" ในการปกป้องสถาบันฯ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ประชาชนส่วนหนึ่งออกมาแสดงพลังร่วมกับกลุ่ม "อาชีวะช่วยชาติ" ในการปกป้องสถาบันฯ เมื่อ 10 ส.ค.
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

แม้นายกรัฐมนตรีออกมาเรียกร้องให้หยุดการแบ่งฝักฝ่ายทางการเมือง แต่ประชาชนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกันยังเดินหน้านัดหมายจัดการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 16 ส.ค. นี้

ฝ่ายประท้วงต่อต้านรัฐบาล นำโดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "ประชาชนปลดแอก" จะใช้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน จัดกิจกรรมในวาระครบเดือน หลังมีการชุมนุมใหญ่ครั้งแรกในจุดเดียวกันนี้เมื่อ 18 ก.ค. เพื่อยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง ประกอบด้วย หยุดคุกคามประชาชน, ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา 2 หลักการคือต้องไม่มีการทำรัฐประหาร และไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และ 1 ความฝันในการมี "ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ"

ส่วนฝ่ายที่ประกาศตัวเป็นผู้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ในนาม "เยาวชนช่วยชาติปกป้องสถาบันฯ" เลือกสวนลุมพินี ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 8 กม. เป็นพื้นที่ประกาศความคิด โดยแจ้งผ่านเพจขององค์กร หลังก่อนหน้านี้ตัวแทนกลุ่มเคยระบุกับสื่อมวลชนว่าจะใช้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นสถานที่ชุมนุม

ทว่า 1 วันก่อนจัดกิจกรรม พวกเขาแจ้งเปลี่ยนสถานที่อีกครั้ง โดยจะใช้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอ่านแถลงการณ์ในนามกลุ่ม "อาชีวะช่วยชาติ" "เยาวชนช่วยชาติปกป้องสถาบันฯ" และ "ศูนย์กลางประสานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชนปกป้องสถาบัน" หรือ ศอปส. โดยนัดหมายจัดกิจกรรม 4 ชม. ก่อนที่ "ประชาชนปลดแอก" จะเริ่มชุมนุมในจุดเดียวกัน

แถลงการณ์ฉบับที่ 3 ของ ศอปส. ที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้อ้างถึงการประชุมของตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ รวม 21 กลุ่ม เมื่อ 14 ส.ค. ที่เห็นสอดคล้องกันว่าควรเข้าร่วมสังเกตุการณ์ในวันที่ 16 ส.ค. ด้วย "แนวทางสันติวิธี" และถ้ามีการกระทำที่พาดพิงต่อสถาบันฯ จะมีมวลชน "ทำการเก็บหลักฐานทั้งภาพและเสียงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ" โดยเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในวันที่ 17 ส.ค.

นี่ถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือน ที่ผู้เห็นต่าง 2 กลุ่มกำหนดแผนเคลื่อนไหวในวันเดียวกัน

ครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อ 30 ก.ค. โดยกลุ่ม "อาชีวะช่วยชาติ" นัดรวมพลที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่ออ่านแถลงการณ์โจมตีการชุมนุมของกลุ่ม "เยาวชนปลดแอก" ว่าเป็นไปเพื่อ "ท้าทาย ต่อต้าน หรือกระทั่งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์..." ขณะที่เย็นวันเดียวกันศิษย์เก่าอาชีวะอีกกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า "อาชีวะเพื่อประชาชน" ได้เข้าร่วมการชุมนุมกับนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ย่านธนบุรี โดยที่แกนนำอาชีวะกลุ่มหลังให้เหตุผลกับบีบีซีไทยว่าต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อพิทักษ์ "นักศึกษาและฝ่ายประชาธิปไตย" ที่ถูกยัดเยียดข้อหาจาบจ้วงสถาบันฯ

ครช. จัดพิธี "เผากงเต็ก..ส่งรัฐธรรมนูญกลับไปให้ท่านไปใช้เอง.." หน้าอาคารรัฐสภา เมื่อ 10 ส.ค.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ครช. จัดพิธี "เผากงเต็ก..ส่งรัฐธรรมนูญกลับไปให้ท่านไปใช้เอง.." หน้าอาคารรัฐสภา เมื่อ 10 ส.ค.

ครั้งที่สอง เกิดขึ้นเมื่อ 10 ส.ค. ที่รัฐสภา ย่านเกียกกาย โดย "คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" (ครช.) เป็นฝ่ายนัดหมายจัดกิจกรรมก่อน เพื่อเรียกร้องให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทว่าประชาชนในชุดเสื้อสีน้ำเงินและเสื้อสีเหลืองในนาม ศอปส. ได้เดินทางไปรัฐสภาแบบฉับพลัน โดยใช้เวลานัดหมายกันไม่ถึง 24 ชม. เพื่อยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้รัฐสภาปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก่อนเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าได้จัดตั้ง ศอปส. ทุกจังหวัดเพี่อเปิดเผยตัวตน "คนชังชาติ" และเร่งเอาผิดทางกฎหมายต่อบุคคลที่หมิ่นสถาบันฯ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสกัดกันกั้นไม่ให้มวลชน 2 กลุ่มที่จัดกิจกรรมห่างกันเพียง 50 เมตร ต้องเผชิญหน้ากัน

ประยุทธ์วอนหยุดแบ่งฝ่ายทางการเมือง

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวในรายการพิเศษที่ออกอากาศผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล) เมื่อ 13 ส.ค. เรียกร้องให้หยุดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง ซึ่งกีดขวางการร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยในการแก้ปัญหาต่างๆ พร้อมระบุว่า แนวคิดแบบ "พวกเขา-พวกเรา" ไม่ควรจะมีที่ยืนอีกต่อไปในโลกปัจจุบัน ควรจะมีแต่คำว่า "คนไทยด้วยกัน"

"ผมขอพูดต่อหน้าประชาชนคนไทยทุกคนว่ากรุณาปฏิเสธความเกลียดชัง และการแบ่งแยกทางการเมือง ขอให้ปฏิเสธการเมืองแบบเก่าที่แพร่กระจายเชื้อโรคของความแตกแยกระหว่างความเชื่อที่แตกต่าง คนรุ่นใหม่-คนรุ่นเก่า คนรวย-คนจน หรือความแตกต่างอะไรก็ตามที่ถูกใส่เข้ามาในสังคมของเรา" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

ปชช. ปลดแอก

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, กลุ่มประชาชนปลดแอกพัฒนารูปองค์กรจากเครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ โดยมีแกนนำนักศึกษา 8 คน จาก 6 กลุ่มกิจกรรมการเมือง ร่วมแถลงเปิดตัวเมื่อ 7 ส.ค.

49 จังหวัดผุดม็อบต้านรัฐบาล 11 จังหวัดเคลื่อนไหวป้องสถาบันฯ

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองบนท้องถนนรอบใหม่ เกิดขึ้นภายหลังการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่เรียกตัวเองว่า "เยาวชนปลดแอก" ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเครือข่ายขึ้นเป็น "ประชาชนปลดแอก" มีนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเลขาธิการของทั้ง 2 กลุ่ม

ผลจากการชุมนุมใหญ่ครั้งนั้น ทำให้เกิดการชุมนุมย่อย ๆ เพื่อประท้วงรัฐบาล หรือที่รู้จักในชื่อ "แฟลชม็อบ" ภาค 2 ตามมาอย่างน้อย 49 จังหวัด ตามการรวบรวมข้อมูลในรอบเดือนของบีบีซีไทย โดยหลายจังหวัดมีการชุมนุมเกิดขึ้นหลายครั้ง

  • ภาคอีสาน 17 จังหวัด - อุบลราชธานี, มหาสารคาม, ขอนแก่น, สกลนคร, อุดรธานี, นครราชสีมา, ร้อยเอ็ด, ชัยภูมิ, ศรีสะเกษ, หนองบัวลำภู, หนองคาย, เลย, นครพนม, ยโสธร, กาฬสินธุ์, บุรีรัมย์, สุรินทร์
  • ภาคเหนือ 9 จังหวัด - เชียงใหม่, แพร่, เพชรบูรณ์, ลำพูน, เชียงราย, ลำปาง, พะเยา, พิษณุโลก, น่าน
  • ภาคกลาง 9 จังหวัด - กรุงเทพฯ, ปทุมธานี, นครปฐม, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ, สุพรรณบุรี, นครสวรรค์, นนทบุรี, สมุทรสาคร
  • ภาคใต้ 7 จังหวัด - ปัตตานี, พัทลุง, กระบี่, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, สงขลา, ภูเก็ต
  • ภาคตะวันออก 5 จังหวัด - ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา
  • ภาคตะวันตก 2 จังหวัด - ราชบุรี, กาญจบุรี

ขณะเดียวกันทำให้ประชาชนอีกกลุ่มออกมาแสดงจุดยืนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์นัดหมายกระจายข่าวก่อนออกมาแสดงพลังอย่างน้อย 11 จังหวัดทั่วไทย

  • ภาคอีสาน 2 จังหวัด - ขอนแก่น, นครราชสีมา
  • ภาคเหนือ 1 จังหวัด - พิษณุโลก
  • ภาคกลาง 3 จังหวัด - กทม., ลพบุรี, ปทุมธานี
  • ภาคใต้ 2 จังหวัด - นครศรีธรรมราช, สตูล
  • ภาคตะวันออก 3 จังหวัด - จันทบุรี, ระยอง, สระแก้ว

ความเคลื่อนไหวแนวร่วม "ประชาชนปลดแอก" กับ "ประชาชนปกป้องสถาบัน"

แตะ หรือ คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม

เลือกหัวข้อที่จะไฮไลท์บนแผนที่

จังหวัดแนวร่วมประชาชนปกป้องสถาบันแนวร่วมประชาชนปลดแอก
เชียงใหม่ไม่มีมี
เชียงรายไม่มีมี
เพชรบุรีไม่มีไม่มี
เพชรบูรณ์ไม่มีมี
เลยไม่มีมี
แพร่ไม่มีมี
แม่ฮ่องสอนไม่มีไม่มี
กระบี่ไม่มีมี
กรุงเทพมหานครมีมี
ปราจีนบุรีไม่มีมี
กาฬสินธุ์ไม่มีมี
กำแพงเพชรไม่มีไม่มี
ขอนแก่นมีมี
จันทบุรีมีมี
ฉะเชิงเทราไม่มีมี
ชลบุรีไม่มีมี
สิงห์บุรีไม่มีไม่มี
ชัยภูมิไม่มีมี
ชุมพรไม่มีไม่มี
ตรังไม่มีไม่มี
ตราดไม่มีไม่มี
ตากไม่มีไม่มี
นครนายกไม่มีไม่มี
นครปฐมไม่มีมี
นครพนมไม่มีมี
นครราชสีมามีมี
นครศรีธรรมราชมีมี
นครสวรรค์ไม่มีมี
สมุทรปราการไม่มีมี
นราธิวาสไม่มีไม่มี
น่านไม่มีมี
หนองคายไม่มีไม่มี
บุรีรัมย์ไม่มีไม่มี
ปทุมธานีมีมี
ประจวบคีรีขันธ์ไม่มีไม่มี
บึงกาฬไม่มีไม่มี
ปัตตานีไม่มีมี
พระนครศรีอยุธยาไม่มีมี
พะเยาไม่มีมี
พังงาไม่มีไม่มี
พัทลุงไม่มีมี
พิจิตรไม่มีไม่มี
พิษณุโลกมีมี
ภูเก็ตไม่มีมี
มหาสารคามไม่มีมี
มุกดาหารไม่มีไม่มี
ยโสธรไม่มีมี
ยะลาไม่มีไม่มี
ร้อยเอ็ดไม่มีมี
ระนองไม่มีไม่มี
ระยองมีมี
ราชบุรีไม่มีมี
อ่างทองมีไม่มี
ลำปางไม่มีมี
ลำพูนไม่มีมี
ศรีสะเกษไม่มีมี
สกลนครไม่มีมี
สงขลาไม่มีมี
สตูลมีไม่มี
สระบุรีไม่มีมี
สมุทรสงครามไม่มีไม่มี
สมุทรสาครไม่มีมี
สระแก้วมีมี
สระบุรีไม่มีไม่มี
สิงห์บุรีไม่มีไม่มี
สุโขทัยไม่มีไม่มี
สุพรรณบุรีไม่มีมี
สุราษฎร์ธานีไม่มีมี
สุรินทร์ไม่มีไม่มี
หนองคายไม่มีมี
หนองบัวลำภูไม่มีมี
อ่างทองไม่มีไม่มี
อำนาจเจริญไม่มีไม่มี
อุดรธานีไม่มีมี
อุตรดิตถ์ไม่มีไม่มี
อุทัยธานีไม่มีไม่มี
อุบลราชธานีไม่มีมี

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ณ วันที่ 14 ส.ค.

ไอลอว์พบคุกคามประชาชน 78 ครั้ง

ขณะที่ศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพของไอลอว์เปิดเผยว่า นับจากการชุมนุมเมื่อ 18 ก.ค. พบว่ามีการคุกคามประชาชนเกิดขึ้น 78 ครั้ง ในจำนวนนี้มีอยู่ 63 ครั้งที่ผู้ถูกคุกคามให้เปิดเผยข้อมูลได้ โดยเกิดขึ้นใน 23 จังหวัด ประกอบด้วย

  • ภาคอีสาน 7 จังหวัด - เลย ขอนแก่น อำนาจเจริญ หนองบัวลำภู ร้อยเอ็ด อุดรธานี ยโสธร
  • ภาคเหนือ 4 จังหวัด - ลำพูน, เพชรบูรณ์, แพร่, พิษณุโลก
  • ภาคกลาง 5 จังหวัด - กทม., สมุทรปราการ, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรสงคราม
  • ภาคใต้ 6 จังหวัด - กระบี่, พัทลุง, นครศรีธรรมราช, ปัตตานี, สงขลา, ยะลา
  • ภาคตะวันตก 1 จังหวัด - กาญจนบุรี

ไอลอว์ยังบรรยายพฤติกรรมการคุกคามผู้จัดกิจกรรมเอาไว้หลากหลาย ซึ่งบางส่วนอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อนสิทธิมนุษยชน อาทิ ผู้บริหารสถานศึกษามีคำสั่งห้ามจัดกิจกรรม, ผอ.โรงเรียนหรือครูฝ่ายปกครองมีคำสั่งเรียกนักเรียนไปพบ, ครูส่งภาพนักเรียนเข้าร่วมชุมนุมไปให้ผู้ปกครอง, เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไปติดตามที่บ้านพักทั้งผู้จัดการชุมนุม ผู้เข้าร่วม ผู้ให้เช่าเครื่องเสียง ฯลฯ