ไวรัสโคโรนา : สำรวจที่มา “ยาแรง” ก่อน ประยุทธ์-วิษณุ แถลงชี้แจงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สกัดโควิด-19

pm

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, การแถลงข่าวภายใต้หน้ากากของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 24 มี.ค. ทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนบางส่วนฟังไม่ถนัด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เตรียมเปิดแถลงข่าวเรื่องการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ในช่วงบ่ายวันนี้ (25 มี.ค.) หลังเกิดสารพัดคำถาม ข้อสงสัย และข้อท้วงติงจากหลายฝ่าย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เปิดเผยเรื่องนี้แก่สื่อมวลชน พร้อมระบุว่าเขาจะแจกแจงรายละเอียดมาตรการต่าง ๆ ต่อจากนายกฯ ด้วย

"ไม่ต้องสนใจระยะ 3 เพราะเป็นสิ่งที่แพทย์กำหนดไว้สำหรับดูอาการและความสัมพันธ์อย่างหนึ่งที่ระบาดจากคนไทยสู่คนไทย ซึ่งเวลานี้ยังไม่ปรากฎแพร่หลายมาก แต่สถานการณ์ของโรคและอะไรหลายอย่างจึงทำให้ต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น ขอให้รอนายกฯ เป็นผู้แถลงในช่วงบ่ายวันนี้" รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายกล่าว

ก่อนประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ "กฎหมายพิเศษ" อย่าง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.) บีบีซีไทยสรุปที่มาที่ไป เสียงขานรับและเสียงสะท้อนความกังวลใจจากภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมเปรียบเทียบแนวปฏิบัติที่เคยเกิดขึ้นกับการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในอดีต

ที่มาของ "ยาแรง"

"วันนี้ผมก็ขออำนาจ ครม. เพื่อประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพราะขณะนี้สถานการณ์มีความจำเป็น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 24 มี.ค.

ถือเป็นการเปิดฉากใช้ "ยาแรง" จัดการกับโควิด-19 นับจากพบผู้ติดเชื้อรายแรกในไทยเมื่อ 71 วันก่อนตามการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

ในระหว่างที่ฝ่ายบริหารกำลังประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนฟีเรนซ์ ประชาชนทั่วไปก็ได้รับทราบข่าวจากการแถลงของ สธ. ว่ามีชายไทยเสียชีวิต 3 รายรวดภายในวันเดียว รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสม 4 ราย และยอดผู้ติดเชื้อสะสม 827 ราย ส่วนยอดล่าสุดในวันนี้ (25 มี.ค.) มีผู้ติดเชื้อสะสมขยับเป็น 934 ราย

press conference

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, การชี้แจงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโควิด-19 จากภาคส่วนต่าง ๆ ถูกนำมารวมศูนย์กันที่ทำเนียบรัฐบาล

นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก สธ. เรียกช่วงเวลานี้ว่าเป็น "เวลาทอง" (Golden Period) ที่รัฐไทยและคนไทยต้องตัดสินว่าจะเลือกแบบใด หากไม่มีวินัยเคร่งครัดก็จะเดินไปเหมือนยุโรป หากช่วยกันก็จะทำให้ตัวเลขไม่เพิ่มขึ้นมากแบบญี่ปุ่น หรือไต้หวัน

ความสำคัญของการออก "ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง" ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือการ "กระชับอำนาจ" ทั้งหมดที่กระจัดกระจายอยู่ตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ผ่านกฎหมาย 38 ฉบับมาไว้ในมือนายกฯ แต่เพียงผู้เดียว และเป็นการยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสมรณะเข้าสู่ภาวะ "วิกฤต" เรียบร้อยแล้ว จึงต้องงัด "กฎหมายพิเศษ" มาจัดการ

ย้อนดู ศอฉ. ในอดีตเพื่อยุติ"วิกฤตการเมือง"

สำหรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถูกยกร่างและประกาศใช้ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อเดือน ก.ค. 2548 เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้หลังเกิดเหตุร้ายรายวัน-ลุกลามเป็น "วิกฤตไฟใต้" โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ การกำหนดท้องที่ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และกำหนดห้วงเวลาให้ประกาศภาวะฉุกเฉินได้ไม่เกิน 3 เดือน แต่สามารถต่ออายุได้ครั้งละไม่เกิน 3 เดือน

ผ่านมา 15 ปี "กฎหมายพิเศษ" ฉบับนี้ก็ยังได้รับการต่ออายุอยู่เนือง ๆ ในพื้นที่ปลายด้ามขวานของไทย จากรัฐบาลที่ผ่านมารวม 8 คณะ

อย่างไรก็ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังถูกรัฐบาลหลายชุดหยิบมาใช้ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อเป็น "เครื่องมือ" ควบคุม "วิกฤตทางการเมือง" นี่จึงเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลนำ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาจัดการวิกฤตโรคระบาด

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวม

เปิดโครงสร้างเบื้องต้น ศอฉ. โควิด-19

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีเวลา 48 ชม. ในการจัดวางโครงสร้างการทำงานของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โควิด-19 ที่จะเกิดขึ้นหลังการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และซักซ้อมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน โดยคาดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นประธาน ศอฉ. เอง และให้นายประทีป กีรติเลขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นเลขานุการ ศอฉ.

ประชาชนที่ต้องการซื้ออาหารจากศูนย์อาหารภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กลับไปรับประทานที่บ้าน ต้องนั่งรอห่างกัน 1 เมตรระหว่างรอรับอาหาร

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ประชาชนที่ต้องการซื้ออาหารจากศูนย์อาหารภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กลับไปรับประทานที่บ้าน ต้องนั่งรอห่างกัน 1 เมตรระหว่างรอรับอาหาร

บ่ายวานนี้ (24 มี.ค.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมฝ่ายกฎหมายและฝ่ายความมั่นคง โดยสื่อมวลชนหลายสำนัก อาทิ ไทยรัฐ, มติชน, ไทยโพสต์ รายงานตรงกันว่า ศอฉ. โควิด-19 จะมีส่วนงาน 8 ศูนย์ย่อยภายใน พร้อมกำหนดหน่วยงานหลักที่เป็นผู้รับผิดชอบ

  • ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข >> กระทรวงสาธารณสุข
  • ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน >> กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • ศูนย์ปฏิบัติการด้านสื่อสังคมออนไลน์ >> กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อโควิด-19 >> สำนักนายกรัฐมนตรี
  • ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศ และการดูแลคนไทยในต่างประเทศ >> กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  • ศูนย์กระจายหน้ากากและเวชภัณฑ์สำหรับประชาชน >> กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข
  • ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมสินค้า >> กระทรวงพาณิชย์
  • ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนการปฏิบัติของทหาร-ตำรวจ >> 5 เหล่าทัพ

จับตา "ข้อกำหนดชุดแรก" ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด-ตั้งด่านสกัดโควิด-19

ในระหว่างการเปิด "แถลงข่าวภายใต้หน้ากาก" ของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งแรกยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับ "ข้อกำหนด" ต่าง ๆ ที่จะออกมาว่าส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างไร หรืออยากให้ประชาชนทำอะไร มีเพียง "คำบอกใบ้" ที่ต้องการการแปลความหมายเพิ่มเติม

บรรยากาศที่ตลาดค้าผักและผลไม้ย่านปากคลองตลาดเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศที่ตลาดค้าผักและผลไม้ย่านปากคลองตลาดเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด

ข้อกำหนดในระยะแรก พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่ามุ่ง "ลดการแพร่ระบาดในพื้นที่ต่าง ๆ อาจจะขอความร่วมมือหรือบังคับบ้างอะไรบ้าง" ก่อนขยายความว่า "อย่าเพิ่งเดินทางกลับภูมิลำเนา หากต้องกลับ จะต้องเจอมาตรการต่าง ๆ ในการคัดกรอง ตรวจสอบระหว่างทางมากมาย" โดยจะมีการแต่งตั้งเจ้าพนักงานทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร จัดตั้งด่านตรวจจุดสกัด รวมถึงการห้ามไม่ให้เข้าพื้นที่เสี่ยง

ส่วนข้อกำหนดในระยะต่อไปที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "ในส่วนที่ว่าจะปิด-เปิดอะไรต่าง ๆ" บีบีซีไทยเข้าใจว่าหมายถึงการปิดกั้นพื้นที่ หรือล็อคดาวน์

ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกฯ มีอำนาจตามมาตรา 9 ในการออกข้อกําหนดรวม 6 ประเด็น ซึ่งเขาอาจเลือกประกาศใช้เพียงบางประเด็นตามแต่สถานการณ์ ดังนี้

  • ห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กําหนด (เคอร์ฟิว) เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับยกเว้น
  • ห้ามมิให้มีการชุมนุมมั่วสุมกัน หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
  • ห้ามการเสนอข่าว หรือข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม หรือยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ
  • ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด ๆ
  • ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัย
การเดินทางกลับภูมิลำเนา เป็นหนึ่งในมาตรการที่คาดว่าจะถูกระงับลงหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, การเดินทางกลับภูมิลำเนา เป็นหนึ่งในมาตรการที่คาดว่าจะถูกระงับลงหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

หากพิจารณาจากคำแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงมีความเป็นไปได้ว่า "ข้อกำหนดชุดแรก" จะครอบคลุมถึงข้อ 3-5 ทั้งนี้หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตามมาตรา 18 ของ พ.ร.ก. ฉบับนี้

เช็คเสียงหนุน-เสียงต้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ถ้อยแถลงเรื่องการเตรียมประกาศสถานการณ์ "ฉุกเฉิน" ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่กำหนดให้มีผลบังคับใช้ "มะรืนนี้" ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง มีทั้งเสียงขานรับและเสียงสะท้อนความกังวลใจจากภาคส่วนต่าง ๆ ต่อ "ยาแรง" ของรัฐบาล