ไวรัสโคโรนา : สธ. แถลงผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 107 คน มีแพทย์ติดเชื้อเพิ่ม

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 107 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสมในไทย 934 ราย
การแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันนี้ (25 มี.ค.) ที่ศูนย์สถานการณ์โควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาลถือเป็นวันที่สอง หลังวานนี้นายกรัฐมนตรีมีการแถลงเตรียมความพร้อมในการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
- เชื้อโรคโควิด-19 อาจเป็น "ไคมีรา" มีพันธุกรรมไวรัสสองชนิดรวมกัน
- สธ.แถลงผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตอีก 3 ราย
- รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สกัดโควิด-19 วันพฤหัสบดีนี้
- สำรวจที่มา "ยาแรง" ก่อน ประยุทธ์-วิษณุ แถลงชี้แจงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สกัดโควิด-19
- นายจ้าง เอสเอ็มอีและแรงงานนอกระบบต้องการรัฐเยียวยาอย่างไร หลังรัฐบาลสั่งปิดกิจการ
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกสธ. ให้ข้อมูลว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่มีทั้งหมด 107 ราย ในจำนวนนี้มีแพทย์ใช้ทุน ทำให้เกิดผู้สัมผัสซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเฝ้าระวัง 25 ราย อีกทั้งพบผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นผู้ต้องขัง
สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่นับเป็นลำดับที่ 828-934 แบ่งเป็นกลุ่ม ดังนี้
กลุ่ม 1 ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้า 27 ราย
- กลุ่มสนามมวย 4 ราย ซึ่งเป็นพนักงานขับรถบขส. รับจ้าง ในกรุงเทพฯ และ จ.สมุทรสาคร
- กลุ่มสถานบันเทิง 5 ราย เป็นนักท่องเที่ยว นักร้อง นักดนตรี พีอาร์ เจ้าของสถานประกอบการ
- กลุ่มสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้า 14 ราย กระจายตัวอยู่ในหลายอาชีพ ทั้งรับจ้าง ค้าขาย คนขับแท็กซี่ ตำรวจ โดยกระจายในหลายจังหวัด ทั้ง จ.เพชรบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.ปราจีนบุรี จ.ชลบุรี จ.ภูเก็ต และกรุงเทพฯ
- กลุ่มที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย 4 ราย อยู่ใน จ.สงขลา จ.ยะลา
กลุ่ม 2 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13 ราย
- ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 6 ราย เป็นคนไทยและชาวต่างชาติ ทั้งอังกฤษ ฟินแลนด์ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา
- ผู้ที่อยู่ในย่านชุมชนที่มีคนหนาแน่นหรือทำงานใกล้ชิดนักท่องเที่ยว 5 ราย เป็นพนักงานบริษัท ร้านนวด แคชเชียร์ เจ้าหน้าที่สนามบิน
กลุ่ม 3 บุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย ซึ่งเป็นแพทย์ใช้ทุนปีที่ 2 เมื่อรับเชื้อแล้วยังคงทำงานใน รพ. เข้าผ่าตัด และรับประทานอาหารกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทำให้เกิดผู้สัมผัสร่วมซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์กว่า 25 คนที่จะพักงาน และเฝ้าระวัง
กลุ่ม 4 ยืนยันการพบเชื้อแล้ว แต่อยู่ระหว่างรอสอบสวนโรค 67 ราย
สรุปสถานการณ์ประเทศไทย มีผู้ป่วยสะสม 934 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 860 ราย กลับบ้านแล้ว 70 ราย เสียชีวิต 4 ราย โดยผู้ป่วยอาการหนักยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
25 มี.ค. 2563
107 รายติดเชื้อเพิ่ม (ยอดรวม 934 ราย)
860 รายรักษาตัวในโรงพยาบาล
70 รายรักษาหายกลับบ้านแล้ว
4 รายเสียชีวิต
ย้ำต้อง "เว้นระยะห่างทางสังคม"
นพ.ทวีศิลป์ ยังคงเน้นย้ำการ "เว้นระยะห่างทางสังคม" โดยเฉพาะงดกิจกรรมสังสรรค์ พบปะกัน ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดผู้ป่วยรายใหม่กว่าร้อยคนในวันนี้ อีกทั้งสำคัญที่สุดหากเข้าพบแพทย์ขอให้แจ้งประวัติความเสี่ยงที่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะส่งผลเสียต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเสียกำลังคน
"มีประวัติอีกรายหนึ่งวันนี้ บุคลาการทางการแพทย์สองราย มีประวัติว่าตรวจผู้ป่วย เสร็จแล้วมาทราบทีหลังว่าสามี(ของผู้ป่วย)ได้ไปสนามมวยมาก่อน แล้วมาให้ประวัติย้อนหลัง ก็เลยทำให้บุคลากรทางการแพทย์ท่านนั้นต้องได้รับเชื้อ" นพ.ทวีศิลป์กล่าว
ผู้ต้องขังติดเชื้อ
สำหรับกรณีพบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 ตามระบบของการสอบสวนโรคจะมีทีมจากกรมควบคุมโรคและทีมสาธารณสุขจังหวัดเข้าไปเพื่อแยกผู้ต้องขัง ซึ่งปกติมีระบบการตรวจอยู่แล้ว อย่างการตรวจวัณโรคซึ่งติดต่อกันได้ง่าย
ขณะที่ นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ขณะนี้กรมควบคุมโรคและกรมราชทัณฑ์ประกาศให้งดเยี่ยม ผู้ต้องขังรายใหม่จะต้องมีการคัดกรองว่ามีไข้หรือมีความเสี่ยงหรือไม่ โดยจะมีพื้นที่แยกเพื่อป้องกันไม่ให้ติดต่อไปยังผู้ต้องขังรายอื่น
ข้อมูลผู้ติดเชื้อ
- เพศชายมากกว่าที่ 62.7% ในขณะที่ผู้หญิง 37.3%
- ผู้ป่วย 1 ใน 5 เป็นผู้ที่ไม่มีการแสดงอาการแต่อย่างใด
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 347 ราย ในต่างจังหวัด 93 ราย เขตพื้นที่ภาคใต้ 46 ราย ซึ่งขณะนี้มีการกระจายแทบทุกภาคแล้ว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสนามมวย สถานบริการ และประกอบอาชีพเสี่ยง
พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ ให้ข้อมูลว่า ในผู้ป่วยโรคโควิด-19 จากการเก็บสถิติทั่วโลกนั้น
- 80% มีอาการเหมือนไข้หวัดธรรมดา (อาการไม่รุนแรง ไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ มีเสมหะ)
- 7-15% เริ่มมีอาการปอดอักเสบ ซึ่งจะเป็นระยะที่มีการให้ยาต้านไวรัส (ไทยพบประมาณ 9%)
- 3-5% ผู้ที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง จนนำมาสู่การเสียชีวิต
- 4% (ไทยพบอัตราการเสียชีวิตประมาณ 0.4%)
พญ.ปฐมพร ยังชี้ว่าผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงนั้นได้แก่ผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี และมีโรคประจำตัว เช่น ภาวะอ้วน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจวาย โรคไตเรื้อรัง โรคตับแข็ง และโรคเบาหวาน












