จาก "กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904" สู่ "กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ" มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
หนึ่งในวาระสำคัญของการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 6/2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานในวันนี้ (30 ก.ค.) คือ กำหนดตำแหน่งรองรับการเปลี่ยนชื่อกองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 เป็น "กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ"
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ก.ค. คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2563 ซึ่งว่าด้วยการเปลี่ยนชื่อและแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของกองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904
ต่อมาในวันที่ 25 ก.ค. ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศเรื่องกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2563 ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลตามกฎหมาย
ตามประกาศดังกล่าว กองปฏิบัติการพิเศษ มีหน้าที่หลัก 13 ประการ ประกอบด้วย
- ถวายความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้แทนพระองค์ซึ่งเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป และบุคคลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นพระราชอาคันตุกะ
- ดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและการถวายพระเกียรติต่อพระองค์ หรือบุคคลที่ต้องมีการถวายความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัยในขณะที่เสด็จไปหรือไปยังที่ใด รวมตลอดถึงการรักษาความปลอดภัยของยานพาหนะ และสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการถวายความปลอดภัย การตรวจพื้นที่เพื่อเตรียมการรับเสด็จ ขบวนเสด็จ เส้นทางเสด็จ และที่หมายเสด็จ
- ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง หรืออาวุธสงคราม และความผิดที่มีโทษทางอาญาอันเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน และความผิดอื่นที่เกี่ยวเนื่อง
- ต่อต้านการก่อการร้าย และสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย การระงับเหตุฉุกเฉิน และการป้องกันการก่อวินาศกรรมทั่วราชอาณาจักร
- รักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันและปราบปรามการก่อจลาจล และควบคุมฝูงชน ที่มีผลกระทบต่อการถวายความปลอดภัย รอบเขตพระราชฐาน
- ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านการข่าวของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัย ต่อความมั่นคงและองค์พระมหากษัตริย์
- ปฏิบัติการทางยุทธวิธีและเครื่องมือพิเศษให้กับหน่วยปฏิบัติต่าง ๆ และสนับสนุน การปฏิบัติในการปราบปรามอาชญากรรมของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
- ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์และการเก็บกู้วัตถุระเบิดในการถวายความปลอดภัย รอบเขตพระราชฐาน
- ปฏิบัติงานด้านรถวิทยุสายตรวจ มีหน้าที่ตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อยทั่วประเทศ งานสื่อสารและศูนย์วิทยุสนับสนุนการปฏิบัติงานของรถวิทยุสายตรวจ งานรับแจ้งเหตุและเบาะแส ทางโทรศัพท์ ไปรษณีย์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
- งานจิตอาสาตามกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน
- ฝึกอบรมข้าราชการตำรวจในภารกิจถวายความปลอดภัย อารักขาบุคคลสำคัญ และฝึกอบรมยุทธวิธีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
- ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai
ภารกิจเพิ่มเติมจากเดิมคืออะไร
มติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 14 ก.ค. ที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล อธิบายถึงภารกิจของกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษที่เพิ่มเติมจากภารกิจเดิมของกองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 ว่าครอบคลุมเหตุการณ์ต่าง ๆ "ที่มีผลกระทบต่อการถวายความปลอดภัยรอบเขตพระราชฐาน" ดังนี้
- การต่อต้านการก่อการร้าย
- สนับสนุนการป้องกันและปราบปราม
- การระงับเหตุฉุกเฉิน
- ปราบปรามการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรมทั่วราชอาณาจักร
- รักษาความสงบเรียบร้อย
- ป้องกันปราบปรามการก่อจลาจล
- การควบคุมฝูงชน
ส่วนเหตุผลในการเปลี่ยนแปลง มติ ครม.ระบุว่า "เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ข้าราชการตำรวจมีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ มีความชำนาญในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้กำลังพลมีความพร้อมรับมือกับอาชญากรรมพิเศษ ภัยคุกคามและภัยพิบัติต่าง ๆ สามารถที่จะรองรับวิกฤตการณ์ได้ทุกรูปแบบ และทันต่อเหตุการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบันหรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และความสงบเรียบร้อยของประเทศ"
นอกจากนี้ยังเชื่อว่าจะส่งผลให้ กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ "ปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย ลดความสูญเสีย สามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ"












