โควิด-19 : ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยเพิ่มขึ้น 38 ราย น้อยสุดในรอบ 3 สัปดาห์

ห้องตรวจโควิด

ที่มาของภาพ, Getty Images

จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สองคือ 38 ราย ลดลงจาก 51 รายเมื่อวานนี้ (6 เม.ย.) ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 2,258 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รวมเป็น 27 ราย

จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 38 รายที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานวันนี้นับเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 35 ราย

ก่อนการแถลงสถานการณ์ประจำวัน นพ.ทวีศิลป์ได้อัญเชิญพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ที่พระราชทานแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อวานนี้ (6 เม.ย.) มาเผยแพร่อีกครั้ง

นพ.ทวีศิลป์ระบุว่าปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงคือการประกาศห้ามออกจากเคหสถานหรือเคอร์ฟิว ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. แม้จะมีคนที่ฝ่าฝืนออกจากบ้านหรือมารวมตัวกันระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. อยู่จำนวนหนึ่ง

คนขับรถแท็กซี่

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การให้ความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคมเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง นพ.ทวีศิลป์กล่าว

ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 2,258 ราย รักษาหายแล้ว 824 ราย และเสียชีวิตรวม 27 ราย

ผู้เสียชีวิตรายที่ 27 ซึ่งเป็นรายล่าสุดที่ ศบค.รายงานวันนี้เป็นชายไทย อายุ 54 ปี ไม่มีโรคประจำตัว แต่มีประวัติเที่ยวสถานบันเทิง เข้ารับการรักษาด้วยอาการเหนื่อย ก่อนที่จะพบติดเชื้อ มีอาการปอดอักเสบอย่างรุนแรง

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 38 ราย แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้

กลุ่ม 1 ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้า 17 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ การสอบสวนโรคพบว่าติดเชื้อจากสมาชิกในครอบครัว ที่ทำงาน และกลุ่มเพื่อน

กลุ่ม 2 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 16 ราย

  • คนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 3 ราย
  • ไปสถานที่ชุมนุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 3 ราย
  • บุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย
  • ผู้ที่ประกอบอาชีพเสี่ยง เช่น ทำงานในที่แออัด ใกล้ชิดกับคนต่างชาติ 7 ราย

กลุ่ม 3 ยืนยันการพบเชื้อแล้ว อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 5 ราย

นพ.ทวีศิลป์ชี้ว่า ขณะที่ผู้ป่วยรายใหม่จากการสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้าลดลง แต่เจ้าหน้าที่กลับพบว่าผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ทำไมผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง

โฆษก ศบค. ระบุว่าทีมผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่ามี 3 เหตุผลที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง ได้แก่

1.การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและเคอร์ฟิว

2.ความร่วมมือของประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มระยะห่างทางสังคมและการป้องกันโรค เช่น การสวมหน้ากากอนามัย รวมถึงการออกมาตรการและการรณรงค์อย่างเข้มข้นในต่างจังหวัด

3.การจัดสถานที่กักกันโรคสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ 14 วันตามระยะเวลาฟักตัวของโรค หากมีไข้หรืออาการป่วยจะได้รับการตรวจหาเชื้อและรักษาได้ทันท่วงที

ห้องปฏิบัติการ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โฆษก ศบค. กล่าวว่าขณะนี้ห้องปฏิบัติการในประเทศมีศักยภาพในการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ประมาณ 20,000 รายต่อวัน

นพ. ทวีศิลป์กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นและมาตรการเข้มข้นของแต่ละจังหวัด เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลง ซึ่งหากจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ได้ รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องออกมาตรการใหม่ที่เข้มข้นกว่านี้

"ถ้าท่านอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ เสรีภาพของท่านยังคงอยู่ พยายามช่วยกันกดตัวเลขนี้ให้ลงไปเรื่อย ๆ" นพ.ทวีศิลป์กล่าวพร้อมกับรายงานว่า กลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้าลดลงอย่างชัดเจนจาก 300 รายในสัปดาห์ก่อนหน้านี้เป็น 83 ราย ซึ่งเป็นผลจากการที่ประชาชนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม

ผู้ติดเชื้อรายใหม่น้อย เพราะตรวน้อย?

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าเหตุที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง เป็นเพราะปริมาณการตรวจหาเชื้อน้อย ซึ่ง นพ.ทวีศิลป์อธิบายว่าห้องปฏิบัติการในไทยขณะนี้มีศักยภาพในการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้วันละประมาณ 20,000 ราย แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 10,000 ราย และในต่างจังหวัดรวมกันอีก 10,000 ราย

โฆษก ศบค. ยอมรับว่าจำนวนนี้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ และจะต้องมีการเพิ่มศักยภาพให้มีการตรวจได้มากขึ้นอีก

ตรวจเลือด

ที่มาของภาพ, Getty Images

"พยายามจะเพิ่มให้มากขึ้น ๆ ให้เหมือนกับบางประเทศที่เคยรายงานว่าตรวจกันเป็นแสน...เราจะทำอย่างนั้นให้ได้ เพราะยิ่งตรวจเยอะ ๆ ก็อาจจะเจอเยอะ" นพ.ทวีศิลป์กล่าวขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่าขณะนี้กำลังพัฒนาห้องปฏิบัติให้มีศักยภาพในการตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสโคโรนาด้วยเทคนิคแบบ Real time PCR ให้ได้อีก 110 แห่งภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งจะต้องมีความพร้อมทั้งบุคลากรและสถานที่ รวมถึงการส่งข้อมูล ล่าสุดมีห้องแล็บที่ผ่านการตรวจรับรองคุณภาพแล้ว 30 แห่ง

สธ.ขยายวงผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สธ. ได้ปรับขยายเกณฑ์ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient Under Investigation - PUI) จากเดิมที่จะตรวจเฉพาะผู้ที่มีอาการป่วย เช่น มีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีอาการไอแห้ง ร่วมกับมีประวัติเสี่ยง เช่น สัมผัสนักท่องเที่ยวหรือเดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาด และกลุ่มผู้ป่วยปอดอักเสบเรื้อรังที่หาสาเหตุไม่ได้ ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ป่วยที่กว้างมากขึ้น

ภายใต้เกณฑ์ใหม่นี้ ผู้ป่วย PUI จะครอบคลุมถึง

  • ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกประเทศหรือทำงานใกล้ชิดกับชาวต่างชาติภายใน 14 วัน
  • ผู้ที่เดินทางไปในสถานที่ชุมชนหรือสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน และมีอาการป่วยเป็นไข้หรือโรคทางเดินหายใจ
  • ผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบโดยหาสาเหตุไม่ได้หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ผู้ป่วยที่เอกซเรย์ปอดแล้วพบความผิดปกติคล้ายกับโรคโควิด-19, และผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตโดยหาสาเหตุไม่ได้

นอกจากนี้ สธ.ยังกำหนดให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งมีอาการป่วยหรืออาการทางระบบทางเดินหายใจ ร่วมกับมีประวัติการตรวจหรือสัมผัสผู้ป่วย PUI หรือผู้ป่วยโควิด-19 ให้เข้ารับการสอบสวนโรคและตรวจหาเชื้อจากห้องปฏิบัติการ